<?xml version="1.0" encoding="tis-620" ?>
<rss version="2.0"><channel><title>Pantip.com : Tech Exchange - IT NEWS</title><description>ข่าว IT NEWS จาก PANTIP.COM : Tech Exchange ส่งตรงถึงคุณทันเหตุการณ์</description><link>http://www.pantip.com/tech/newscols/</link><category>News/Technology</category><copyright>Copyright 2007, Pantip.com Tech-Exchange</copyright><language>th-TH</language><item>
    <title><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม ไฟเขียวข้อตกลงระหว่างโมโตโรล่า และกูเกิลแล้ว]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/google.gif' align='left'><b>กูเกิลได้รับการอนุมัติจากกระทรวงยุติธรรมในสหรัฐฯ แล้ว สำหรับการเข้าซื้อกิจการโมโตโรล่า โมบิลิตี้ มูลค่า 12.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยจะมีผลทางกฏหมายในสัปดาห์ถัดไป และจะส่งผลให้บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษใหญ่ครอบครองคลังอาวุธสิทธิบัตรที่มีประสิทธิภาพสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เพิ่มขึ้น </b><br><br>แต่อย่างไรก็ดี หน่วยงานกำกับดูแลต่อต้านการผูกขาดทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ได้ออกมาแสดงความเป็นกังวลเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบริษัทในเรื่องของการออกสิทธิบัตรอย่างเป็นธรรม ที่พวกเขาได้รับจากข้อตกลง ซึ่งคณะกรรมาธิการในยุโรปได้กำหนดที่จะตัดสินใจการอนุมัติการเข้าครอบครองกิจการอีกครั้งในวันจันทร์เป็นอย่างช้า ทั้งนี้ เมื่อข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์ กูเกิลจะได้รับสิทธิในการครอบครองสิทธิบัตรราว 17,000 ฉบับที่มีเนื้อหาเกี่ยวเทคโนโลยีมือถือ และมันก็จะเป็นเครื่องมือที่จะพิสูจน์คุณค่าแบบประเมินไม่ได้ในการป้องกันการโจมตีคดีความเกี่ยวกับสิทธิบัตรแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ ที่มีมาตลอดเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/100212g.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[กูเกิลใกล้คลอดบริการคลาวด์สตอเรจท้าชิงตลาดเร็วๆนี้?]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/google.gif' align='left'><b>มีรายงานจากวงในระบุว่า กูเกิลกำลังเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการคลาวด์สตอเรจ (cloud storage)เทคโนโลยีเหนือเมฆเพื่อเป็นคู่แข่งกับ Dropbox และ SkyDrive หลังจากที่ปล่อยให้ทั้งสองเจ้าชิงชัยในการให้บริการกันมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และคาดว่าบริการดังกล่าวจะมีชื่อเรียกว่า 'Drive' รวมถึงจะมีการให้บริการฟรีสำหรับผู้บริโภค แต่ก็จะมีการตั้งแพ็คเกจค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นด้วย </b><br><br>แต่อย่างไรก็ดี ในรายงานไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนพื้นที่เก็บข้อมูลที่กูเกิลจะให้ใช้ฟรีสำหรับผู้บริโภค ก่อนที่จะต้องมีการเสียค่าบริการ ตัวอย่างเช่น Dropbox ที่มอบพื้นที่ให้ผู้ใช้ฟรี 2 กิกะไบต์ และสามารถเพิ่มพื้นที่ได้ด้วยการสมัครสมาชิกพร้อมการสนับสนุนให้บริการบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะมีค่าใช้อยู่ที่ 9.99 เหรียญสหรัฐฯ (300 บาท) สำหรับพื้นที่ 50 กิกะไบต์ หรือ 19.99 เหรียญสหรัฐฯ (600 บาท) สำหรับพื้นที่ 100 กิกะไบต์ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลจะแข่งขันกับราคาเหล่านั้น แต่ทั้งหมดทั้งมวล ขณะนี้ บริษัทได้นำเสนอบริการพื้นที่ 20 กิกะไบต์ สำหรับการแชร์ข้อมูล Picasa, Gmail และ Google Docs ในราคา 5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี แตกต่างจาก SkyDrive ของไมโครซอฟท์ที่เสนอพื้นที่ให้ใช้ฟรี 25 กิกะไบต์ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเป้าหมายของกูเกิลอาจจะเป็นจุดนี้ และนี่ก็ไม่ใช่ข่าวลือครั้งแรกเกี่ยวกับเทคโนโลยีคลาวด์สตอเรจจากกูเกิล ที่ผ่านมา กูเกิล เคยมีไอเดียที่จะมีการทำงานเป็นการภายในผ่านเทคโนโลยีเหนือเมฆที่มีชื่อเรียกว่า G Drive ซึ่งมีกำหนดที่จะเปิดตัวในช่วงปี 2007-2008 แต่ก็ต้องถูกยกเลิกไปเนื่องจากเหตุผลบางประการ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/100212i.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Kodak ประกาศอำลาธุรกิจกล้อง]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/kodak.gif' align='left'><b>Eastman Kodak หรือที่รู้จักกันในนาม Kodak ประกาศสิ่งที่ทำให้โลกตะลึงเมื่อวานนี้ เผยบริษัทจะไม่ดำเนินการธุรกิจกล้องต่อ</b><br><br>โดยตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน Kodak คาดจะเฟสตัวเองออกจากธุรกิจกล้องถ่ายรูปดิจิตอล, กล้องวีดีโอพกพา และกรอบรูปดิจิตอล ตัวแทนจากบริษัทเผย ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะมุ่งเน้นอย่างหนักไปที่การออกใบอนุญาตของแบรนด์ปัจจุบันและการดึงดูดบริษัทที่บางส่วนอาจต้องการสิทธิบัตร โดย Kodak จะยังคงนำเสนอบริการออนไลน์เซอร์วิส Kodak Gallery และร้านพิมพ์ภาพถ่าย โดยจะยังมีปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทให้บริการอยู่ในร้านค้า &quot;ในบางเวลา กลยุทธ์ของ Kodak ได้รับการปรับปรุงด้านผลกำไรในธุรกิจอุปกรณ์จับภาพ โดยลดการมีส่วนร่วมในแง่ของโปรดักส์พอร์ตโฟลิโอ, การดำเนินงานด้านภูมิศาสตร์ และร้านค้าปลีก วันนี้ เราได้ประกาศส่วนขยายตรรกะของกระบวนการ เพื่อแสดงผลการวิเคราะห์แนวทางในธุรกิจอุตสาหกรรมของเรา&quot; Pradeep Jotwani ประธาน Kodak Consumer Business กล่าว โดย Kodak เป็นผู้บุกเบิกในธุรกิจกล้องถ่ายภาพ และนำพากล้องเข้าถึงมือผู้บริโภคมากว่าศตวรรษ โดยตั้งแต่คริสต์ศักราช 1900 บริษัทได้เป็นผู้นำในเทคโนโลยีถ่ายภาพ อย่างไรก็ดี หลังจากมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ Kodak เริ่มตกอยู่ในเบื้องหลังของธุรกิจนี้ และเมื่อสมาร์ทโฟนอย่างเช่น ไอโฟนครองตลาด ทำให้กลายเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถถ่ายรูปได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้อุปกรณ์ของ Kodak มีความต้องการลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการมุ่งเน้นออกใบอนุญาตไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจมากนัก เพราะปัจจุบันบริษัทได้ถือสิทธิบัตรเกี่ยวกับการถ่ายภาพดิจิตอลกว่า 1,000 สิทธิบัตร และมีแนวโน้มที่หลายๆบริษัทกำลังมองหาหนทางเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบัตรเหล่านั้น<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/100212b.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ลือ! เปิดตัว iOS 5.1 Final ในวันที่ 9 มีนาคมนี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/ios5.jpg' align='left'><b>มีรายงานข่าวใหม่ชี้ แอปเปิ้ลจะมีการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 5.1 อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มีนาคมนี้ </b><br><br>โดยภายในเอกสารที่ส่งโดยแอปเปิ้ลไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายไอโฟน บล็อกไซต์ YourDailyMac ได้ค้นพบสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวชี้ไปยังวันที่ 9 มีนาคม ปี 2012 ในข้อความตอนหนึ่ง โดยมุ่งไปที่ผู้ประกอบการในญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, กรีซ, ฟินแลนด์ และสวีเดน ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อแสดงความมั่นใจว่า การเชื่อมต่อเครือข่ายจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายหลังจากที่อุปกรณ์ iOS ได้รับการอัพเดตเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดแล้ว โดยในเอกสารยังได้ระบุ ตัวอุปกรณ์ยังจะทำงานเข้ากันได้ดีกับ iOS 5.1 อีกด้วย โดย iOS 5.1 เวอร์ชั่นเบต้าได้ถูกส่งออกมายังนักพัฒนาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จนมาถึงตอนนี้เป็นรุ่นเบต้า 3 แล้วที่เพิ่งส่งออกมาเมื่อเดือนก่อน ซึ่งถ้าหากข่าวลือดังกล่าวเป็นจริง แอปเปิ้ลอาจต้องการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 5.1 พร้อมเปิดตัว ไอแพด 3 ก็เป็นได้ ซึ่งมีรายงานว่า ไอแพดรุ่นหน้าจะออกมาตีตลาดในช่วงเดือนถัดไปนี้ โดยตามสถิติก่อนๆ ไอแพด 2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 มีนาคมเมื่อปีที่แล้ว และมีการวางจำหน่ายต่อทันทีในวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งถ้าหากงานวันที่ 29 กุมภาพันธ์มีการเปิดตัวแท๊บเล็ตใหม่จริง ก็อาจเป็นไปได้ที่จะมีการออกวางจำหน่ายในวันที่ 9 มีนาคมนี้ แต่ทั้งนี้ ข่าวลือไม่ได้ระบุว่า iOS 5.1 จะมีการแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ที่ยังคงเกิดกับผู้ใช้ iOS ในบางรายด้วยหรือไม่<br>
<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/100212s.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไมโครซอฟท์ปิดรับออร์เดอร์ 'โนเกีย ลูเมีย 900']]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nokia-lumia-900.jpg' align='left'><b>ผู้บริโภคที่ต้องการสั่งซื้อสมาร์ทโฟน 'โนเกีย ลูเมีย 900' ในรอบพรีออร์เดอร์ อาจพลาดโอกาสที่ดี เมื่อไมโครซอฟท์ได้ประกาศปิดทำการรับจองสำหรับวินโดวส์โฟนในรุ่นดังกล่าวแล้ว โฆษกจากทางต้นสังกัดได้ออกมากล่าวกับ CNET เมื่อวานนี้</b><br><br>โดยไม่มีเหตุผลอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าอะไรคือสาเหตุให้หยุดทำการรับออร์เดอร์หลังจากที่เปิดให้จองแค่เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น แต่ทางตัวแทนได้ออกมากล่าว &quot;ร้านค้าไมโครซอฟท์จะดำเนินการอัพเดตข้อเสนอดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าที่สนใจและต้องการซื้อสมาร์ทโฟนโนเกียในรุ่น ลูเมีย 900 ควรเข้ามาติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องผ่านทางเวบเพจเฟซบุ๊คของไมโครซอฟท์สโตร์ สำหรับข้อเสนอที่จะมาในเร็วๆนี้&quot; ทางตัวแทนได้ให้คำแนะนำ โดย 'โนเกีย ลูเมีย 900' เปิดตัวเมื่อเดือนก่อนในงาน CES 2012 ก่อนที่จะเปิดให้ลูกค้าที่สนใจทำการวางเงินมัดจำล่วงหน้าจำนวน 25เหรียญสหรัฐฯ เพื่อจองโทรศัพท์ในรุ่นดังกล่าวก่อนเปิดตัวสินค้าในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการจับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการต่อแถวยาวๆหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์กว่า 14 แห่งทั่วสหรัฐฯในวันเปิดตัวนั่นเอง โดยราคาจำหน่ายล่าสุดในตอนนี้อยู่ที่ 99เหรียญสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ต้องทำสัญญาใช้บริการเป็นเวลา 2 ปี โดยมี AT&amp;T ดูแลให้บริการเครือข่ายในสหรัฐฯ ซึ่ง ลูเมีย 900 นี้ ยังจะเป็นวินโดวส์โฟนเครื่องแรกของโนเกียที่รองรับเครือข่าย 4G LTE อีกด้วย<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/100212h.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 10 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เอเซอร์ ฟ้องอดีตซีอีโอ Gianfranco Lanci ฐานละเมิดสัญญาหลังลาออก]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Gianfranco-Lanci.jpg' align='left'><b>บริษัทเอเซอร์ ยื่นเรื่องฟ้องร้องอดีตซีโอและกรรมการ Gianfranco Lanci สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่า Lanci  ได้ทำการละเมิดข้อตกลงในสัญญาระหว่างการลาออกเมื่อปีที่แล้วต่อศาลอิตาลีบ้านเกิดของเขา ซึ่งไฮไลท์ของคดีความดังกล่าวอยู่ที่ ข้อห้ามมิให้ Lanci เข้าทำงานกับบริษัทคู่แข่งเป็นเวลา 12 เดือนภายหลังจากการลาออก ซึ่งถือเป็นมาตราการทั่วไปเมื่อพนักงานระดับสูงลาออกหรือออกจากบริษัท </b><br><br>โดย Lanci ได้ทำการละเมิดสัญญาด้วยการเข้าร่วมงานกับเลอโนโวใน ในตำแหน่งที่ปรึกษาเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเพียงเวลาหกหรือเจ็ดเดือนเท่านั้น หลังจากการทำข้อตกลง (มีรายงานว่าสัญญาดังกล่าวถูกลงนามในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ Lanci ลาออกในเดือนมีนาคม) และหลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของ Lanci ก็เริ่มขยายตัวขึ้น เมื่อผู้ผลิตจากจีนได้แต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้ายุโรป,ตะวันออกกลาง และแอฟริกาคนใหม่ &quot;เราเชื่อว่า Lanci ได้ละเมิดข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันอย่างเต็มใจทั้งสองฝ่าย หลังจากเขาลาออกจากเอเซอร์ เราจึงต้องใช้มาตราการทางกฏหมายต่อสู้เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิและความชอบธรรมของเอเซอร์&quot; ทั้งนี้ Lanci ได้ลาออกจากเอเซอร์เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังจากที่มีความขัดแย้งกับคณะกรรมการบริหารบริษัทเกี่ยวกับกลยุทธ์การทำงาน โดยเขาเข้ามาร่วมงานกับเอเซอร์ตั้งแต่ปี 1997 และช่วยผลักดันให้เอเซอร์ขึ้นแท่นผู้ผลิตโน้ตบุ๊ครายใหญ่เป็นอันดับสองในปี 2008 และผู้ผลิตพีซีในปี 2009 <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/090212b.