สวัสดีครับ

    ขณะนี้ทาง pantip.com ได้เชิญ ดร. ปัญญา เปรมปรีดิ์   ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านไอทีมาช่วยตอบปัญหาทางด้านคอมพิวเตอร์และไอที   ให้กับทุกท่านที่ต้องการสอบถามถึงความคิดเห็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และไอที    โดยที่ทุกท่านสามารถฝากคำถามถึง ดร. ปัญญา เปรมปรีดิ์ ได้ที่ link ทางด้านซ้ายมือ "คุยกับ ดร.ปัญญา" ได้แล้วครับ และอาจารย์จะนำคำถามของทุกท่านมาตอบผ่านทางหน้านี้ คุยกับ ดร. ปัญญา

    นอกจากนี้ทางทีมงาน pantip.com จะนำบทความเก่า ๆ ที่ ดร.ปัญญา ได้เขียนไว้นำมาลงในส่วนของ "บทความน่าสนใจ" ให้กับทุกท่านได้ติดตามด้วยครับไม่ว่าจะเป็น การเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดีได้อย่างไร, ทำไมถึงชอบเป็น System Analyst กันมากนัก, อาชีพคอมพิวเตอร์ความเจริญก้าวหน้าทางอนาคต เป็นต้น ซึ่งบทความดังกล่าวให้ทั้งข้อคิดและแนวทางที่ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ

ทางทีมงานต้องขอขอบคุณอาจารย์ ดร.ปัญญา เปรมปรีดิ์ ไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ
editor's Tech-Exchange 

หมายเหตุ การถามปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และIT ขอความกรุณาให้เป็นคำถามที่แสดงถึงความคิดเห็นและมุมมองการใช้งานคอมพิวเตอร์และ IT นะครับ ถ้าเป็นปัญหาทางด้านเทคนิดเจาะจงทาง pantip.com มี webboard ให้ทุกท่านได้ใช้บริการแล้วครับ


ข้อคิดจากอาจารย์ปัญญา

ในโอกาสที่ผมได้มาช่วยตอบคำถามทางไอทีที่คอลัมน์นี้เป็นเวลา 1 ปีแล้ว ผมมีข้อสังเกตุดังนี้

1. คำถามกว่าครึ่งหนึ่งเป็นทางด้าน hardware อีกหนึ่งในสี่เป็นทางด้าน system software ที่เหลือเป็นด้าน application นี่แสดงว่าพวกเรายังอยู่ในขั้นตอนของการเรียนรู้ตัวเครื่อง และตัวระบบที่ดูแลเครื่อง หลายๆท่านก็คงจะเรียนจนเกือบหมดสิ้นแล้ว และก็คงจะรู้สึกเซ็งกับมันพอสมควร ทั้งนี้เพราะ ความรู้เหล่านี้ไม่ค่อยได้สร้างผลงาน มันไม่ทำให้เราหาเงินได้ อย่างมากก็แค่ทำให้เล่นเกมได้เร็วขึ้น หรือไม่ก็ช่วยประหยัดเงินค่าซ่อมเครื่องไปได้เล็กน้อย

2. จริงๆแล้ว ความรู้ทางด้าน application นั้นสำคัญกว่า มันทำให้เกิดการประยุกต์ ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้ ใครที่ข้ามจากการสนใจ hardware และ system software มาได้จะสนุกกว่า และสามารถแสดงผลงานให้พ่อ แม่ พิ่ป้า น้า อา และเพื่อนๆดูได้