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[โนเกีย สั่งปลดพนักงานอีกรอบ และย้ายฐานการผลิตไปเอเชีย อ้างเหตุลดค่าใช้จ่าย]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nokia.gif' align='left'><b>บริษัทโนเกีย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจากประเทศฟินแลนด์ ประกาศแผนการเลิกจ้างพนักงาน 4,000 อัตราในโรงงานสาขาฟินแลนด์, ฮังการี และเม็กซิโก ที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดต้นทุนการผลิต  และมีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตสมาร์ทโฟนไปยังเอเชีย</b><br><br>โดยการเลิกจ้างงานในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับโนเกีย หลังจากที่ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมากับการปลดพนักงานทีเดียวถึง 20,000 อัตรา เพื่อต่อสู้กับยอดขายที่ลดลงในยุโรปและสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันจากคู่แข่งอย่างแอปเปิ้ล รวมถึงสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ นอกจากนี้ โนเกียยังมีแผนที่จะย้ายฐานการผลิตไปยังเอเชีย ซึ่งมีเป้าหมายหลักที่จะให้ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้ไวขึ้น &quot;ด้วยการทำงานที่ใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ เราเชื่อว่ามันจะทำให้เราสามารถแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดได้ไวขึ้นและในที่สุดมันก็จะมีการแข่งขันมากขึ้น&quot; Niklas Savander รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดของโนเกีย กล่าว ส่วนโรงงานทั้งสามแห่งนั้นจะยังคงมีการดำเนินงานอยู่ และจะยังคงมีบทบาทที่สำคัญ แต่จะเป็นสถานที่ที่พนักงานมุ่งเน้นไปที่การปรับแต่งขั้นตอนสุดท้ายมากกว่าการคิดค้นสมาร์ทโฟนใหม่ๆ &quot;พวกเขาจะให้ความเป็นเอกลักษณ์และตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่า&quot; Savander ทิ้งท้าย สำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างในครั้งนี้มีราว 2,300 คนในโรงงานที่ฮังการี, 700 คนในเม็กซิโก และอีก 1,000 อัตราในฟินแลนด์ ซึ่งบริษัทได้มอบข้อเสนอให้กับพนักงานที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงิน หรือให้ความช่วยเหลือในการจ้างงานภายในท้องถิ่นอย่างเต็มที่<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/090212g.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ตำรวจเข้ายึดบ้านผู้ก่อตั้ง MegaUpload อีกหลังในนิวซีแลนด์]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/dotcom_home_newzealand.jpg' align='left'><b>บ้านหลังงามราคา 4.3ล้านเหรียญสหรัฐฯในนิวซีแลนด์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ก่อตั้ง MegaUpload นาย คิม ดอทคอม ถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเมื่อวานนี้</b><br><br>โดยตามรายงานที่เผยแพร่ บ้านหลังนี้ ไม่ใช่หลังเดียวกันกับแมนชั่นราคา 25ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ดอทคอมอาศัยอยู่และถูกจับเมื่อวันที่ 19 มกราคมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 70 นาย ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะซื้อบ้านหลังที่ใหญ่กว่านี้ได้ เนื่องจากตกบททดสอบ 'การมีความประพฤติดี' ที่จำเป็นสำหรับชาวต่างชาติในการเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในนิวซีแลนด์ สื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศได้รายงานข่าวเมื่อคืนวาน ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในรายการสินทรัพย์ที่ตำรวจยึดมาได้เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่ประกอบไปด้วย รถยนต์หลายคัน, เงินสดหลายล้านเหรียญฯ และทรัพย์สินอื่นๆ โดยศาลสหพันธรัฐในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯกำลังดำเนินการเอาผิดกับดอทคอม และได้ยินกำหนดการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่กำหนดไว้ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งดอทคอมได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ถูกฟ้องร้อง ทั้งเรื่อง ละเมิดลิขสิทธิ์ทางอินเทอร์เน็ต, ฟอกเงิน และฉ้อโกง โดยในตอนนี้ยังคงอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ <br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/090212i.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[จีนทุ่มพัฒนาลิฟท์ไต่ตึก เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ ด้วยความเร็ว 40 mph]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Shanghai_Tower.jpg' align='left'><b>บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ได้ทำการเปิดตัวเทคโนโลยีสำหรับลิฟท์ความเร็วสูงใหม่ เพื่อใช้ปีนขึ้นตึกที่มีอัตราความเร็ว 40 mph หรือ 40 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยจะพร้อมให้บริการในประเทศจีน</b><br><br>โดยลิฟท์ดังกล่าว จะถูกติดตั้งในตึก 'เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์' ที่มีความสูงอยู่ที่ 632 เมตร หรือประมาณ 2,073 ฟุต ในพื้นที่ผู่ตงของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งได้รับการออกแบบโดยทีมสถาปัตยกรรมชาวอเมริกัน Gensler ผู้ซึ่งออกแบบกลุ่มอาคารสูงระฟ้า 3 ตึกในเขตผู่ตง ได้แก่ ตึก เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์, จินเหมาทาวเวอร์ และ เซี่ยงไฮ้เวิลด์ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ โดยเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์มีความสูงของจำนวนชั้นทั้งสิ้น 128 ชั้น ถือเป็นตึกที่สูงที่สุดในโครงสร้างอาคารของจีนเมื่อเสร็จสมบูรณ์ และเป็นที่สองในโลกรองจากตึก Burj Khalifa ในดูไบ โดยลิฟท์นี้ สามารถเดินทางได้เร็วที่สุด 1,080 เมตร หรือ 3,543 ฟุตในเวลาเพียง 1 นาที ซึ่งคิดเป็นความเร็วเฉลี่ยโดยประมาณ 40.2 mph(ไมล์ต่อชั่วโมง) โดยเครื่องยนต์แต่ละชิ้นในตัวลิฟท์ จะมีตัวแปลงฝังอยู่ภายใน ซึ่งจะช่วยฟื้นพลังงานไฟฟ้า ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานไปได้มากกว่าร้อยละ 30 เลยทีเดียว (ตามข้อมูลจาก มิตซูบิชิ) นอกจากนี้ ยังมีระบบเกียร์ความปลอดภัยที่จะจับรางลิฟท์ เมื่อสายเคเบิลมีปัญหา โดยทำจากวัสดุเซรามิกที่สามารถทนความร้อนและแรงเสียดทานได้สูง โดยระบบเกียร์จะประกอบไปด้วย 2 ขั้นตอน เพื่อจัดการพลังงานจลจากความเร็วสูง โดยผู้โดยสารจะมีความรู้สึกสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยเหมือนเดินทางด้วยรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง เนื่องจากมีการใช้งานลูกกลิ้งเพื่อลดการเขย่า และยังมีกรงฉนวนกันเสียงโดยรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับความเงียบเป็นพิเศษ อีกทั้งมีการจัดการแรงดันอากาศด้วยระบบควบคุม ซึ่งจะช่วยลดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกลืนน้ำลายในทุกๆสองสามวินาทีแบบที่เคย<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/090212h.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไมโครซอฟท์เป็นเจ้าภาพจัดงาน Windows 8 Consumer Preview ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/windows8_consumer_preview_invite.jpg' align='left'><b>ไมโครซอฟท์จะใช้เวลาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ในการเปิดตัวเวอร์ชั่น Consumer Preview ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ในเมืองบาร์เซโลนา โดยจะเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่การเปิดตัวระบบปฏิบัติการล่าสุด</b><br><br>โดยเวอร์ชั่น Consumer Preview เป็นชื่อที่ไมโครซอฟท์ใช้เรียกรุ่นเบต้าของระบบปฏิบัติการ ซึ่งทางต้นสังกัดได้มีการกล่าวไว้เมื่อเดือนธันวาคมว่า จะมีการเปิดตัวเวอร์ชั่นเบต้าในปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยไมโครซอฟท์ได้มีการส่งบัตรเชิญไปยังสื่อมวลชนเมื่อเช้าวานนี้ เพื่อให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน &quot;Windows 8 Consumer Preview&quot; อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานไม่ได้มีการพูดถึงอะไรเลยเกี่ยวกับการเปิดตัวครั้งแรกนี้ ซึ่งไมโครซอฟท์จะจัดงานนี้ในระหว่างงาน Mobile World Congress งานแสดงสินค้าขนาดใหญ่สำหรับอุปกรณ์มือถือที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคมนี้ โดยจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 3-5 p.m. ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงแรม Miramar ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดย Windows 8 จะเป็นระบบปฏิบัติการล่าสุดที่มีการพัฒนาอินเทอร์เฟซหน้าจอใหม่ที่เรียกว่า Metro ซึ่งจะช่วยให้การเคลื่อนย้ายมีความรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในการทำงานที่หลากหลาย และเป็นการผลักดันเพื่อเปิดให้วินโดวส์เข้าถึงระบบปฏิบัติการสำหรับแท๊บเล็ตเช่นเดียวกับที่ประสบความสำเร็จมาแล้วบนคอมฯพีซี<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/090212s.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 09 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ตัวแทนไซแมนเทค ยันไม่มีการเสนอเงินให้ Anonymous เพื่อแลกกับซอร์สโค้ดโปรแกรมที่ขโมยไป]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/symantec.gif' align='left'><b>กลายเป็นเรื่องพิศวงกันไป เมื่อกลุ่มแฮ็คเกอร์ Anonymous ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของอีเมลล์ที่มีการโต้ตอบระหว่างสมาชิกกลุ่ม และไซแมนเทคเมื่อวานนี้ โดยมีความใจความสำคัญว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยได้ยื่นข้อเสนอเป็นเงินมูลค่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,500,000 บาท เพื่อแลกกับการทำลายซอร์สโค้ดของซอฟท์แวร์ pcAnywhere และเครื่องมือ Norton Antivirus ที่ซึ่งถูกเชื่อว่า กลุ่มแฮ็คเกอร์ดังกล่าวได้ทำการโจรกรรมไป หลังจากที่เข้าโจมตีเซิฟเวอร์ของหน่วยสืบราชการลับในอินเดียตั้งแต่ปี 2006 </b><br><br>แต่ในที่สุด ข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่เป็นผล หลังจากที่มีการพูดคุยถึงการชำระเงินผ่านทางธนาคาร Liberty Reserve ใน Costa Rica  และมีปัญหาเกี่ยวกับการร้องขอรหัสลับสำหรับการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ซอร์สโค้ดของไซแมนเทคได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ Pirate Bay เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สอดคล้องกับ Cris Paden ตัวแทนจากไซแมนเทคได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับแหล่งข่าวว่า &quot;เราไม่มีการยื่นข้อเสนอสำหรับการแลกเปลี่ยนแก่กลุ่มแฮ็คเกอร์ และขณะนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการหาข้อมูลสำหรับการสืบสวน&quot; ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 30 มกราคม ไซแมนเทคได้ทำการปล่อยเวอร์ชั่นอัพเดทสำหรับซอฟท์แวร์  pcAnywhere  หลังจากที่เคยแนะนำให้ผู้ใช้ยุติการใช้งานจนกว่าแพทชเวอร์ชั่นใหม่จะถูกปล่อยออกมา สืบเนื่องจากอายุของซอร์สโค้ด ที่ไม่เกี่ยข้องกับการคุกคาม<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/080212i.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[กูเกิลและเฟซบุ๊ค เร่งถอดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกจากเว็บฯ หลังศาลอินเดียมีคำสั่งเตือน]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/google.gif' align='left'><b>สองบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ กูเกิลและเฟซบุ๊ค เร่งดำเนินการถอดเนื้อหาไม่เหมาะสมที่ซึ่งปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ท้องถิ่นของอินเดียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามคำสั่งเแจ้งตือนจากศาลที่มีบทลงโทษอันรุนแรงเฉกเช่นเดียวกับประเทศจีน ถ้าพวกเขาไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อปกป้องความอ่อนไหวในเรื่องศาสนา </b><br><br>โดยกูเกิลและเฟซบุ๊ค เป็นสองใน 21 บริษัทที่ได้รับคำสั่งให้ค้นหาวิธีทางในการบล็อกเนื้อหาที่ถือว่าล่วงละเมิดต่อศาสนา หลังจากที่มีผู้ร้องเรียนไปยังศาลว่ามีรูปภาพที่ดูเหมือนว่าล่วงละเมิดต่อศาสนาฮินดู มุสลิม และคริสเตียน &quot;ทีมงานของเราได้ดูแลเนื้อหาและระงับการเรียกเนื้อหาเหล่านั้นจากโดเมนท้องถิ่นที่ปรากฏอยู่ในการค้นหาของกูเกิล, ยูทูป และบล็อกเกอร์แล้ว&quot; Paroma Roy Chowdhury โฆษกหญิงจากกูเกิลอธิบาย นอกจากนี้ หัวใจหลักของข้อพิพาททางกฏหมายในอินเดียเมื่อปีที่ผ่านมา ยังได้ส่งผลให้บริษัทกูเกิลตัดสินใจที่จะรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผู้ใช้โพสลงในเว็บไซต์ และให้เวลาพวกเขา 36 ชั่วโมง สำหรับการนำเนื้อหาดังกล่าวออก ถ้าหากได้รับการร้องเรียน สำหรับจำนวนประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศอินเดียนั้นมีน้อยกว่า 1 ใน 10 ของประชากรทั้งหมด 1.2 พันล้านคน แต่อย่างไรก็ดีตัวเลขดังกล่าวถือเป็นลำดับที่สามของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก รองจากจีน และสหรัฐฯ และมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าหรือ ราว 300 ล้านคนในอีกสามปีข้างหน้า และถึงแม้กฏใหม่จะมีข้อกำหนดให้ปิดกั้นการเผยแพร่เนื้อหาที่มีการล่วงละเมิด แต่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในอินเดียส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถูกเซ็นเซอร์ สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนที่ค่อนข้างมีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก ในขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษย์ชนได้มีการต่อต้านกฏหมายใหม่ ไม่แตกต่างจากนักการเมืองที่ได้ออกมาระบุว่า การโพสรูปที่มีการล่วงละเมิดในสังคมที่มีความอนุรักษ์นิยม ถือเป็นการทำลายประวัติศาสตร์ระหว่างกลุ่มศาสนา และอาจจะทำให้เกิดอันตรายในวงกว้างได้<br><br><b>Source :reuters</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/080212g.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เผยธุรกิจออนไลน์สหรัฐฯ ฮุบรายได้กว่า 50พันล้านเหรียญฯ เมื่อไตรมาสล่าสุด]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/online_shopping.jpg' align='left'><b>ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งวันหยุดที่เรียกได้ว่าเป็นช่วงกระตุ้นการจับจ่ายมากที่สุด โดยสามารถทำรายได้จากธุรกิจออนไลน์ได้เกือบๆ 50พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามการรายงานล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อวันก่อน</b><br><br>โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2011 ธุรกิจออนไลน์ในสหรัฐฯ สามารถทำรายได้ได้กว่า 49.7พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือพุ่งขึ้นมา 14 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และทำเครื่องหมายเป็นไตรมาสที่เก้าในรอบปีที่มีการเติบโตในธุรกิจนี้ และเป็นไตรมาสที่ห้าที่มีผลกำไรมากเป็นตัวเลขสองหลัก โดยในช่วงสิบวันที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด มีเม็ดเงินหมุนในธุรกิจออนไลน์ถึงกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐฯด้วยกัน โดยในช่วง Cyber Monday วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายนนั้น ติดอันดับท็อปสุด ด้วยรายได้กว่า 1.25พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รองลงมาคือ วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม ด้วยรายได้ 1.18พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามมาด้วย Green Monday วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคมที่อยู่ในอันดับที่สาม ด้วยรายได้ 1.13พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยกว่าครึ่ง(ประมาณ 52 เปอร์เซ็นต์)ของยอดการจำหน่ายปลีกออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงฟรีค่าขนส่งด้วย ทุบสถิติที่เคยทำไว้ก่อนหน้าอยูที่ 49 เปอร์เซ็นต์เมื่อไตรมาสที่สี่ปี 2010 โดยสินค้าที่อยู่ในหมดขายดีที่สุดหนีไม่พ้น สินค้าประเภทดิจิตอลคอนเทนต์และสินค้าในหมวดใกล้เคียง, เครื่องประดับและนาฬิกา, เครื่องใช้อิเล็กทรอนิคส์, ของเล่นและงานประดิษฐ์ และคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ โดยในแต่ละประเภทมีอัตราการเติบโตอย่างต่ำ 18 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนอีกด้วย โดยสมาร์ทโฟนและแท๊บเล็ต ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการเปรียบเทียบราคา โดยพวกเขามีการตรวจสอบราคาจากโทรฯมือถือของพวกเขาในขณะที่อยู่ภายในร้านค้า โดย Gian Fulgoni ประธาน ComScore ได้กล่าวไว้ว่า &quot;ในไตรมาสที่สี่ของปี 2011 เป็นอีกปีหนึ่งที่แข็งแกร่งสำหรับธุรกิจออนไลน์ ซึ่งได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อน&quot; &quot;ด้วยราคาและความสะดวกสบายอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงผลักดันสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ช และถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราคาด จะมีช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้นในปี 2012 นี้&quot; Fulgoni กล่าวทิ้งท้าย<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/080212b.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ลือ กาแล็คซี่เอส III บางเพียง 7 มม. พร้อมซีพียูสี่แกน มาแน่พฤษภาคมนี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/samsung_galaxy_s_ii.jpg' align='left'><b>แม้ว่าซัมซุงกาแล็คซี่เอส III จะไม่มีการเปิดตัวในงาน Mobile World Congress ในปลายเดือนนี้ แต่คาดกันว่า สมาร์ทโฟนดังกล่าวจะตีตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2012 นี้</b><br><br>โดยอ้างอิงรายงานจากแหล่งข่าว Electronic Times News ของเกาหลีใต้ ระบุ กาแล็คซี่เอสรุ่นหน้า จะเป็นสมาร์ทโฟนที่จะมีความบางที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนด้วยกันในตอนนี้ และคาดจะมาถึงในเดือนพฤษภาคม ซึ่งช้ากว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้าว่าจะมีการเปิดตัวในเดือนเมษายนและอยู่ในช่วงของวันครบรอบขวบปีของกาแล็คซี่เอส II ซึ่งถ้าหากข่าวลือดังกล่าวมีความถูกต้อง สมาร์ทโฟนตัวใหม่ของซัมซุง จะมีความหนาแค่เพียง 7 มม.เท่านั้น ซึ่งบางกว่ารุ่นพี่กาแล็คซี่เอส II อยู่ประมาณ 1.5 มม. และบางกว่าไอโฟน 4S อยู่ประมาณ 2.3 มม. อีกทั้งยังบางกว่า Droid Razr อีกด้วย เนื่องจากมีการใช้ส่วนประกอบที่บางกว่าส่วนประกอบมาตรฐานที่ใช้งานกันอยู่ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ อาทิ ชิ้นส่วนของแผงวงจรการพิมพ์, คอนเนคเตอร์ และชิปเบ็ดเตล็ดอื่นๆ โดยภายในความบางของมัน จะขับเคลื่อนด้วยพลังจากชิปประมวลผลสี่แกน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกสำหรับซัมซุงเลยทีเดียว พร้อมแรมขนาด 2GB กล้องด้านหลัง 8 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล อีกทั้งยังรองรับการสนับสนุนเครือข่าย LTE โดยยังจะคงความสดของสีหน้าจอด้วยเทคโนโลยี HD Super AMOLED Plus และรันด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่าง ไอศครีมแซนวิช ซึ่งแตกต่างจากข่าวลือก่อนหน้านี้ ที่กล่าวกันว่า กาแล็คซี่เอส III จะมาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล และมีความจุภายใน 64GB <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/080212h.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[กูเกิลปล่อย 'โครม' เวอร์ชั่นแอนดรอยด์เบต้า สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/google_Chrome_logo_2D.jpg' align='left'><b>กว่า 3 ปีแห่งการพัฒนา 'โครม' ได้ออกรุ่นล่าสุดบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แล้ว</b><br><br>โดยเมื่อวานนี้ กูเกิลได้ปล่อยเวอร์ชั่นเบต้าของเวบบราวน์เซอร์ 'โครม' สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ออกมา โดยเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของโปรเจ็กยักษ์ใหญ่ของกูเกิลทั้งสอง ซึ่งสามารถหาได้แล้วตอนนี้ในแอนดรอยด์มาร์เก็ต แต่ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะสามารถใช้งานได้บนไอศครีมแซนวิชหรือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 เท่านั้น ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่เปิดตัวเมื่อปลายปีก่อนบนสมาร์ทโฟนซัมซุงกาแล็คซี่เน็กซัสที่ยังคงหายากอยู่ในตอนนี้ โดยกูเกิลโครมสำหรับแอนดรอยด์เบต้า จะมีรูปแบบที่เหมือนกันกับ Chrome 16 สำหรับคอมพิวเตอร์ที่เน้นความเร็วและความเรียบง่าย โดยจะรวมคุณสมบัติอย่างเช่น การล็อกอินและการเชื่อมต่ออย่างไม่มีสะดุด และระบบแก้ไขแท็บที่จะทำงานได้ดีบนโทรศัพท์ที่มีหน้าจอขนาดเล็ก หรือแท๊บเล็ตที่มีขนาดใหญ่ โดยผู้ใช้งานสามารถพลิกหรือรูดดูระหว่างแท็บที่ไม่จำกัดจำนวนได้ นอกจากนี้ ยังมีโหมดไม่ระบุตัวตนที่ช่วยให้การท่องเวบมีความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีตัวเลือกความเป็นส่วนตัวให้เลือกอีกหลายตัวเลือก โดยเมื่อค้นหา ผลลัพธ์ที่อยู่บนๆจะโหลดในพื้นหลังในขณะที่พิมพ์ เพื่อให้หน้าปรากฎได้รวดเร็วขึ้นมาก และเช่นเดียวกับในเวอร์ชั่นเดสก์ทอป การค้นหาและตัวนำทาง จะสามารถดำเนินการได้จาก Chrome omnibox หรือแอดเดรสบาร์นั่นเอง ซึ่งการจำกัดบราวน์เซอร์อยู่เฉพาะไอศครีมแซนวิช(หรือแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด)นั้น เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด เพราะความที่อินเทอร์เฟสตัวเร่งฮาร์ดแวร์ใหม่นี้จะไม่สามารถพบได้ในแอนดรอยด์เวอร์ชั่นก่อนๆ ซึ่งถ้าหากผู้ใช้เป็นคนหนึ่งที่ใช้งานอุปกรณ์ที่รันด้วยไอศครีมแซนวิช สามารถดาวน์โหลดโครมไปใช้งานได้ฟรีแล้วผ่านทางแอนดรอยด์มาร์เก็ต<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/080212s.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 08 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ รวมตัวกันเรียกร้องค่าเสียหายจาก LimeWire อีกระลอก]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/limewire_logo.jpg' align='left'><b>หกค่ายหนังยักษ์ใหญ่ และบริษัททีวีในสหรัฐฯ รวมตัวกันฟ้องร้องบริการไฟล์แชรร์ริ่งแบบ peer-to-peer ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่าง LimeWire อีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกยื่นเรื่องฟ้องร้อง และได้รับตัดสินจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา หรือ Recording Industry Association of America เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา จนทำให้ ผู้ก่อตั้ง Mark Gorton ต้องจ่ายค่าชดเชยราว 105 ล้านเหรียญสหรัฐฯ </b><br><br>โดยคดีความครั้งล่าสุดนี้ มีเจ้าทุกข์รวมตัวกันร้องเรียนทั้งหมด 16 หน้า รวมถึง Twentieth Century Fox, Viacom, Comedy Partners, Disney, Paramount Pictures และ Warner Bros นอกจากนี้ ยังมีรายชื่ออีก 53 หน้าของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดลิขสิทธิ์ สำหรับ LimeWire นั้นถือกำเนิดขึ้นในปี 2000 และยืนหยัดที่จะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งกับ Kazaa, BearShare และ eDonkey ก่อนที่ทั้งหมดจะปิดตัวลงเมื่อไม่กี่ปีก่อน และในที่สุด RIAA ก็ได้พิพากษาให้ LimeWire  ปิดฉากลงในปลายปี 2010 <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/070212i.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 07 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไมโครซอฟท์ เตรียมยกทัพอุปกรณ์วินโดว์โฟนหกรุ่นลุยตลาด?]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/microsoft.gif' align='left'><b>ไมโครซอฟท์ กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อยกทัพอุปกรณ์วินโดว์โฟนรูปแบบใหม่ลุยตลาดในอนาคต ตามคำบอกเล่าของ Albert Shum กรรมการผู้จัดการทั่วไปของสตูดิโอออกแบบวินโดว์โฟน ที่ได้ทำการเผยภาพร่างของอุปกรณ์ภายใต้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์โมบายล์ที่มีความหลากหลายเมื่อวานนี้ </b><br><br>โดยบรรดาภาพประกอบนสไลด์โชว์ทั้งหกรุ่นถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังจากที่มีคลิปวีดีโอหลุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่มีการเปิดเผยถึงคุณลักษณะใหม่ๆ ของโทรศัพท์มือถือจากค่ายไมโครซอฟท์ในยุคถัดไป นอกเหนือการสนับสนุน microSD แบบเต็มรูปแบบ, มีฟังก์ชั่น NFC และมัลติคอร์โปรเซสเซอร์ และถ้าสังเกตให้ดี ในบรรดาภาพร่างทั้งหมดจะเห็นได้ว่า อุปกรณ์ก่อนลำดับสุดท้าย ค่อนข้างที่จะมีขนาดใหญ่ ซึ่งดูเผินๆ น่าจะไม่ใช่แท็บเล็ต แต่มันอาจจะกลายมาเป็นคู่แข่ง Samsung Galaxy Note ที่มีหน้าจอ 5.3 นิ้วก็เป็นได้ ส่วนอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ถูกแสดงในลำดับถัดมา น่าจะมาพร้อมกับปุ่มฮาร์ดคีย์ด้านล่างของเครื่องเหมือนอย่างอุปกรณ์แอนดรอยด์ ขณะที่อุปกรณ์ขนาดเล็กอีกตัวอาจจะมาพร้อมกับคีย์บอร์ดจริงที่สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจเหมือนอย่างเจ้าตลาดแบล็คเบอรร์รี่ รวมถึงยังมีโอกาสขยับเข้าสู่ตลาดผู้ใช้เริ่มต้นสำหรับวัยรุ่นหรือตลาดเกิดใหม่ และสิ่งที่น่านใจที่สุดในภาพสไลด์ก็คือแก็ตเจ็ตขนาดเล็กที่มีรูปทรงคล้ายกับ Motoactv หรือ iPod nano <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/070212h.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 07 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไมโครซอฟท์ลบปุ่ม Start ออกจากวินโดวส์ 8]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/windows8-start-button.jpg' align='left'><b>บอกลากับปุ่ม Start ที่คุ้นเคยในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ไปได้เลย เมื่อไมโครซอฟท์ได้กำจัดมันออกไปจากระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชั่นล่าสุด</b><br><br>โดยภาพสกรีนช็อตของหน้าจอ &quot;Super Bar&quot; ในระบบปฏิบัติการใหม่ วินโดวส์ 8 ได้ถูกเปิดเผยออกมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ปุ่ม Start รูปกลมๆทางด้านซ้ายมือที่เคยเห็นอยู่เป็นประจำในระบบปฏิบัติการวินโดวส์มากว่า 15 ปีนั้น ได้ถูกลบออกไปจากสารบบ อ้างอิงตามรายงานจาก The Verge โดยจะเป็นรุ่นเวอร์ชั่น Build 8220 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายก่อนที่จะเปิดตัวในฐานะเวอร์ชั่นเบต้า หรือที่รู้จักกันในนาม Consumer Preview ซึ่งจะมีการเปิดตัวก่อนปลายเดือนนี้ โดยจะเป็นวันสิ้นชีพของปุ่ม Start ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของอินเทอร์เฟส โดยมีการใช้รูปแบบ Metro UI เพื่อให้สามารถใช้งานบนหน้าจอทัชสกรีนได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น ซึ่งแทนที่ปุ่ม Start ไมโครซอฟท์จะนำเสนอพื้นที่นั้นด้วย hot corner ที่สามารถเอาเคอร์เซอร์เมาส์ไปชี้หรือนิ้วรูดเพื่อสลับระหว่างหน้าจอ Metro UI และ Desktop ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานมีความสอดคล้องกันมากขึ้นระหว่างสองสภาพแวดล้อม โดยแฟนๆของปุ่ม Start รูปกลมๆ คงจะไม่ชอบใจเท่าไรนัก แต่ The Verge เชื่อว่า ไมโครซอฟท์อาจมีการคิดทบทวนใหม่สำหรับการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ หากมีเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้มากพอ ซึ่งนอกจากนี้ Super Bar จะยังคงมีฟังก์ชั่นแสดงไอคอนปักหมุดที่มาจากวินโดวส์ 7 ที่จะเป็นช็อตคัท ซึ่งสามารถแสดงตัวอย่างหน้าต่างที่เปิดใช้งานอยู่ได้เมื่อลากเมาส์ผ่าน<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/070212s.