3. ความรู้ทางด้าน application นั้นมีมากมาย เราอาจจะจัดได้เป็น 3 ระดับ คือ
3.1 ระดับแรกเป็นการค้นหาโปรแกรมสำเร็จรูปมาใช้งาน ระดับนี้ทำไม่ยาก แต่ผลตอบแทนการลงทุนอาจไม่มากนัก เช่น ใช้ wordprocessing เพื่อรับงานพิมพ์จากผู้ใหญ่ที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่คล่อง ใช้โปรแกรมด้านออกแบบโพสการ์ด คำอวยพร บัตรติดหน้าอกพนักงาน ใบโฆษณา ใบประกาศ
3.2 ระดับที่สองคือ หัดเขียนโปรแกรมด้านเกม เกมนั้นใช้เล่นเองก็ได้ความเพลิดเพลิน ช่วยลดการซื้อเกมในตลาดมาเล่น และถ้าพัฒนาได้ดีๆก็จะขายได้ เกมที่ออกแบบให้เด็กเล็กๆเล่นนั้นมีตลาด ขายได้แน่ มันอาจให้ผลช้าหน่อย แต่คุ้มค่าของการลงทุน
3.3 ระดับสาม คือ คิดว่าเราจะเอาคอมพิวเตอร์ไปทำประโยชน์ในงานยากๆ งานพวกนี้บางทีก็มีโปรแกรมขาย แต่ราคาแพงหน่อย เราต้องประเมินว่าเรื่องนั้นจะประสบผลสำเร็จจริงหรือไม่ เช่น การทำเว็บไซท์เพื่อขายสินค้า การใช้โปรแกรมช่วยในการเล่นหุ้น... แต่หลายๆเรื่องจะไม่มีโปรแกรมขายในตลาด เราก็ต้องพัฒนาขึ้นมาเอง เช่น การควบคุมการปิดเปิดประตูและหน้าต่างโดยอัตโนมัติ การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น การพลิกใข่ในตู้ฟักใข่ การนับจำนวนปลา หรือนับสินค้าที่เป็นชิ้นๆที่วิ่งผ่านสายพาน การทำโมเดลของการขึ้นลงของราคาหุ้นครับ
application นั้นมีมากมาย แค่ตั้งเป็นคำถามว่าทำได้หรือไม่ได้ ทำแล้วจะคุ้มหรือไม่คุ้ม มันก็สนุกและเพลิดเพลินดี มันเป็นการขยายความคิด และถ้าได้ลงมือทำขึ้นมาจริงๆก็จะยิ่งสนุก เพราะจะมีปัญหาให้คิดและตอบกันได้เยอะแยะครับ

ในโอกาศครบรอบปีของคอลัมน์นี้ ผมขออวยพรให้สมาชิกทุกท่านจงประสพแต่ความสุขและสดชื่น ขอให้ความคิดได้พัฒนาไปได้ไกล
สวัสดี
ดร.ปัญญา เปรมปรีดิ์

(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

25/11/05

คุณ วิมล

สวัสดีค่ะ ดร. หนูรบกวนถามปัญหาที่หนูหาทางออกไม่ได้มานานนับปีค่ะ คือหนูเรียนจบวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ตั้งแต่จบมาก็ทำงานเขียนโปรแกรมมาตลอด 4 ปีค่ะ แต่หนูรู้ตัวเองว่าไม่ชอบการเขียนโปรแกรมเลย คือให้ทำก็ทำได้แต่จะไม่พัฒนาขึ้นเลย หนูมีลักษณะนิสัยไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ชอบ active อยู่ตลอดเวลาและไม่ชอบงานที่ซ้ำซาก ก็เลยพยายามไปสมัครงานตำแหน่งอื่นๆเช่น pre-sale (sale เกี่ยวกับพวกIT หนูไม่ชอบพวก saleแบบขายประกันค่ะ)แต่ไม่มีใครรับเพราะเค้าบอกว่าหนูไม่มีประสบการณ์ค่ะ ดร.ช่วยแนะนำหนูด้วยค่ะว่า หนุควรจะทำอย่างไรดีและมีอาชีพอื่นๆอีกไหมค่ะที่เหมาะกับบุคคลิกของหนูค่ะ หนูไม่อยากเขียนโปรแกรมเพราะรู้สึกว่าหนูกำลังย่ำอยู่กับที่ตลอดเวลา รบกวน ดร.ด้วยค่ะ