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 07 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[PlayStation Network เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Sony Entertainment Network]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/sony_entertainment_network_logo.jpg' align='left'><b>PlayStation Network เร็วๆนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งแหล่งข่าวยืนยัน โซนี่จะมีการเปลี่ยนชื่อของบริการออนไลน์ 'PlayStation Network' ที่ใช้มานานกว่า 4 ปี ไปเป็น 'Sony Entertainment Network' เพื่อให้ใกล้ชิดกับเป้าหมายในการจัดตั้งแพลตฟอร์มเครือข่ายทั่วโลกที่ครอบคลุมบริการทั้ง เกม, ภาพยนตร์, เพลง และอื่นๆอีกมากมาย</b><br><br>โดยการใช้งานบริการ เกม, ภาพยนตร์, เพลง และอื่นๆ จะสามารถเข้าถึงได้จากบัญชีเดียว ซึ่งการเปลี่ยนชื่อนั้น ผู้ใช้งานบริการดังกล่าว จะไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อยูสเซอร์เนมหรือพาสเวิร์ดของพวกเขา ซึ่งการปรับปรุงซอฟท์แวร์สำหรับ PlayStation 3 และ PlayStation Vita จะมาถึงในวันนี้เพื่อนำไปสู่การรีแบรนด์ใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ จะไม่เกิดขึ้นกับ PlayStation Portable (PSP) โดย PlayStation Network เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเปิดตัว PS3 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2006 ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีถัดมา โซนี่ได้เปิดตัว PlayStation Store, PlayStation Home และ PlayStation Plus บนบริการ PSN แม้จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดจากตลาด Xbox 360 แต่บริการโซนี่เกมออนไลน์ก็สามารถแพร่ขยายการให้บริการครอบคลุมไปถึง 60 ประเทศทั่วโลก และนำเสนอการซื้อขายเป็นจำนวนมาก รวมถึงตัวเลือกทางด้านบันเทิงอีกด้วย ซึ่งการดำเนินงานของ PSN ดูเหมือนจะราบรื่นมาเรื่อยๆจนกระทั่งวันที่ 19 เมษายน ปี 2011 เมื่อโซนี่เจอพายุโหมกระหน่ำครั้งใหญ่ โดยถูกแฮกเกอร์เข้าแฮ็คระบบและสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้กว่า 77ล้านบัญชี โดยการรีแบรนด์จาก PlayStation Network (PSN) ไปเป็น Sony Entertainment Network (SEN) ในครั้งนี้ จะเริ่มในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังจากตารางซอฟท์แวร์และเฟิร์มแวร์อัพเดตออกมาในสัปดาห์นี้สำหรับผู้ใช้ PS3 และ PlayStation Vita<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/070212b.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 07 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[GameStop เปิดให้คอเกมทดลองเล่น PS Vita ฟรี ก่อนเปิดขายจริงปลายเดือนนี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/gamestop-ps-vita.jpg' align='left'><b>เกมเมอร์ที่อยากลิ้มรสชาดของเครื่องเล่นเกมคอนโซลพกพารุ่นหน้า PlayStation Vita ก่อนใคร สามารถเข้ามาร่วมทดลองเล่นได้ฟรีในร้านตัวแทนจำหน่าย GameStop ที่ร่วมรายการ</b><br><br>โดย PS Vita จะมีให้ทดลองเล่นในร้านค้าของ GameStop กว่า 3,300 แห่งทั่วสหรัฐฯ เพื่อให้คอเกมเมอร์ได้สัมผัสประสบการณ์ในการเล่นก่อนตัดสินใจซื้อ โดยผู้ที่สนใจสามารถป้อนรหัสไปรษณีย์ที่อยู่ของคุณในหน้าเวบเพจ Vita ของ GameStop เพื่อตรวจสอบร้านค้าใกล้เคียงที่ร่วมให้บริการ แต่ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจ คุณควรที่จะโทรสอบถามเข้าไปยังศูนย์บริการก่อนเข้าใช้บริการ ซึ่งใน PS Vita ที่จะให้ทดลองเล่นนั้น จะมีเกมอยู่ทั้งสิ้น 8 เกมให้ทดลอง อันได้แก่ เกม Uncharted: Golden Abyss, Little Deviants, Hot shots Golf, FIFA Soccer, Modnation Racers, Virtua Tennis 4, Escape Plan และ Wipeout 2048 โดย PS Vita เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และจะทยอยข้ามทวีปมายังอเมริกาเหนือ, ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถทำการสั่งจองรอบพรีออร์เดอร์ได้จาก GameStop เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป โดยการจัดส่งในรอบพรีออร์เดอร์นี้ จะสามารถส่งได้ในวันที่เปิดจำหน่ายหรือใกล้เคียงที่สุด ซึ่ง GameStop จะเปิดให้จำหน่าย PS Vita ใน 3 เวอร์ชั่น ได้แก่ รุ่น Wi-Fi อย่างเดียว ในราคา 249เหรียญสหรัฐฯ รุ่น 3G/Wi-Fi ในราคา 299เหรียญสหรัฐฯ และเวอร์ชั่นเซ็ทพร้อมเกม, เคส และสินค้าอื่นๆ ในราคา 349เหรียญสหรัฐฯ โดย GameStop ยังได้เพิ่มข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าที่ต้องการนำเครื่อง Nintendo DS, Nintendo 3DS หรือ Sony PSP มาแลกเปลี่ยนเป็น PS Vita จะคิดเพิ่มในราคาเพียง 25เหรียญสหรัฐฯ<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/070212g.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 07 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ศาลเยอรมัน สั่งบล็อกการขายอุปกรณ์แอปเปิ้ลบางตัวในประเทศ, พร้อมตัดสินให้โมโตฯ ชนะคดี iCloud]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/lawsuit.jpg' align='left'><b>แอปเปิ้ลถึงกับเซ็งสองต่อ หลังจากที่คดีความการละเมิดสิทธิบัตรที่ถูกยื่นเรื่องฟ้องร้องจากโมโตโรล่าได้มีการตัดสินเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และถือเป็นครั้งแรกที่ Andreas Voss ผู้พิพากษาจากศาลเขตแมนไฮม์ในเยอรมันนี ได้ออกคำสั่งเป็นการถาวรกับ iCloud และอุปกรณ์ใดๆ ที่ถูกใช้ร่วมด้วย ว่ามีการละเมิดสิทธิบัตรฉบับเดิมที่โมโตโรล่าถือครองอยู่ อันเกี่ยวเนื่องกับการสื่อสารสองทางระหว่างวิทยุติดตามตัว </b><br><br>โดยคำสั่งห้ามดังกล่าวจะมีผลเฉพาะกับบางฟังก์ชั่น ตัวอย่างเช่น บริการพุชอีเมลล์ที่แอปเปิ้ลเปิดให้บริการผ่านทาง iCloud และ MobileMe ซึ่งถ้าโมโตโรล่าตัดสินใจบังคับใช้คำตัดสินดังกล่าว บริษัทจากคูเปอร์ติโนก็จำที่จะต้องยุติการให้บริการฟีเจอร์นี้แก่ผู้ใช้ในเยอรมัน หรือต้องเผชิญกับการห้ามขายในประเทศ แต่ในทางกลับกัน ผู้ใช้แอปเปิ้ลก็สามารถที่จะตรวจเช็คอีเมลล์ได้ด้วยตนเอง หรือตั้งค่าอุปกรณ์ให้ตรวจสอบตามระยะเวลาได้ ทั้งนี้ แอปเปิ้ลได้โต้แย้งว่า สิทธิบัตรฉบับดังกล่าวมีความไม่ถูกต้อง และคาดว่าจะอุทธรณ์ต่อคำวินิจฉัยของศาลต่อไป 
นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังได้ถูกสั่งให้มีการระงับการขายสินค้า iPad และ iPhone รุ่นเก่าจากออนไลน์สโตร์ในเยอรมันนี ตามคำตัดสินเมื่อเดือนธันวาคมหลังจากที่ศาลพิพากษาให้โมโตโรล่าชนะคดีความกับแอปเปิ้ลในเรื่องของเทคโนโลยี 3G ที่ซึ่งมีการขัดแย้งกับสิทธิบัตรของโมโตโรล่า โดยจะส่งผลให้  iPhone 3G, iPhone 3GS, iPhone 4 และ 3G iPads ถูกดึงออกจากหน้าร้านออนไลน์ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/060212s.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 06 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Corning ผนึกกำลังกับ Samsung ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีจอกระจกสุดอึด 'Lotus Glass']]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Lotus_Glass.jpg' align='left'><b>บริษัทคอร์นิ่งเจ้าของเทคโนโลยีหน้าจอกระจกสุดแกร่ง Gorilla Glass ประกาศจับมือเป็นคู่หูคนใหม่กับ ซัมซุง จากแดนกิมจิ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอกระจก 'Lotus Glass' ที่ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ OLED ของซัมซุงในอนาคต โดยเทคโนโลยี Lotus Glass จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับ Gorilla Glass ในปัจจุบัน แต่จะสามารถทนความร้อนได้สูงขึ้น และมีเสถียรภาพที่ดียิ่งขึ้น </b><br><br>สำหรับเทคโนโลยี Lotus Glass นั้น ได้ถูกแนะนำตัวเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่ซึ่งได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานได้ดีเป็นพิเศษในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวจะช่วยรักษาหน้าจอให้มีสภาพ และพื้นผิวคงเดิม ถ้าหากอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง และช่วยป้องกันความร้อน ก่อนที่จะทำให้หน้าจอเกิดความเสียหาย และนอกเหนือจากเรื่องของการทนความร้อนแล้ว เทคโนโลยี Lotus Glass ยังมีอัตราการกินไฟที่ต่ำ แต่ในการแถลงข่าวความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยว่า จะมีวิธีการอย่างไรที่ทำให้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดกินไฟในน้อยลงได้ แต่อย่างไรก็ดี ซัมซุงมีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในไลน์ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์มือถือและอุปกรณ์ไอทีตลอดจนถึงทีวีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ซัมซุงได้ยังได้อนุญาตให้ผู้ผลิตเกาหลีรายอื่นๆ เลือกใช้เทคโนโลยีเช่นเดียวกันนี้ด้วย<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/060212g.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 06 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ผู้ใช้เฟซบุ๊ครวมหัวตั้งโพลสำรวจ 'unlike' คุณสมบัติไทม์ไลน์]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/facebook-timeline.jpg' align='left'><b>หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่หลงไหลชื่นชอบคุณสมบัติใหม่ 'ไทม์ไลน์' ของเฟซบุ๊ค คุณจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป เมื่อกว่าร้อยละ 70 ของผู้ใช้ที่ได้ทำผลสำรวจ เห็นพ้องต้องกันว่า ต้องการให้เอาคุณสมบัติดังกล่าวออก </b><br><br>โดยผลสำรวจของ SodaHead พบว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเวบไซต์ ไม่ชื่นชอบคุณสมบัติดังกล่าว และต้องการเห็นมันลงถังขยะ ในขณะที่ความเห็นที่เหลือ มี 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่พวกเขากดไลค์คุณสมบัติไทม์ไลน์ ในขณะที่ 10 เปอร์เซ็นต์ กล่าว พวกเขาไม่ได้ใช้งานเฟซบุ๊ค โดยคนส่วนใหญ่ที่อายุยังน้อย มักชอบที่จะเห็นความท้าทายและอะไรที่แปลกใหม่ มากกว่าผู้ใช้เฟซบุ๊คที่มีอายุหน่อย แต่ก็ไม่เสมอไป โดยร้อยละ 30 ของช่วงอายุ 18-24 ปี กล่าว พวกเขาชอบคุณสมบัติใหม่ 'ไทม์ไลน์' ในขณะที่มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในช่วงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ที่ชื่นชอบคุณสมบัตินี้ ด้านเพศชายและหญิงมีความเท่ากันในความคิดเห็นเรื่องไทม์ไลน์ โดยพบว่า 77 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละเพศ แสดงความไม่พอใจในคุณสมบัตินี้ แต่ไทม์ไลน์นั้น ได้รับการยอมรับมากขึ้นนอกประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมีเพียง 23 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สหรัฐฯที่แสดงความคิดเห็นในโพลสำรวจ กล่าวว่า พวกเขารู้สึกโอเคกับคุณสมบัติใหม่นี้ เทียบกับ 32 เปอร์เซ็นต์ในประเทศอื่นๆ อย่างเช่น อินเดีย และ บราซิล ที่ชื่นชอบไทม์ไลน์ โดยไทม์ไลน์เป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งเนื้อหาและรูปแบบที่แตกต่างไปจากหน้าโปรไฟล์เดิมของเฟซบุ๊ค แทนที่จะแสดงการอัพเดตที่ผู้ใช้เพิ่งโพสต์ในรูปแบบคอลัมน์เดี่ยว ไทม์ไลน์จะแสดงโพสต์, ภาพถ่าย และข้อมูลอื่นๆ ในรูปแบบของสองคอลัมน์ และจะค่อยๆแสดงเนื้อหาย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนหน้า จนกระทั่งผู้คนสามารถมองเห็นเรื่องราวของเจ้าของโปรไฟล์ได้ทั้งหมด ซึ่งโพสต์ที่น่าอายหรือภาพถ่ายในอดีตที่ผู้ใช้หวังว่าจะเลือนหายไป จะสามารถถูกค้นพบได้ เมื่อเลื่อนสกอบาร์ลงมามากพอ จึงเป็นเหตุให้ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อย ไม่ชื่นชอบคุณสมบัตินี้ โดยไทม์ไลน์เปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะเปิดใช้งานหรือไม่ก็ได้ แต่จะเริ่มมีการบังคับใช้สำหรับผู้ใช้งานทุกคน ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/060212i.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 06 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ทิม คุก ใจป้ำ บริจาคเงิน 100ล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้าการกุศล]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/tim-cook.jpg' align='left'><b>นอกจากจะทำงานเก่งแล้วยังมีจิตใจดีอีกด้วยสำหรับ ทิม คุก ซีอีโอคนล่าสุดของแอปเปิ้ล ที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะมอบเงินบริจาคมูลค่า 100ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับองค์กรการกุศล ตามรายงานของ The Verge</b><br><br>โดย คุก ได้ประกาศในระหว่างการประชุม Internal Town Hall เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในไตรมาสที่สี่ของแอปเปิ้ลว่า เขาจะร่วมบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศล 100ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 50ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการบริจาคให้โรงพยาบาลในเมืองสแตนฟอร์ด 25ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการสร้างตึกใหม่ และอีก 25ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการสร้างโรงพยาบาลสำหรับเด็ก และอีก 50ล้านเหรียญสหรัฐฯที่เหลือ จะบริจาคเข้ากองทุน Product RED ที่เป็นองค์กรการกุศลเพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อย่าง โรคเอดส์, วัณโรค และมาลาเรีย โดยก่อนหน้าที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งซีอีโอให้กับแอปเปิ้ล คุก มีความเห็นที่แตกต่างจาก สตีฟ จ็อบส์ ผู้บริหารคนก่อน ในหลายๆเรื่อง ซึ่งรวมถึงการบริจาคเงินเพื่อเข้าช่วยเหลือองค์กรการกุศล โดยนอกจากนี้ คุกได้เริ่มให้พนักงานของเขาได้รับส่วนลดขนาดใหญ่สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ล และยังจัดให้ทั้งบริษัทมีโปรแกรมการกุศลในวงกว้างอีกด้วย<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/060212h.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 06 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ช็อควงการ! ซีอีโอไมครอน จากไปด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Steve_Appleton.jpg' align='left'><b>สตีฟ แอปเปิลตัน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไมครอน เทคโนโลยี อิงค์ วัย 51 ปี ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกในเมืองบอยซี รัฐไอดาโฮ</b><br><br>โดยก่อนเกิดเหตุ แอปเปิลตัน ได้ทดลองขับเครื่องบินขึ้นจากสนามบินในรัฐไอดาโฮ ซึ่งหลังจากที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แอปเปิลตัน ก็ได้ติดต่อกลับลงมายังศูนย์บัญชาการด้านล่างว่า มีปัญหาเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ และหลังจากนั้นเครื่องบินก็สูญเสียการควบคุมและตกกระแทกพื้นจนทำให้เกิดไฟลุกท่วม โดยหลังจากเกิดเหตุ ต้นสังกัดได้ออกมาแสดงความเสียใจถึงเหตุการสูญเสียในครั้งนี้ว่า &quot;ความมุ่งมั่นของสตีฟ และการเป็นพลังขับเคลื่อน(มือซ้าย)คนสำคัญ จะตราตรึงอยู่ในไมครอน ชุมชนไอดาโฮ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่นี้ไปอีกนานแสนนาน&quot; โดยคณะกรรมการบอร์ด มีแผนที่จะนัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับทายาทที่จะมาสืบทอดตำแหน่งงานของแอปเปิลตันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งในระหว่างนี้ มาร์ค เดอร์แคน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ จะเข้ามาทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งซีอีโอแทนเป็นการชั่วคราว โดย เดอร์แคน ได้กล่าว &quot;สตีฟเป็นเพื่อนแท้ที่ต้องมาจากเราไป ขอแสดงความไว้อาลัยต่อครอบครัวของเขาและทีมงานของเขาทุกคน ที่ต้องโศกเศร้ากับการสูญเสียที่น่าสลดใจในครั้งนี้&quot; โดยแอปเปิลตันเข้าร่วมงานกับไมครอนตั้งแต่ปี 1983 โดยก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการผลิต, ผู้อำนวยการผลิต, รองประธานฝ่ายการผลิต และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ก่อนที่จะขึ้นมาเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไมครอน เทคโนโลยี อิงค์ ในปัจจุบัน ทางด้านชีวิตในการทำงาน แอปเปิลตันได้เริ่มอาชีพของเขาเมื่อเขาอายุได้ 22 ปี โดยทำงานกะกลางคืนในโรงงานด้วยความอุตสาหะ ก่อนที่จะไต่เต้าขึ้นมาเป็นซีอีโอของไมครอนเมื่อปี 1994 ในขณะที่เขามีอายุได้เพียง 34 ปี ซึ่งในอีกด้านหนึ่งของชีวิตเขา เขาเป็นนักบินที่รักการแสดงผาดโผน และชื่นชอบในกีฬาเทนนิสเป็นชีวิตจิตใจ<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/060212b.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 06 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไอดีซีเผย โนเกีย ยังคงเป็นจ่าฝูงสำหรับการจำหน่ายมือถือทั่วโลก]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nokia.gif' align='left'><b>โนเกียยังคงคว้าตำแหน่งผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อปีที่แล้วได้อย่างสบายๆ ก่อนจะตามมาด้วย ซัมซุงอันดับสอง และแอปเปิ้ลอันดับสาม ตามรายงานจากบริษัทวิจัยไอดีซี โดยภาพรวมทั้งหมด ของตลาดโทรศัพท์มือถือขยายขึ้นราว 6.1% ในไตรมาสที่สี่ ซึ่งขยายตัวเร็วกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ช้ากว่าเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สามของของปีเดียวกัน แต่ก็ยังถือว่าเติบโตเฉลี่ย 11.1% ตลอดทั้งปี </b><br><br>โดยในช่วงไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว โนเกียได้ทำการส่งออกโทรศัพท์เป็นจำนวนถึง 113.5 ล้านเครื่อง ลดลงจากยอดเดิมที่ 123.7 ล้านเครื่องในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ซัมซุงส่งออกทั้งหมด 97.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากยอดเดิมที่ 80.7 ล้านเครื่องเมื่อปีก่อน ส่วนแอปเปิ้ล มียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 16.2 ล้านเครื่องเป็น 37 ล้านเครื่อง ปิดท้ายตารางด้วย แอลจี และ ZTE ที่มียอดส่งออก 17.7 และ 17.1 ล้านเครื่องตามลำดับ ทั้งนี้ สินค้าโทรศัพท์ที่มีการส่งออกหลักๆ ยังคงเป็นฟีเจอร์โฟน ที่ซึ่งทำให้โนเกียสามารถครองตำแหน่งจ่าฝูงได้ไม่ยากเย็น ซึ่งส่วนหนึ่งก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยตลาดเอเชีย และแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ แต่ ทั้งนี้ผู้บริโภคที่สนใจฟีเจอร์โฟนก็เริ่มมีอัตราลดลง ในขณะที่สมาร์ทโฟนเริ่มมีราคาถูกมากขึ้นเพื่อที่จะเจาะตลาดทั้งหมด <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/030212h.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ศาลฝรั่งเศส สั่งปรับเงิน กูเกิล ฐานทำ Google Maps ให้ใช้ฟรี]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/google.gif' align='left'><b>Google Maps ถือได้ว่าเป็นแอพพลิเคชั่นล้ำค่า สำหรับนักเดินทางที่ชอบท่องเที่ยวไปยังดินแดนใหม่ หรือแม้แต่กระทั่ง ชาวบ้านที่เดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่ล่าสุด ศาลพาณิชย์ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส เห็นแย้งว่า บริการฟรีดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และกูเกิลก็จะต้องจ่ายค่าเสียหาย และค่าปรับเป็นเงินกว่า 660,000 เหรียญสหรัฐฯ ด้วย</b><br><br>โดยเรื่องราวดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสองถึงสามปีที่ก่อน จากการร้องเรียนของบริษัท Bottin Cartographes    ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับแผนที่แบบมีค่าใช้จ่าย และพวกเขาก็ได้อ้างเหตุผลว่า กลยุทธ์ของกูเกิลมีเป้าหมายที่จะตัดแขนตัดขาคู่แข่ง ด้วยการยอมรับภาระค่าใช้จ่ายก้อนมหึมาเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะสามารถควบคุมตลาดได้ &quot;เราพิสูจน์แล้วว่า กลยุทธ์ของกูเกิลไม่ชอบด้วยกฏหมายในการขจัดคู่แข่ง ศาลจึงได้ยอมรับว่ามันเป็นการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม และไม่ถูกต้องต่อวิธีการดำเนินตามที่เรากล่าวอ้าง ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เซิร์จเอนจิ้นยักษ์ใหญ่ถูกตัดสินว่ามีความผิดสำหรับแอพพลิเคชั่น Google Maps&quot; Bottin Cartographes คุยโวหลังชนะคดี ทั้งนี้ โจทก์จากฝรั่งเศสได้มีการเรียกร้องให้กูเกิลจ่ายค่าเสียหาย และดอกเบี้ยเป็นเงินถึง 660,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 19,800,000 บาท) และขณะเดียวกันกูเกิลก็จะต้องจ่ายเงินค่าปรับเพิ่มอีก 20,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งก็แน่นอนว่าหลังจากนี้ กูเกิลคงจะต้องทำการอุทธรณ์คำวินิจฉัย ด้วยการเพิ่มข้อโต้แย้งว่า เครื่องมือแผนที่ดังกล่าวมีประโยชน์สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์ ทั้งยังช่วยเติมเต็มการแข่งขันธุรกิจแผนที่ที่ทั้งในฝรั่งเศสและต่างประเทศ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/030212i.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ผู้ก่อตั้ง MegaUpload ฟ้องศาล 'ผมถูกตำรวจชกและเตะ']]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/kim-dotcom.jpg' align='left'><b>นาย คิม ดอทคอม ผู้ก่อตั้งบริการ cyberlocker ชื่อดังที่กำลังเป็นคดีความ ได้กล่าวกับศาลในนิวซีแลนด์เมื่อวานนี้ว่า เขาเป็นเหยื่อของความโหดร้ายของตำรวจ แหล่งข่าวรายงาน</b><br><br>โดย ดอทคอม ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่บ้านของเขาใกล้ๆกับเมืองออคแลนด์ นิวซีแลนด์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 70 นาย ที่บุกเข้าจู่โจมโดยเฮลิคอปเตอร์ และเริ่มทุบตีที่ประตู โดย ดอทคอม ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการบงการการดำเนินงานละเมิดลิขสิทธิ์ทางอาญาที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 500ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยพวกเขาให้เหตุผลว่า ผู้จัดการ MegaUpload ได้รายได้กว่า 175ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้คนทั่วโลกทำการจัดเก็บและแชร์ไฟล์ภาพยนตร์, รายการทีวีโชว์, วีดีโอเกม, เพลง และมีเดียอื่นๆที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยกระทรวงยุติธรรมได้สั่งฟ้องดอทคอมตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา โดยเขากล่าวหาดอทคอมและเพื่อนอีก 6 ราย ฐานร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ทางอินเทอร์เน็ต, ฟอกเงิน และฉ้อโกง ซึ่งทำให้เวบไซต์ MegaUpload ถูกปิดตัวลง และมีการเข้ายึดทรัพย์สินของดอทคอมไว้ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางในตอนนี้ ได้พยายามมองหาวิธีทางที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้กล่าวกับศาลว่า ถ้าดอทคอมได้รับอนุญาตให้มีการประกันตัว เขาอาจจะหนีกลับไปยังบ้านเกิดของเขาในประเทศเยอรมัน ซึ่งไม่มีมาตรการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ดอทคอมได้กล่าวกับศาล ซึ่งรายงานโดย นิวซีแลนด์เฮรัลด์ ว่า &quot;ผมรู้ว่า ถ้าผมไปที่เยอรมัน ผมจะไม่สามารถยกเลิกการตรึงทรัพย์สินของผมได้ สิ่งที่ผมต้องทำคือ อยู่ที่นี่เพื่อต่อสู้และนำเอาเงินของผมคืนมา ผมจะทำอย่างไรในเยอรมันกับลูก 5 คนและภรรยาโดยปราศจากเงิน?&quot; โดยเวบไซต์ข่าว 3News ของนิวซีแลนด์ยังได้ระบุ ดอทคอมได้กล่าวฟ้องศาลถึงการกระทำที่ไม่สมควรของตำรวจว่า &quot;พวกเขาเข้ามาในเชิงรุกมาก เมื่อพวกเขาบุกบ้านของผมในช่วงเช้าของวันนั้น และเมื่อนำเข้าห้องควบคุม พวกเขาก็ชกที่ใบหน้า, เตะผม และยืนอยู่บนมือของผมอีกด้วย&quot; แต่ทั้งนี้ ตำรวจของนิวซีแลนด์ได้โต้แย้ง ดอทคอมขัดขืนในการเปิดประตูห้องพักที่มีการออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยเป็นพิเศษ พวกเขาจึงต้องบังคับให้มีการตัดประตูเพื่อผ่านเข้าไป โดยพวกเขายังได้กล่าว ดอทคอมไม่เชื่อฟังคำร้องที่พวกเขาแสดง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังได้พบปืนลูกซองภายในบ้านพักของเขาอีกด้วย โดยดอทคอมได้ให้เหตุผลต่อการกระทำของเขาในชั้นศาลว่า เขาปฏิเสธที่จะออกมาจากบ้านพักของเขา เพราะกลัวตำรวจไล่และอาจถูกยิงได้ แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีคำตัดสินของศาลถึงเหตุการณ์ที่ดอทคอมกล่าวฟ้องในครั้งนี้<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/030212b.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[แอปเปิ้ลดึงผู้จัดการฝ่ายการตลาด Xbox ลง App Store]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/iPad_need_for_speed.jpg' align='left'><b>แอปเปิ้ลที่เดิมทีเป็นบริษัทมุ่งเน้นทางด้านฮาร์ดแวร์ มาในตอนนี้ดูเหมือนจะมุ่งเน้นเจาะตลาดทางด้านซอฟท์แวร์เกมมากขึ้น</b><br><br>โดย Robin Burrowes อดีตผู้จัดการของ Xbox และเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ให้กับไมโครซอฟท์ในสหราชอาณาจักร ได้รับการโยกย้ายให้เข้ามาอยู่ในสำนักงานแอปเปิ้ลของยุโรป เพื่อจัดการดูแลในส่วนของการตลาดให้กับ App Store แหล่งข่าวหลายแหล่งทั้งในและนอกประเทศรายงาน อีกทั้งโปรไฟล์ LinkedIn ของ Burrowes เอง ก็อ้างอิงข้อมูลเช่นเดียวกัน โดยสื่อเกมของสหราชอาณาจักร MCV ชี้ให้เห็นว่า แอปเปิ้ลได้เริ่มการต่อสู้โดยดึงเอาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเล่นเกมที่มีประสบการณ์มานาน อย่าง อดีตพีอาร์ Robert Saunders จากนินเทนโด้สหราชอาณาจักร และ Nick Grange ผู้ที่ทำงานเบื้องหลังทางด้านประชาสัมพันธ์ให้กับ Electronic Arts, Activision และ Xbox เข้ามา ซึ่งตามการวิจัยของ Flurry Analytics อุปกรณ์ iOS เริ่มกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในส่วนของพื้นที่การเล่นเกม โดยในปี 2009 เกมบน iOS และแอนดรอยด์ มีรายได้รวมกันเพียง 19 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของซอฟท์แวร์เกมทั้งหมด แต่ตัวเลขมีการเพิ่มขึ้นมาเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ในปี 2010 และประมาณ 58 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่ผ่านมา ในขณะที่ บริษัทผู้ผลิตเกมรุ่นดั้งเดิมอย่าง นินเทนโด้ และ โซนี่ ในปี 2009 รายได้จากซอฟท์แวร์เกมของเครื่องเล่นเกมพกพานินเทนโด้ อยู่ที่ร้อยละ 70 ในสหรัฐฯ แต่ตกลงมาอยู่ที่ 36 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีก่อน ทางด้านโซนี่ PSP มีรายได้อยู่ที่ 11 เปอร์เซ็นต์ในปี 2009 และลดลงมาอยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2011 &quot;เกมคอนโซลพกพาไม่ได้กุมพื้นที่ทั้งหมดในปัจจุบัน ซึ่งถูกน้องใหม่อื่นๆเข้าตีตลาด&quot; Jeff Bakalar จาก CNET ได้เขียนเอาไว้ในอภิปรายเกี่ยวกับระบบเกมพกพาเมื่อปีที่แล้ว &quot;ไม่มีห้องสำหรับ 3DS และ Vita บนโลก เมื่อเครื่องมือแบบออล-อิน-วันได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากกว่าเทคโนฯชั้นสูงในตอนนี้ ที่กล่าวมาทั้งหมดคือ ระบบมือถือที่รองรับการเล่นเกม นั่นเอง&quot; แต่ทั้งนี้ ทางตัวแทนจากแอปเปิ้ลยังไม่ได้ออกมากล่าวยืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/030212g.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Adobe สนับสนุนกราฟิกชิปใหม่ใน Photoshop CS6]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Photoshop-CS6-liquify.jpg' align='left'><b>Adobe Systems ได้เปิดตัว Photoshop CS6 รุ่น sneak peak เวอร์ชั่นสอง ที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานใหม่ในการรองรับฮาร์ดแวร์ให้กับซอฟท์แวร์แก้ไขปรับปรุงภาพ</b><br><br>โดยเครื่องมือ Liquify จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถละเลงรูปภาพได้เหมือนกับการทาสี อ้างอิงข้อมูลจาก Zorana Gee ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์โฟโต้ช้อป โดยเธอได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงผ่านวีดีโอที่อัพโหลดในยูทูป ในคลิปวีดีโอที่สองที่แสดงการทำงานของซอฟท์แวร์ตัวใหม่ โดยก่อนหน้านี้ ในพรีวิวตัวอย่างการทำงานของ Photoshop CS6 ได้แสดงให้เห็นถึงเครื่องมือในการแก้ไขไฟล์ภาพนามสกุล raw ใหม่ที่พัฒนาปรับปรุงมาจาก Lightroom 4 เบต้า โดยจะมีสีพื้นหลังของยูสเซอร์อินเทอร์เฟสที่เข้มขึ้น และมีการปรับปรุงขนาดแปรงที่จะให้เลือก ซึ่งคาดกันว่า Adobe จะมีการเพิ่มพรีวิวตัวอย่างการใช้งานอีกในบางช่วงเวลาของครึ่งแรกของปี 2012 นี้ โดยเมื่อมีการติดตั้งปลั้๊กอิน Liquify กับ Photoshop CS5.x เวอร์ชั่นปัจจุบัน เพื่อแก้ไขภาพที่มีขนาด 100เมกกะไบท์ ภาพจะค่อยๆแตกออกเหมือนกระเบื้องหลายๆชิ้นต่อกัน &quot;และเมื่อต้องการเพิ่มขนาดแปลงเกิน 1,500 พิกเซล ก็ไม่สามารถทำได้&quot; Gee กล่าวถึงการทำงานที่เลวร้ายเมื่อเธอพยายามใช้แปลงที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดการทำงานที่ดีเลย์ในขณะที่ทำการลากและแสดงผลบนหน้าจอ แต่ผิดกับ CS6 เธอกล่าว ภาพจะเปิดขึ้นทันทีในฟิลเตอร์ Liquify และขนาดแปลงสามารถเลือกได้สูงสุดถึง 14,000 พิกเซล อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการทำงานโต้ตอบที่รวดเร็วอีกด้วย &quot;คุณจะสามารถเห็นการแก้ไขตามเวลาจริง หรือแบบเรียล-ไทม์ โดยไม่มีอาการดีเลย์&quot; Gee กล่าว &quot;การแก้ไขของคุณจะเกิดขึ้นทันทีตามลูกศรของคุณที่เลื่อนไป&quot; แต่ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า หากความช่วยเหลือของจีพียูถูกนำไปใช้ในเครื่องมืออันใหม่อื่นๆ จะมีการทำงานเป็นอย่างไร<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/030212s.shtml</link>