ตอบคุณ วิมล

จริงๆแล้วงานเขียนโปรแกรมนั้นสนุก แต่ที่ทำงานคุณอาจทำให้ไม่สนุก เรื่องนี้เราแก้ได้ คือหันมาสร้างงานให้แก่ตนเอง เช่นลองทำระบบที่ใช้บันทึกว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง ทุกเดือนต้องตัดค่าเสื่อม ต้องอัพเดททรัพย์สินชิ้นใหม่...ฯลฯ แล้วคอยติดตามดูว่าทรัพย์สินของเราเพิ่มพูนขึ้นเท่าใด ยังมีระบบที่จะช่วยงานในชีวิตของเราอีกมาก อยู่บ้านก็ทำมันขึ้นมา อย่าอยู่นิ่งเฉย แล้วจะสนุกกับการเขียนโปรแกรม

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

16/2/04

คุณ สฤษดิ์ ศรีวิชัย

สวัสดีครับ ผมอยู่ชั้นม.3น่ะครับ ตัองการเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากๆๆๆๆ เป็นอาชีพที่ผมอยากเป็นมากผมเลยอยากถามว่าการที่จะเรียนให้เป็นนักคอมพิวเตอร์ต้องเรียนอะไรสาขาอะไร และในตอนม.4เป็นต้นไปต้องเรียนอะไรบ้างครับ
ขอบคุณครับ

ตอบคุณ สฤษดิ์ ศรีวิชัย

ปัจจุบันนี้การเรียนเรื่องคอมพิวเตอร์นั้นเขาเปิดเป็นหลักสูตร์มาตรฐานแล้ว เราไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เมื่อเอ็นทร้านส์ผ่านก็เข้าไปเรียนได้เลย ปรกติเขาจะมีให้เลือกสองด้าน คือ คอมพิวเตอร์ไซส์ กับ เอมไอเอส ด้านแรกจะเน้นด้านเครื่อง ด้านโปรแกรมระบบ ด้านที่สองจะเน้นการประยุกต์เครื่องคอมพิวเตอร์ในงานของหน่วยงาน

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

30/12/03

คุณ นกน้อย

อยากทราบว่า การยื่นซองประมูลงาน เกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แบบอิเลคทรอนิค เป็นอย่างไรค่ะ และต่างกับการยื่นประมูลแบบธรรมดาอย่างไร

ตอบคุณ นกน้อย

การประมูลแบบอีเล็กทรอนิกส์ หมายถึงการส่งการประมูลผ่านทางอีเมล์ เราต้องติดต่อหน่วยงานที่เปิดประมูลเพื่อขออีเมล์ที่เราจะต้องส่ง เราต้องกรอกตามฟอร์มที่เขากำหนด แล้วส่งใบประมูลของเราไป เราจะส่งเมื่อใหร่ก็ได้ เพราะเขาจะเก็บใบประมูลของเราไว้โดยไม่ให้ใครเปิดดูได้ก่อนเวลา เมื่อถึงเวลาแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะมาเปิดดูพร้อมกัน แล้วเขาก็จะแจ้งผลขั้นต้นในเว็บบอร์ดที่เขากำหนดไว้ เราสามารถเข้าไปดู และติดตามผลจนในที่สุดเขาก็จะประกาศผู้ชนะ ข้อดีคือ เราส่งล่วงหน้าได้ และระบบมีการป้องกันไม่ให้มีการแอบดูของคนอื่น

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

27/11/03

คุณ นันทนา สมพิษ

สวัสดีคะดร.ปัญญา หนูเรียนอยู่ที่วิยาลัยเทคนิคนะคะ หนูอยากทราบความรู้จากท่านหนูอาจทราบความหมายของสื่อสิ่งพิมพ์และ จริยธรรม ในอาชีพคอมพิวเตอร์นะค๋ะหนูหวังว่าจะได้รับความอนุเคราะห์จากท่านด้วยดีขอบคุณคะ