    <pubDate>Fri, 03 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[พานาโซนิค สาธิต 'WiGig SD cards' เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยย่นเวลาถ่ายโอนข้อมูลมหาศาลได้ไวขึ้น]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/panasonic.gif' align='left'><b>พานาโซนิค บริษัทอิเล็คทรอนิคส์รายใหญ่ในญี่ปุ่น สร้างความตื่นตะลึงให้กับโลกอีกครั้ง ด้วยการสาธิตการทำงาน หน่วยความจำเอสดีการ์ดที่ผนวกเข้ากับเทคโนโลยี WiGig เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ซึ่งบริษัทอ้างว่า ได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวมาเป็นเวลาสองถึงสามปีก่อน เพื่อต้องการให้ผู้ใช้มีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยย่นระยะเวลาให้สั้นลง แต่มีความเร็วสูงในการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์</b><br><br>โดย เอสดี การ์ดดังกล่าวจะมาพร้อมกับคุณสมบัติชิป WiGig ที่ฝังอยู่ในตัว และเสาอากาศที่สามารถใช้ในการส่งวีดีโอระหว่างอุปกรณ์ขนาดเล็กอย่างแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์เข้าสู่ทีวีภายในรถยนต์หรือทีวีในห้องนั่งเล่นได้ แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้เทคโนโลยีดังกล่าวยังคงห่างไกลจากการวางจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบ แต่พานาโซนิคก็ยังยืนยันว่ามันสามารถที่จะถ่ายโอนวีดีโอขนาดไซส์ดีวีดีได้น้อยกว่าหนึ่งนาที โดยใช้คลื่นความถี่ 60 กิกะเฮิตร์ซ ภายในระยะห่างระหว่างสองอุปกรณ์ต้องไม่เกิน 1-3 เมตร นอกจากนี้ในอนาคต มันอาจจะเป็นคุณลักษณะที่น่าตื่นเต้นสำหรับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้มีการกล่าวถึงในเรื่องของราคาหรือคุณสมบติที่แน่ชัด แต่เทคโนโลยี WiGig จะไม่เข้ามาแทนที่มาตราฐาน WiFi  ในปัจจุบัน และพานาโซนิคกำลังค้นหาประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วในขณะที่ใช้เวลาสั้นลง <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/020212s.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 02 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[วิกิลีกส์ เตรียมขนเซิฟเวอร์หนีลงเรือ หวังเลี่ยงการถูกดำเนินคดี]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Wikileaks_logo.jpg' align='left'><b>นักลงทุนวิกิลีกส์เปิดเผยว่าขณะนี้กำลังเตรียมการจัดซื้อเรือเพื่อที่จะใช้ในการขนย้ายเซิฟเวอร์ของเว็บไซต์ออกไปนอกชายฝั่ง ที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีจากหน่วยงานบังคับใช้กฏหมายในสหรัฐฯ นอกจากนี้ หลายคนที่อยู่ในชุมชนแฮ็คเกอร์ยังได้บอกแก่แหล่งข่าวว่า พวกเขาได้ทำการสนับสนุน จูเลียน แอสแซงค์ ผู้ก่อตั้ง และอยู่เบื้องหลังของการเคลื่อนย้ายเซิฟเวอร์ไปยังน่านน้ำสากลที่ซึ่งจะทำให้พวกเขาตกอยู่ภายใต้กฏหมายทะเล </b><br><br>ซึ่งแหล่งข่าวได้วิเคราะห์ว่า สถานที่น่าจะเป็นไปได้ในการหนีความผิดนั่นก็คือ ซีแลนด์ (Principality of Sealand) ซึ่งเป็นประเทศจำลอง ที่ตั้งอยู่ที่ป้อมปราการทางทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่ในปี 1968 ศาลจะได้กำหนดให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่นอกเขตอำนาจของประเทศ และถึงแม้ว่าจะไม่มีเรือ มันก็ยังมีศักยภาพเป็นสถานที่สำหรับหลบภัยสำหรับ ออสแซงค์และบริษัทอยู่ดี แต่อย่างไรก็ดี ด้าน จิม เดมป์ซีย์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะศูนย์กลางประชาธิปไตยและเทคโนโลยีในวอชิงตัน ดี.ซี เชื่อมั่นว่า การย้ายฐานที่ตั้งเซิฟเวอร์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ไม่ได้รับผลในภายหลัง รวมถึงยังไม่มีประโยชน์ใดๆ เว้นแต่ว่า คนที่ทำงานในวิกิลีกส์ได้ย้ายไปทำงานนอกชายฝั่งด้วย &quot;ที่ๆ ข้อมูลอยู่ไม่ได้เป็นสิ่งที่มีผลต่อขอบเขตอำนาจศาล คุณจะต้องฟ้องร้องกับคนจริงๆ ไม่ใช่ฟ้องร้องกับเซิฟเวอร์ ดังนั้นหากวิกิลีกส์ต้องการให้แพลตฟอร์ดำเนินอยู่ในทะลเหนือ และมอบความรู้ให้แก่เด็กๆ การกระทำดังกล่าวไม่ชาญฉลาดเลย&quot; จิม กล่าวทิ้งท้าย <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/020212i.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 02 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เผย คาซูโอะ ฮิราอิ จะเข้าดำรงตำแหน่งซีอีโอ แทน สตริงเกอร์]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Kazuo_Hirai.jpg' align='left'><b>โซนี่ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านเพลย์สเตชั่นอย่าง นาย คาซูโอะ ฮิราอิ ได้รับการส่งเสริมให้เข้ามาเป็นผู้บริหารระดับสูงแทนซีอีโอคนปัจจุบัน เซอร์ โฮเวิร์ด สตริงเกอร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ นาย สตริงเกอร์ จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการบอร์ดในเดือนมิถุนายนนี้แทน</b><br><br>โดยการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญภายในโซนี่ ก็เพื่อเป็นการตอบสนองต่อนักวิศวกรที่กำลังมองหากลยุทธ์ในการรวมความใกล้ชิดระหว่างเนื้อหา, อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก และบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยสตริงเกอร์ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า &quot;คาซูโอะ เป็นผู้บริหารที่เน้นความสำคัญไปยังทั่วโลก ผมเชื่อว่า ด้วยการดำเนินงานที่แน่วแน่และมีทักษะในการเป็นผู้นำของเขา จะผลักดันให้พวกเราก้าวไปข้างหน้า และมีผลกำไรที่ดีให้บริษัท รวมถึงลูกค้าของเราก็จะได้รับสิ่งดีๆตามไปด้วยในอนาคตข้างหน้า ผมหวังว่าจะสามารถช่วยคาซูโอะในทุกๆทางที่ผมสามารถทำได้ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ไม่ไกลเกินเอื้อม&quot; โดย คาซูโอะ ฮิราอิ เข้ามาเป็นประธานของบริษัท โซนี่ คอมพิวเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2011 ในขณะที่ออกจากบทบาทการเป็นประธานของแผนก Andrew House โดยเขาเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจเพลย์สเตชั่นมีการเติบโตที่ดีขึ้นตลอดช่วงที่เขาเข้ามาทำงานในส่วนนี้ โดยกอบกู้ PS3 จากการถูกครอบงำโดยตลาดของนินเทนโด้ และทำให้มีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 60ล้านคน<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/020212b.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 02 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ข่าวร้าย! กาแล็คซี่เอส III จะไม่ถูกเปิดตัวที่งาน Mobile World Congress]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/samsung_galaxy_s_ii.jpg' align='left'><b>แฟนๆของซัมซุงที่คาดหวังจะได้ยลโฉมเจ้าสมาร์ทโฟนตัวใหม่ในตระกูล กาแล็คซี่เอส คงผิดหวังไปตามๆกัน เมื่อมีรายงานข่าวใหม่ออกมาว่า จะไม่มีการเปิดตัวที่งาน Mobile World Congress ที่จะจัดขึ้นในเมืองบาร์เซโลน่าในเดือนนี้</b><br><br>โดยแม้ว่าจะมีข่าวลือออกมาหนาหูว่า ซัมซุงอาจจะมีการเปิดตัว กาแล็คซี่เอส III ที่งาน Mobile World Congress นั้น แต่ล่าสุดทางต้นสังกัดได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วเมื่อวันที่ผ่านมาว่า มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจรอสำหรับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนดังกล่าว โดยตัวแทนจากซัมซุงได้กล่าวกับ The Verge ว่า &quot;ทายาทผู้สืบทอดสมาร์ทโฟน กาแล็คซี่เอส II จะมีการเปิดตัวต่างหากในงานของซัมซุงเองที่จะจัดขึ้นในครึ่งปีแรกของปีนี้ เพื่อให้ความพร้อมในเชิงพาณิชย์มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น&quot; โดยการตัดสินใจของซัมซุงที่จะไม่เปิดตัว กาแล็คซี่เอส รุ่นหน้า ในงาน Mobile World Congress นั้น เป็นสิ่งที่สร้างความเซอร์ไพร์สไม่น้อย เนื่องจากทั้งสองรุ่นก่อนหน้าของสมาร์ทโฟนดังกล่าว ก็มีการเปิดตัวภายในงานนี้ด้วยกันทั้งสิ้น แม้ว่าซัมซุงจะไม่ยอมหลุดปากออกมาถึงสเปกของเจ้ากาแล็คซี่เอสตัวใหม่ แต่ก็ไม่พ้นมีข่าวลือเล็ดลอดออกมาว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะเดินหน้าด้วยพลังจากชิปประมวลผล 2 และ 4 แกน และจะมาพร้อมกล้องความละเอียดถึง 12 ล้านพิกเซล อีกทั้ง คาด อุปกรณ์ดังกล่าวจะรันด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ล่าสุด ไอศครีมแซนวิช อีกด้วย<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/020212h.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 02 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เรดบ็อกซ์ บอกปัด วอร์เนอร์ฯ จะไม่รอ 56 วันสำหรับการเช่าหนังใหม่]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/redbox.jpg' align='left'><b>ข้อเสนอ 56 วันสำหรับระยะเวลาใหม่ในการรอคอยเพื่อเช่าหนังที่เพิ่งออกวางจำหน่ายของวอร์เนอร์บราเธอร์สนั้น ดูเหมือนจะถูกคู่ค้ารายใหญ่อย่าง เรดบ็อกซ์ ปฏิเสธซะแล้ว</b><br><br>โดยบริษัทผู้ให้บริการตู้เช่าหนัง ได้ออกมาประกาศเมื่อวันก่อนว่า สัญญากับ วอร์เนอร์บราเธอร์ส ได้หมดอายุลงแล้ว และไม่มีการป้อนลงนามทำสัญญาใหม่กับบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ดังกล่าว โดยทางทีมงานได้ให้ความมั่นใจต่อลูกค้าว่า จะพยายามหาหนทางอื่นในการเข้าถึงภาพยนตร์หรือรายการทีวีโชว์จากวอร์เนอร์ฯให้ได้ และจะยังคงมีให้บริการในซุ้มเช่าหนัง โดยรองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดและดูแลลูกค้าของเรดบ็อกซ์ ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า &quot;เรดบ็อกซ์ จะยังคงให้บริการลูกค้าของเราด้วยการเข้าถึงภาพยนตร์ใหม่ๆจากสตูดิโอผู้ผลิตรายหลักๆ ซึ่งรวมถึง วอร์เนอร์บราเธอร์ส ในซุ้มให้บริการของเรากว่า 28,000 แห่งทั่วโลก&quot; โดยเขายังได้กล่าวเสริม &quot;ทางเราจะพยายามทำงานเพื่อจัดหาภาพยนตร์ของวอร์เนอร์ฯผ่านทางเลือกอื่นๆ ยืนยัน เรดบ็อกซ์ยังคงมีสัมพันธ์อันดีในการทำงานกับผู้ผลิตรายใหญ่อื่นๆทุกค่าย&quot; โดยทั่วไป สตูดิโอผู้ผลิตหนัง จะร้องขอให้บริษัทที่ให้บริการเช่าหนังต่างๆ รอคอยเป็นเวลา 28 วัน ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้มีการเช่าดีวีดีหรือบลูเรย์สำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายให้กับบรรดาบริษัทผู้ผลิตหนัง แต่เมื่อเดือนก่อนมีข่าวออกมาว่า วอร์เนอร์ฯได้มีการร้องขอสัญญาใหม่กับ เน็ตฟลิกซ์, เรดบ็อกซ์ และ บล็อกบัสเตอร์ บังคับให้มีการรอ 56 วันก่อนนำเสนอภาพยนตร์ใหม่ โดย LA Times ได้มีการอ้างถึงบุคคลภายใน กล่าวว่า ทั้ง เรดบ็อกซ์ และ บล็อกบัสเตอร์ ไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว แต่ทางด้าน เน็ตฟลิกซ์ เมื่อเดือนก่อนที่งาน CES ได้มีการประกาศออกมาว่า ได้ตกลงขยายระยะเวลาออกไปตามข้อเสนอของวอร์เนอร์ฯ โดยล่าสุดนี้ LA Times ได้รายงานข่าวออกมาว่า สัญญากับทาง เรดบ็อกซ์ ได้จบลงแล้ว เนื่องจากวอร์เนอร์ไม่ต้องการลดข้อเสนอลง ซึ่งเรื่องนี้ทางเรดบ็อกซ์ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/020212g.shtml</link>
    <pubDate>Thu, 02 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ริม เปิดตัวสี่ซูเปอร์ฮีโร่ 'Bold Team' หวังเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่น]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/rim_the_bold_team.jpg' align='left'><b>Thorsten Heins ซีอีโอคนใหม่ล่าสุดของรีเสิร์จ อินโมชั่นได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่ออกมาประกาศว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จำเป็นต่อบริษัท หากแต่เขาต้องการที่จะนำบางสิ่งที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดมาสื่อสารกับผู้บริโภค ซึ่งนั่นก็คือ การเปิดตัว ตัวการ์ตูนที่มีชื่อว่า 'Bold Team' สี่ซูเปอร์ฮีโร่แทน</b><br><br>โดยตัวการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ทั้งสี่จะประกอบไปด้วยชาย 2 หญิง 2 ที่มีชื่อว่า Gogo Girl, Max Stone, Justin และ Trudy Foreal ที่ซึ่งล้วนมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าที่จะให้ตัวการ์ตูนเหล่านี้เจาะกลุ่มตลาดผู้ใช้วัยรุ่นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี คอนเซ็ปต์ตัวการ์ตูนดังกล่าวดูจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ แถมบริษัทจากแคนาดายังเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำจากบรรดาผู้ใช้อีกด้วย เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่เรื่องของการตลาด หากแต่อยู่ที่ไลน์สินค้าที่มีความน่าเบื่อ<br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/010212h.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 01 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ทีมพัฒนา Angry Birds ชี้ สินค้าละเมิดสิทธิ์ช่วยดึงธุรกิจบ.