ตอบคุณ นันทนา สมพิษ

สื่อสิ่งพิมพ์หมายถึงหนังสือพิมพ์ ตำรา วารสาร ใบโฆษณา และอื่นๆที่พิมพ์ลงบนกระดาษ และใช้เพื่อส่งข่าวสารให้แก่ผู้อื่น เรื่องพวกนี้มีสอนกันในวิชาวารสารศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ และนิเทศศาสตร์ ส่วนจริยธรรมในอาชีพคอมพิวเตอร์นั้นเป็นข้อกำหนดที่คนทางคอมพิวเตอร์ควรปฎิบัติ แต่ไม่ใช่กฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ ใครจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ผู้เขียนข้อกำหนดนั้นอาจเป็นตัวเราเอง หรือสมาคมทางคอมพิวเตอร์ หรือหมู่คนทางคอมพิวเตอร์ใดๆก็ได้ น่าจะลองโทรไปถามที่สมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย(ในพระบรมราชูปถัมภ์)ดู

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

4/8/03

คุณ patpong

อยากสอบถามอาจารย์ครับ ว่า isp บ้านเรามีระบบไหนรองรับการเล่น net แบบ สองโมเด็มบ้าง ที่เขาเรียกว่า ระบบ multilink คือผมอยากรู้ครับถ้าทำได้จะได้ทำให้การต่อเนทเร็วขึ้นครับ แต่ต้องใช้สองสายโทรศัพท์และสองแอคเคาท์ ผมเคยโทรไปถาม isp ego แล้วเขาบอกว่าไม่รองรับ แต่ผมอยากจะรู้ว่าในไทยยังจะมี isp เจ้าไหนทำได้บ้าง หวังว่าถ้าอาจารย์รู้กรุณาตอบเป็นวิทยาทานด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ

ตอบคุณ patpong

เท่าที่ผมได้รับฟังมา เมืองไทยยังไม่มีใครให้บริการแบบ multilink แต่ถ้าเรายังใช้ line ที่มีความเร็วแค่ 56kb/sec มันก็คงช่วยได้ไม่มาก คุณ patpong น่าจะลองติดต่อไอเอสพีที่ใช้ความเร็วสูง เขาบอกว่ามันเร็วขึ้นเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

1/8/03

คุณ การันต์

อยากถาม ดร.ปัญญาเรื่อง SCO ที่บังคับให้บริษัทที่ใช้ Linux kernel 2.4 ขึ้นไปต้องซื้อ license จาก SCO มันจะมีผลกระทบกับการเติบโตของ linux มากไหมครับ เหมือนเป็นการสกัดดาวรุ่งเลยนะครับนี่ และถ้าต้องจ่ายมันจะยังคงเป็น GPL เหมือนเดิมรึเปล่าครับ
อีกเรื่องก็ การที่ กระทรวง ict บล็อก IP จากต่างประเทศบาง IP (พวกGame online) นี่ผมว่าเกินไปเพราะถ้าสั่งปิดที่ตัวผู้ให้ยริการมันก็อีกเรื่อง การบล็อก ip เหมือนกับสวนสนุกที่ยังเปิดบริการแต่เอาตำรวจมากันไม่ให้คนเข้าไปเล่น ถ้าสวนสนุกปิดบริการคนคงไม่เข้าไปเล่นอยู่แล้ว เดี่ยวอีกหน่อยคงบล็อกโน่นบล็อกนี่กันสนุก