ให้ดีขึ้นได้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Angry_Birds_logo.jpg' align='left'><b>Rovio Mobile บริษัทผู้พัฒนาเกมดังระดับโลก Angry Birds เปิดเผยว่า ได้เรียนรู้หนึ่งหรือสองสิ่งเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์จากอุตสาหกรรมเพลง นั่นก็คือ วิธีการที่จะไม่จัดการกับมัน กลางงานประชุม Midem conference in Cannes เมื่อวานนี้ ก่อนที่ Mikael Hed หัวหน้าผู้บริหารจะสำทับแก่ผู้เข้าร่วมงานว่า &quot;การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย&quot; ทั้งยังช่วยต่อยอดรายได้ให้กับธุรกิจบริษัทมากขึ้นด้วย </b><br><br>Hed ยอมรับว่า พวกเขามีปัญหาบางอย่างกับเรื่องของการละเมิดสิขสิทธิ์ ที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับเรื่องของแอพพลิเคชั่นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของสินค้าปลอมแปลง แต่อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าสินค้าที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านั้น จะช่วยดึงดูดจำนวนแฟนๆ เข้ามาได้มากยิ่งขึ้น และก็นำไปสู่การจับจ่ายสินค้าที่ถูกต้องตามกฏหมาย นอกจากนี้ หัวเรือใหญ่ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า &quot;พวกเขาหลีกเลี่ยงวิธีการที่ย่ำแย่สำหรับความพยายามในการต่อสู้กับการละเมิดลิขสิทธิ์ และเปิดรับผู้คนเหล่านั้นเข้ามาเป็นสมาชิก และเป็นแฟนคลับแทน ซึ่งถ้าเราสูญเสียฐานแฟนคลับไป ธุรกิจเราก็จะล้ม แต่ถ้าเราโตขึ้นจากฐานแฟนคลับ ธุรกิจเราก็จะดำเนินต่อไปได้ รวมถึงบริษัทเล็งเห็นแล้วว่า มันเป็นการไร้ประโยชน์ที่จะไล่ตามผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านศาลต่างๆ เพราะมันจะทำให้เป็นอันตรายต่อแบรนด์ Angry Birds หรือทำให้แฟนๆ หนีหาย&quot; <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/010212g.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 01 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Foxconn ทุ่มทุนสร้างโรงงานใหม่ 5 แห่งในบราซิล รองรับการผลิตสินค้าแอปเปิ้ล]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Foxconn_logo.jpg' align='left'><b>ผู้ประกอบการโรงงานผลิตสินค้าให้กับแอปเปิ้ล Foxconn วางแผนสร้างโรงงานเพิ่มเติมอีก 5 แห่งในประเทศบราซิล เพื่อช่วยรองรับการผลิตสินค้าให้ทันกับความต้องการไอแพดและแท๊บเล็ตอื่นๆในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะมีการรวมอัตราการทำงานประจำปีเกือบๆ 400ล้านหน่วยภายใน 5 ปี</b><br><br>โดย Folha.com ได้รายงานข่าวที่เปิดเผยโดยเลขาธิการขององค์กรวางแผนและพัฒนาของรัฐในเซาเปาโล นาย Julio Semeghini ระบุ โรงงาน 5 แห่งจะถูกเพิ่มขึ้นมา เชื่อเพื่อไอแพดและไอโฟน ซึ่งจะทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1พันตำแหน่งในแต่ละโรงงาน โดยนอกเหนือจากจัดหาการผลิตป้อนให้แอปเปิ้ลแล้ว โรงงานทั้งหลายเหล่านี้ยังจะดำเนินการผลิตเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับโน้ตบุ๊คและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ทั่วๆไปอีกด้วย โดยเจ้าหน้าที่จาก Foxconn และรัฐบาลบราซิล จะมีการรายงานผลการประชุมกันหลังเทศกาลตรุษจีนที่เพิ่งผ่านมานี้ โดยเป็นการประชุมเพื่อตัดสินใจจัดหาสถานที่ในการตั้งโรงงานต่อไปนั่นเอง ในขณะที่ประชาชนหลายพันคนในมณฑลเจิ้งโจวของจีน ได้เข้าคิวต่อแถวกันตามท้องถนนที่อยู่นอกหน่วยงานแรงงานเมื่อคืนก่อน เพื่อหวังที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของแรงงานในโรงงานใดๆโรงงานหนึ่งของ Foxconn ที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งต้นสังกัดรายงาน จะมีการคัดสรรแรงงานเพิ่มเติมกว่า 1แสนคน เพื่อรองรับการเปิดตัวไอโฟนรุ่นหน้า<br><br><b>Source :AppleInsider</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/010212b.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 01 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[แอปเปิ้ลปล่อยโปรแกรมปรับปรุงฟรี Final Cut Pro X เพิ่มโหมดแก้ไขมัลติ-แคม]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/mac_final_cut_prox.jpg' align='left'><b>เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทางทีมพัฒนาของแอปเปิ้ลได้มีการปล่อย Final Cut Pro X v10.0.3 ออกมาแก้ไขการทำงานของโปรแกรมตัดต่อวีดีโอระดับมืออาชีพ โดยพยายามปรับปรุงข้อบกพร่องที่ได้รับร้องเรียนมาจากผู้ใช้งาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปรับโฉมครั้งแรกหลังจากที่เปิดตัวออกมากว่าปี</b><br><br>โดยในเวอร์ชั่นใหม่นี้ จะเป็นการรวบรวมชุดเครื่องมือสำหรับการแก้ไขโปรเจ็กมัลติแคม ที่แอปเปิ้ลกล่าวอ้างว่า ซอฟท์แวร์จะสามารถเชื่อมต่อหลายๆคลิปอัตโนมัติ จากการถ่ายภาพโดยใช้คลื่นเสียง, เวลาและวันที่ หรือไทม์โค้ดเพื่อสร้างคลิปมัลติแคมที่มีมุมของวีดีโอสูงสุดถึง 64 มุม โดยยังสามารถผสมรูปแบบหลายๆรูปแบบ, ขนาดเฟรมไซส์ และเฟรมเรทได้ โดย Angle Editor ยังจะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงส่วนลึกของมัลติแคมคลิป เพื่อปรับความแม่นยำ รวมถึงการเล่นในหลายมุมมองได้ในเวลาเดียวกันอย่างกลมกลืนในระหว่างที่พวกเขาดำเนินการตัดต่อ &quot;คุณสามารถเปลี่ยนแปลง, เพิ่ม หรือลบมุมกล้องได้ตลอดเวลา และทำงานกับตัวแปลงสัญญาณที่แตกต่างกัน, เฟรมไซส์ที่มีขนาดต่างกัน และเฟรมเรทที่ต่างกันได้โดยไม่ต้องมีการแปลงสัญญาณก่อน&quot; แอปเปิ้ลกล่าว &quot;เมื่อถึงเวลาใช้งานในโปรเจ็กมัลติแคม แค่เพียงคลิกในมุมมองหรือใช้แป้นพิมพ์ลัด ก็สามารถสลับการทำงานไปมาระหว่างมุมมองได้&quot; นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุง Chroma key ที่แอดวานซ์ขึ้น เพื่อให้ง่ายในการควบคุมการปรับแต่งสีแค่เพียงขั้นตอนเดียวก็สามารถทำได้หมดทั้ง การสุ่มตัวอย่างสี, การปรับแต่งขอบ และ light wrap อีกด้วย<br><br><b>Source :AppleInsider</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/010212s.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 01 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[แอปเปิ้ลจ้างซีอีโอ Dixons Retail ขึ้นเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายการค้าปลีกคนใหม่]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/John_Browett.jpg' align='left'><b>แอปเปิ้ลได้ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้มีการว่าจ้าง นาย John Browett อดีตซีอีโอของร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป Dixons Retail ให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายการค้าปลีกคนใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นการเพิ่มขึ้นของการดำเนินงานในตลาดค้าปลีกต่างประเทศ</b><br><br>โดย Browett เคยดำรงตำแหน่งซีอีโอที่บริษัทเดิมของเขาตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งก่อนหน้านี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอให้กับบริษัท Tesco.com โดยเขาจบปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และทางด้านเอ็มบีเอจากโรงเรียน Wharton Business School โดย นาย ทิม คุก ซีอีโอคนปัจจุบันของแอปเปิ้ลได้กล่าวว่า &quot;ร้านค้าปลีกของเรามีทุกอย่างที่เกี่ยวกับการบริการลูกค้า และ John ได้แชร์ความมุ่งมั่นที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเราไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน เราตื่นเต้นที่จะได้เขามาร่วมทีมกับเรา และนำประสบการณ์การค้าปลีกของเขาที่เหลือเชื่อมายังแอปเปิ้ลของเรา&quot; โดย Browett จะเข้ามาดำเนินงานแทนที่ นาย Ron Johnson อดีตหัวหน้าฝ่ายการค้าปลีกคนก่อนที่หมดวาระลง ซึ่ง Johnson นี้ ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการก่อตัวของธุรกิจค้าปลีกของแอปเปิ้ล และอยู่ร่วมงานกันมานานกว่า 10 ปี ก่อนที่เขาจะหันตัวเองไปเป็นซีอีโอให้กับ JC Penney เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา<br><br><b>Source :AppleInsider</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/010212i.shtml</link>
    <pubDate>Wed, 01 Feb 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[กูเกิล และไมโครซอฟท์ นำทีมต่อต้านการฟิชชิ่งอีเมลล์]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/phishing_email.jpg' align='left'><b>อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่แห่งวงการคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น กูเกิล, เฟซบุ๊ค, ไมโครซอฟท์ และผู้เล่นรายอื่นๆ ต่างแท็กทีมร่วมกันต่อต้านการฟิชชิ่งและทำให้อีเมลล์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ด้วยรูปแบบความคิดที่เรียกว่า DMARC ซึ่งย่อมาจาก Domain-based Message Authentication, Reporting and Conformance (เรียกรวมๆ ว่ารายงานการตรวจสอบข้อความและความสอดคล้อง) อันมีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานอีเมลล์ใหม่ที่จะทำการปกป้องข้อความหลอกลวงก่อนเข้าถึงกล่องจดหมายของผู้ใช้ </b><br><br>โดยเว็บไซต์ DMARC.org ได้เผยแพร่รายละเอียดข้อกำหนดของความพยายามชุดใหม่รวมถึง Sender Policy Framework (SPF)  และ DomainKeys Identified Mail (DKIM) ซึ่งทั้งสองเป็นโปรโตคอลรักษาความปลอดภัยของอีเมลล์ที่พบบ่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมาตรฐาน DMARC ก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้ามาแทนที่ความปลอดภัยที่มีอยู่ แต่เป็นการเพิ่มมาตรฐานเข้าไปให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/310112h.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 31 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เกาหลีเหนือ ลั่น ผู้ใช้โทร.มือถือช่วงไว้อาลัยถือเป็น 'อาชญากรสงคราม']]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/kim-jong-il.jpg' align='left'><b>รัฐบาลเกาหลีเหนือ ประกาศคาดโทษ ประชาชนที่ลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงการไว้อาลัย 100 วันแด่การจากไปของนายคิม จอง อิล อดีตผู้นำสูงสุดในเกาหลีเหนือว่าเป็น 'อาชญากรสงคราม' และจะต้องได้รับโทษตามกฏหมาย รวมถึงความผิดฐานพยายามหลบหนีออกนอกประเทศด้วย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา มีผู้กระทำความผิดฐานพยายามหลบหนีเพียงครั้งเดียวในค่ายแรงงาน และถ้าผู้กระทำผิดทำผิดซ้ำซากก็จะถูกลงโทษจนถึงแก่ชีวิต </b><br><br>อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ เครือข่ายโทรศัพท์ในประเทศเกาหลีเหนือมีอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ และปิดตัวลงอย่างทันทีในปี 2004 โดยปราศจากการอธิบายใดๆ จากทางการ และต่อมาในปี 2008 เครือข่ายโทรศัพท์ในเกาหลีเหนือก็ได้ถูกดำเนินการอีกจากการพัฒนาโดยบริษัทโทรคมนาคมอียิปต์ และไม่กี่เดือนก่อน รัฐบาลเกาหลีเหนือก็คาดหวังว่าจะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเกิน 1 ล้านคน ก่อนเริ่มต้นปี 2012 ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นจำนวนที่มาก แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังคงคิดเป็นเพียงร้อยละห้าของจำนวนประชากรรวม ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายมือถือในประเทศมีถึง 94% ของประชากรทั้งหมด แต่ครอบคลุมเพียง 15% ของพื้นที่ประเทศเท่านั้น <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/310112g.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 31 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ยาฮู! เตรียมทำความสะอาดบ้าน แจงจะปิดบริการบางส่วนบนมือถือ]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Yahoo_Meme_iphone.jpg' align='left'><b>เวบเสิร์ชออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ยาฮู! มีแผนจะปิดให้บริการแอปพลิเคชั่นบางส่วนบนโทรฯมือถือ อาทิ โปรแกรม Yahoo Meme, Yahoo News, Yahoo Finance และอื่นๆ</b><br><br>โดยตัวแทนจากต้นสังกัดได้กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า พวกเขาจะมีการยกเลิกบริการ Yahoo Meme สำหรับไอโฟนและไอแพด, Yahoo News สำหรับแอนดรอยด์ และ Yahoo Finance สำหรับระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ และอื่นๆอีกหลายรายการ ซึ่งการตัดสินใจเป็นไปตามการตอบสนองของตลาดมือถือที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว &quot;แผนของเราคือ การเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างนวัตกรรม โดยเป็นไปตามการพินิจพิเคราะห์ถึงสิ่งที่ควรอยู่หรือไป ดังนั้น เราจึงจะสามารถสร้างห้องที่ดีสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้&quot; ตัวแทนจากบริษัทได้เขียนเอาไว้ในบล็อกโพสต์เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ ยาฮู! ไม่ได้วางแผนที่จะหันหลังให้กับบริการบนมือถือแต่อย่างใด โดยตัวแทนได้กล่าวเสริม ในปีนี้ เราได้ให้ความสำคัญกับมือถือเป็นอย่างแรก และวางแผนที่จะเปิดตัวแอปพลิเคชั่นใหม่ๆอีกหลายตัว อาทิ เพื่อนร่วมเดินทางประสบการณ์สำหรับทีวีอย่าง IntoNow, ช่องทางใหม่ในการสร้างประสบการณ์สื่อมีเดียส่วนบุคคลอย่าง Livestand และแอปฯยอดนิยมมากที่สุดอย่าง Yahoo! Mail, Messenger, Sportacular และ Flickr เป็นต้น โดยรายชื่อเต็มของบริการที่จะถูกถอดถอนออก มีดังนี้ Yahoo! Meme (ไอแพดและไอโฟน), Yahoo! Mim (ไอแพด), Yahoo! Answers (แอนดรอยด์), Yahoo! AppSpot (แอนดรอยด์และไอโฟน), Yahoo! Deals (ไอโฟน), Yahoo! Finance (แบล็คเบอร์รี่), Yahoo! Movies (แอนดรอยด์), Yahoo! News (แอนดรอยด์), Yahoo! Shopping (ไอโฟน) และ Yahoo! Sketch-a-Search (ไอแพดและไอโฟน)<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/310112b.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 31 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ไมโครซอฟท์ปล่อยทดสอบ MS Office 15 พร้อมลั่นเวอร์ชั่นเบต้ามาแน่ซัมเมอร์นี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/ms-office-15.jpg' align='left'><b>เวอร์ชั่นถัดไปของชุดซอฟท์แวร์สำนักงาน Microsoft Office มาถึงขั้นตอนเกือบสุดท้ายของการพัฒนาแล้ว โดยจะอนุญาตให้บุคคลที่มีสิทธิพิเศษกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าร่วมทดสอบตัวอย่างซอฟท์แวร์ ซึ่งได้ทำการ &quot;เลือกกลุ่มลูกค้าภายใต้ข้อตกลงที่ไม่เปิดเผย&quot; แต่ทั้งนี้ การทำงานในรูปแบบเต็มของตัวโปรแกรมจะยังไม่มาถึงจนกระทั่งปลายปีนี้</b><br><br>โดย PJ Hough รองประธานองค์กรของการพัฒนา ได้ประกาศข่าวจากไมโครซอฟท์ ระบุ Office 15 จะเป็นโปรแกรมที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุดสำหรับในส่วนของซอฟท์แวร์สำนักงาน แต่ทั้งนี้ยังขาดในรายละเอียด ซึ่งตามรายงานยังได้กล่าวอีกด้วยว่า ครั้งนี้จะเป็นการทำเครื่องหมายครั้งแรกสำหรับการปรับปรุงการทำงานพร้อมกันในบริการกลุ่มก้อนเมฆของไมโครซอฟท์, เซิร์ฟเวอร์ เช่นเดียวกับลูกค้าในส่วนของโมบายและคอมฯพีซี สำหรับโปรแกรม Office, Office 365, Exchange, SharePoint, Lync, Project และ Visio โดยกล่าว &quot;Office 15 จะมีการทำงานที่ง่าย และจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกัน และมีการสื่อสารอย่างชาญฉลาดและรวดเร็วกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆ&quot; และข่าวดี ผู้ใช้งานสามารถคาดหวังที่จะได้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Office 15 (ที่คาดจะมีชื่อว่า Office 2013 ตามปีที่ออก) และเตรียมทดลองใช้งานในเวอร์ชั่นเบต้า ซึ่งจะเปิดออกสู่สาธารณะชนในช่วงซัมเมอร์นี้ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/310112s.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 31 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เตรียมล้างข้อมูล MegaUpload พฤหัสนี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/megaupload.jpg' align='left'><b>ข้อมูลต่างๆจาก MegaUpload อาจจะถูกลบในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีนี้ ตามการรายงานล่าสุด ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานจับกุมผู้ให้บริการ cyberlocker ชื่อดังรายนี้ ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์อย่างกว้างขวาง</b><br><br>โดย Associated Press ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับจดหมายที่ยื่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาในกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ของ MegaUpload ซึ่งอัยการสูงสุดของสหรัฐฯในเขตภาคตะวันออกของรัฐเวอร์จิเนีย ได้กล่าวว่า Carpathia Hosting และ Cogent Communications Group บริษัทที่รับการว่างจ้างจาก MegaUpload ให้ทำการเก็บข้อมูล จะเริ่มทำการลบข้อมูลของ MegaUpload ออก เริ่มในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ โดยสินทรัพย์ของ MegaUpload ได้รับการยึดโดยรัฐบาล และบัญชีเงินฝากของธนาคารก็ได้รับการแช่แข็ง ดังนั้น MegaUpload จะไม่สามารถจ่ายเงินให้กับบริษัท Carpathia และ Cogent สำหรับบริการของพวกเขาได้ โดยผู้ใช้บริการกว่าหลายล้านคนทั่วโลก ถูกกล่าวหาว่า มีการใช้บริการ cyberlocker ของ MegaUpload นี้ เพื่อจัดเก็บ และเข้าถึงไฟล์ต่างๆที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อาทิ รายการทีวีโชว์, ภาพยนตร์, เพลง, ไฟล์อนาจาร และซอฟท์แวร์ แต่ก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ใช้บริการดังกล่าวเพื่อกิจกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างเช่น การแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ที่ถูกลิขสิทธิ์ และสำรองไฟล์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้ใช้ในส่วนนี้ แสดงความไม่พอใจในกรณีดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นกล่าวว่า &quot;ผู้ใช้เป็นล้านคน มีแฟ้มงานใน MegaUpload และพวกเขาใช้บริการเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว มันเป็นการทำที่ผิดทำนองคลองธรรม ผิดจรรยาบรรณ และป่าเถื่อนที่สุด&quot; โดย Ira Rothken ทนายความของ MegaUpload ได้กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า ผู้ใช้อย่างน้อย 50 ล้านคน มีข้อมูลที่อาจจะถูกลบ และบริษัทจะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อป้องกันข้อมูลไม่ให้สูญหายไป<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/310112i.shtml</link>
    <pubDate>Tue, 31 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[Jon Rubinstein อดีตซีอีโอปาล์มประกาศลาออกจากเอชพีแล้ว มีผลทันที]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/Jon-Rubinstein.jpg' align='left'><b>Jon Rubinstein อดีตซีอีโอบริษัทปาล์มได้ประกาศลาออกจากฮิวเล็ต- แพ็คการ์ดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนเหตุผลสำหรับการถอนตัวนั้นไม่ได้รับการเปิดเผย แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะแยกจากกันด้วยดี ตามรายงานจากแหล่งข่าว </b><br><br>โดย Rubinstein เปิดเผยว่า เขาได้เสร็จสิ้นภารกิจคำสั่งให้ประจำการอยู่ที่เอชพีเป็นเวลา 12-24 เดือนหลังจากที่ปาล์มถูกเข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2010 แล้ว และมีแผนที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่สำหรับพักผ่อน หลังจากที่อุทิศตนให้กับการพัฒนาเว็บโอเอสมาตลอด 4 ปีครึ่ง ขณะที่ด้าน Mylene Mangalindan ตัวแทนเอชพีเปิดเผยต่อสาธารณะว่า Rubinstein มุ่งมั่นต่อการทำงานที่เอชพี และเราก็ปรารถนาให้เขามีความสุข สำหรับชื่อเสียงของ Rubinstein นั้น อาจเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่มีช่วยส่วนแอปเปิ้ลในการพัฒนา iPod แต่ในที่สุด เขาก็ได้ลาออกจากคูเปอร์ติโนในปี 2006 เพื่อมาร่วมหุ้นเปิดบริษัทส่วนตัวกับ Roger McNamee  และหลังจากนั้นในปี 2007 พวกเขาก็ลงทุนในกิจการปาล์ม ก่อนที่จะเข้ามานั่งตำแหน่งซีอีโอในปี 2009 และนำไปสู่การปรับโครงสร้างของไลน์ผลิตภัณฑ์บริษัท <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/300112h.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 30 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[อเมซอน สั่งแบนผู้ค้าหัวหมอ หลังตรวจพบการทุจริต 'ให้เขียนฟีดแบ็คชมเพื่อแลกกับของฟรี']]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/amazon-logo.jpg' align='left'><b>ผู้ประกอบการการค้าบนเว็บไซต์ที่ใช้ชื่อว่า VIP Deals ถูกอเมซอนสั่งยกเลิกความเป็นสมาชิกทันควัน หลังบริษัทเจ้าของเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ จับไต๋กลยุทธ์ทางการขายที่หลอกลวงผู้บริโภคจากการมอบข้อเสนอคืนเงินสินค้าที่สั่งซื้อไป เพื่อแลกกับการเขียนแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก</b><br><br>โดยลูกค้าที่ทำการจ่ายสตางค์มูลค่าา 10 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 300 บาท) สำหรับการสั่งซื้อแท็บเล็ตเคสจากผู้ขายรายนี้ นอกจากจะได้รับตัวสินค้าแล้ว ยังจะได้รับจดหมายที่แนบข้อเสนอท้ายฉบับว่า จะทำการคืนเงินให้กับผู้ซื้อแลกกับการแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก รวมถึงยังกระตุ้นให้ผู้ซื้อทำการประเมิน ด้วยการให้คะแนนห้าดาวด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันหน้าร้านของผู้ขายเจ้าเล่ห์ VIP Deals รายนี้ มีคะแนนความนิยมมากถึง 4.9 ดาวในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากการให้คะแนน 5,638 ครั้ง ส่วนประวัติการแสดงความคิดเห็นเชิงบวกมีถึง 96% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และมีฟีดแบ็คเป็นบวกทั้งหมดถึง 97% ตลอดระยะเวลาที่ทำการค้าในเว็บไซต์  ทั้งนี้ ในปี 2009 หน่วยงาน FTC ของสหรัฐฯ ได้ทำการปรับปรุงแนวทางสำหรับผู้โฆษณาว่าจะต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบเพื่อหลีกเลี่ยงต่อการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่หลอกลวง โดยหนึ่งในกฏใหม่ระบุว่า ประชาชนที่ได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทจะต้องทำการเปิดเผยความร่วมมือดังกล่าวก่อนที่จะโพสข้อความใดๆ ลงบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากกฏระเบียบดังกล่าวก็ส่งผลให้ผู้ขายที่ใช้ชื่อว่า VIP Deals ละเมิดต่อข้อกำหนดของ FTC เช่นเดียวกับเงื่อนไขการให้บริการของอเมซอน เป็นผลให้อเมซอนต้องสั่งลบชื่อบัญชีของ VIP Deal ทั้งหมดออกจากเว็บเพื่อเป็นการลงโทษ <br><br><b>Source :TechSpot</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/300112i.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 30 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[ลือ นินเทนโด้ จะเปลี่ยนชื่อ Wii U?]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nintendo_wii-u.jpg' align='left'><b>นินเทนโด้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อของทายาทผู้สืบทอดเครื่องเล่นเกมคอนโซล Wii U แหล่งข่าวสหราชอาณาจักร รายงาน</b><br><br>โดยนิตยสารเกม Computer and Video Games ของสหราชอาณาจักร ได้รายงานข่าวนี้โดยอ้างอิงจากแหล่งที่มาไม่ทราบชื่อ ระบุ บริษัทผู้ผลิตเกมแดนปลาดิบ กำลังอยู่ภายใต้ความกดดันที่จะฟื้นตัวจากความน่าผิดหวังของการเปิดตัว Nintendo 3DS ที่ไม่สดใสเท่าที่ควร พร้อมกับแบกภาระการสูญเสียรายได้อย่างหนักประจำปี โดยค่อนข้างชัดเจนที่ นินเทนโด้ต้องมีการหลีกเลี่ยงการทำบางอย่างที่อาจสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค และเป็นตัวขัดขวางผู้บริโภคจากการซื้อผู้สืบทอดเครื่องเล่นเกมคอนโซล Wii เมื่อถึงกำหนดเวลาวางจำหน่ายในช่วงวันหยุด โดย CVG กล่าว เขาเชื่อ การตั้งชื่อและการแนะนำ Nintendo 3DS ไม่ชัดเจนเพียงพอสำหรับผู้บริโภค อย่างเช่น อ้างอิงจากตัวอย่างของร้านตัวแทนจำหน่ายสองแห่งของสหราชอาณาจักร มีการเพิ่มสติ๊กเกอร์ 3DS สีแดงขนาดใหญ่ที่กล่องเกม ทำให้มีลักษณะคล้ายกับกล่องที่ใช้อยู่สำหรับ DS ซึ่งคาด ต้นสังกัดมีวัตถุประสงค์ในการเปลี่ยนชื่อ Wii U ในครั้งนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่อาจจะไปคล้ายคลึงกับ Nintendo 3DS นั่นเอง<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/300112g.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 30 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[เผย เตรียมพบกับ Nook ใหม่ ฤดูใบไม้ผลินี้]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/nook-7inches.jpg' align='left'><b>นิวยอร์กไทม์ได้รายงานข่าวเมื่อวานนี้ เกี่ยวกับสิ่งที่ Barnes &amp; Noble จะทำกับอะเมซอน เพื่อต่อสู้ศึกสงครามอีกครั้ง ซึ่งฝังอยู่ในบทความยาว 2 หน้ากระดาษ ที่เป็นคำกล่าวสั้นๆของทีมวิศวกร &quot;คุณจะได้สัมผัสเครื่องอ่านอีบุ๊ครุ่นที่ 5 จากพวกเรา ด้านผู้บริหารได้กล่าวย้ำ จะเปิดตัวในช่วงหนึ่งของฤดูใบไม้ผลินี้อย่างแน่นอน&quot; </b><br><br>โดยสำหรับรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆในตอนนี้ ยังไม่มีการนำเสนอ และทางด้านโฆษกของ Barnes &amp; Noble เอง ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย แท๊บเล็ตนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าไอแพดแต่มีราคาอยู่ระหว่าง 300-350เหรียญสหรัฐฯหรือไม่? หรือบางทีอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่แปลกใหม่เกิดขึ้น อย่างเช่น เครื่องอ่านอีบุ๊คที่จะมาพร้อมคุณสมบัติชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง Qualcomm แบบเดียวกับที่ใช้ใน 'มิราซล' จอสีที่เริ่มปรากฎบนเครื่องอ่านอีบุ๊คในจีนและเกาหลี (โดยหน้าจอของมิราซลจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้อยู่ในที่ที่แสงจ้าหรืออยู่กลางแดดโดยตรง) ซึ่ง Barnes &amp; Noble ถูกลือมานานแล้วว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และ Nook ใหม่นี้ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวในต่างประเทศ โดยตามบทความของนิวยอร์กไทม์ก็ได้ชี้ให้เห็นเป็นครั้งแรกว่า &quot;อาจจะเป็นร้านหนังสือ Waterstones ในสหราชอาณาจักร&quot; แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อเท็จจริงถึงกำหนดวันวางจำหน่าย Nook นอกเขตสหรัฐฯ ออกมา<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/300112b.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 30 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
<item>
    <title><![CDATA[กูเกิลมิวสิค อัพเดตบริการ เพิ่มประโยชน์สำหรับการสำรองเพลง]]> </title>
    <description><![CDATA[<img src='http://www.pantip.com/tech/newscols/news/image/google_music_beta.jpg' align='left'><b>กูเกิลมิวสิค จะไม่เป็นเพียงบริการที่ให้ฟังเพลงที่ส่งจากเวบเท่านั้นอีกต่อไป เมื่อซอฟท์แวร์จัดการเพลงล่าสุดที่เพิ่งอัพเดตนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเข้ากับบริการเพลง และเปิดช่องทางที่เป็นประโยชน์ในการแบ๊คอัพเพลงดิจิตอลเก็บไว้ในเครื่องคอมฯพีซีของคุณ</b><br><br>โดยในตอนนี้ผู้ใช้บริการ กูเกิลมิวสิค จะสามารถดาวน์โหลดเพลงในกลุ่มทั้งหมดที่พวกเขาได้อัพโหลดไปยังบริการหรือซื้อจากร้านจำหน่ายเพลงในกูเกิลมิวสิค แล้วมาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีของผู้ใช้ได้ โดยเมื่อบริการกูเกิลมิวสิคได้เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ได้มีการนำเสนอให้ผู้ใช้งานสามารถอัพโหลดเพลงไปยังบริการได้สูงสุดถึงสองหมื่นเพลงในคราวเดียว ซึ่งด้วยวิธีการล่าสุดนี้ ผู้ใช้จะสามารถสตรีมเพลงของพวกเขาไปยังบราวน์เซอร์ใดๆหรืออุปกรณ์แอนดรอยด์ใดๆ อย่างเช่น สมาร์ทโฟน, แท๊บเล็ต หรือ กูเกิลทีวี ได้ แต่ทั้งนี้ พวกเขาจะสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ทีละเพลงเท่านั้น &quot;ตอนนี้ ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณเสียหาย คุณจะมีที่สำรองข้อมูลดีๆให้กับเพลงของคุณ&quot; ตัวแทนจากกูเกิลได้กล่าวทิ้งท้ายไว้<br><br><b>Source :CNET</b>]]></description>
    <link>http://www.pantip.com/tech/newscols/news/300112s.shtml</link>
    <pubDate>Mon, 30 Jan 2012 09:00:00 +0700</pubDate>
    <category>News/Technology</category>
</item>
</channel>
</rss>