ตอบคุณ การันต์

ถ้า SCO สามารถบังคับให้ผู้ใช้ Linux รุ่นที่พัฒนามาจาก SCO Unix ต้องซื้อไลเซ่นได้ ผลกระทบนั้นคงจะรุณแรง ทั้งนี้เพราะ สถาบันโอเพ่นซอร์สนั้นไม่รู้ว่าใครเอาโปรแกรมพวกนี้ไปใช้กันบ้าง(มันไม่มีการลงท ะเบียนผู้ใช้) ตัวสถาบันจะบอกว่า ฉันไม่รู้ ฉันไม่เกี่ยวก็คงไม่ได้ เพราะตัวเองเป็นคนอนุญาต และเปิดเว็บให้คนไปดาวน์โหลดได้โดยตรง ผมคิดว่า SCO ก็คงจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสถาบันโอเพ่นซอร์ส และคงจะเป็นความกันอีกนาน เจ้า Linux Tle ก็เหมือนกัน จริงๆแล้วต้องเป็นสมบัติของรัฐบาลไทย ถ้ามีใครไปฟ้องว่าคนของเนคเทคทำผิดระเบียบ(ไปยกให้เขาฟรีๆ) แล้วจะเรียกเก็บค่าใช้ มันก็คงจะวุ่นเหมือนกัน
การบล็อกไอพีนั้นมันหมายถึงว่าใครๆก็ติดต่อไอพีนั้นไม่ได้ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อผู้ที่จะทำธุรกิจปรกติผ่านไอพีนั้นไปด้วย ดังนั้นถ้ากระทรวงไปทำเช่นนั้นก็คงถูกฟ้องแน่
อนึ่ง, ผมคิดว่าเรื่องเกมแรกน่าร็อกนี้กระทรวงไอซีทีทำไม่ถูก คือมันไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงไอซีที เราจะไปคิดว่าโปรแกรมแรกน่าร็อกเป็นสินค้าไอที แล้วต้องให้กระทรวงไอซีทีเข้าไปควบคุมเองนั้นไม่ได้ ถ้าคิดแบบนี้ เวลามีคนเขาเอาปืนเข้าไปปล้นร้านขายทอง เรามิต้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปดูแลหรือ? จริงๆแล้วเราต้องดูว่าผลเสียหายมันเป็นรูปใด ถ้ามันทำให้เกิดการทำร้ายร่างกายกันเพราะตกลงแลกเปลี่ยนคะแนนไม่สำเร็จ มันต้องส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดูแล แต่ถ้ามันเป็นปัญหาทำให้เด็กเสียสุขภาพจิต เราก็ต้องให้กระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงสาธารณสุขไปดูแล ถ้าเป็นการมอมเมาเด็กเราก็ต้องกลับมาดูว่าใครควบคุมการเปิดใบอนุญาตให้เล่น ฯลฯ ครับ, กระทรวงไอซีทีนี่ดูจะไม่รู้หน้าที่ของตนเลย ชอบแส่เข้าไปในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

18/7/03

คุณ จอย

อยากทราบความหมายที่แน่นอน ของ คำว่า e-shopping ค่ะ เพราะว่าจะต้องใช้ทำรายงาน

ตอบคุณ จอย

เดี๋ยวนี้มีคนตั้งศัพท์ใหม่ๆอยู่เสมอๆ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าฝรั่งจะมีคำว่า e-shopping เขามีแต่ e-commerce ซึ่งเป็นคำเก่า ใช้กันมากว่าสิบปีแล้ว มันคงจะเป็นคนไทยที่อยากดังจึงไปตั้งคำใหม่ขึ้นมา ผมคิดว่ามันมีความหมายอันเดียวกัน คือ เป็นการซื้อสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเอง

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

คุณ ณัฐ

รบกวนถามอาจารย์ถึงโครงการอบรมนักไอทีมืออาชีพของกระทรวง ICT น่ะครับ คือผมไม่แน่ใจว่าจะควรจะไปสมัครเข้ารับการอบรมหรือไม่ ลองปรึกษาพ่อแม่ และเพื่อน ๆ ก็มีความเห็นหลายแนว แต่ส่วนมากจะเป็นแนวเดียวกันว่าเสี่ยงมาก ๆ เพราะนอกจากจำนวนเงินที่ต้องเสียไปแล้ว ก็ไม่นอนด้วยว่าจะผ่านการอบรมหรือเปล่า บางคนก็มีความคิดเห็นว่า ICT เหมือนเป็นนายหน้าหาคนให้กับบริษัทต่าง ๆ ตอนแรกที่ผมได้ข่าวนี้มานั้น ดีใจมาก คิดว่าจะเป็นให้โอกาสอบรมให้ฟรี เพราะเห็นบอกว่าจะช่วยคนตกงาน แต่กรณีนี้ผมก็คิดว่าไม่ได้เป็นการช่วย ถึงแม้จะสามารถผ่อนชำระได้ก็ตาม แต่ก็เหมือนกับเป็นการสร้างหนี้ให้ โดยที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะสามารถผ่านการอบรมหรือไม่ ไม่ทราบเหมือนกันว่าความคิดทางผมนี่จะแคบไปหรือเปล่า เลยอยากรบกวนสอบถามความคิดเห็นอาจารย์ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

ตอบคุณ ณัฐ

ผมคิดว่ามันคงจะให้ผลเหมือนโครงการมิยาซาวา คือเรียนจบแล้วทำงานได้ไม่ถึง 5 เปอร์เซนต์ เรื่องนี้มันขึ้นกับตัวเราด้วย คือถ้าเป็นคนที่มีตรรกดี เป็นคนชอบวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน คุณก็จะเรียนได้ และอาจเรียนได้ด้วยตนเอง คือ ศึกษาเรื่องการเขียนโปรแกรมจากตำราเอง น่าจะลองไปเรียนภาคพิเศษของจุฬาหรือ ecc ดูก่อนก็ได้

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 คุณ sompong

เรียน อาจารย์ ผมทำสัมนาเรื่อง IP phone ผมควรที่จะใส่เนื้อหาอะไรลงไปบ้างครับ websiteอะไรที่บอกข้อมูล ควรจะอธิบายยังงัยอาจารย์ช่วยแนะนำด้วยครับ

ตอบคุณ sompong

ควรพูดถึง
1.วิธีติดตั้งและใช้งาน
2.ข้อดีข้อเสีย
3.ราคาค่าใช้จ่าย

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 คุณ ปรินทร

สวัสดีครับ อ. ผมสงสัยมากเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Network ใน website ต่างๆ และพบว่า Engineer โดยมากจะเป็นชาวอินเดียกันมาก และเวลาไปเดินหา TextBook สำนักพิมพ์ต่างประเทศส่วนใหญ่ก็จะมีเขียนไว้ว่า เฉพาะประเทศ...เป็นต้น(แต่ไม่มีประเทศไทย) แล้วราคาจะถูกกว่ามาก(แต่คุณภาพต่ำ) จะมีโอกาสมั้ยที่หนังสือคอมพิวเตอร์ต่างประเทศที่ขายในไทยราคาจะถูกลงกว่านี้ครับ อยากอ่านครับแต่สู้ราคาไม่ใหว รบกวน อ.ปัญญา แค่นี้ล่ะครับ ขอบคุณครับ

ตอบคุณ ปรินทร

ตำราต่างประเทศมันขึ้นตามค่าหน่วยกิต หรือคือ ขึ้นไปเพราะค่าตัวของอาจารย์ในต่างประเทศมันสูงขึ้น เมื่อก่อนผมซื้อตำราฝรั่งเดือนละ 2-3 เล่ม เดี๋ยวนี้ซื้อไม่ใหวเช่นกัน ทั้งหมดนี้เป็นไปตามโลกาภิวัตร คือเรากำลังเข้าสู่ยุคของ"องค์ความรู้" ความรู้กลายเป็นทรัพย์สินที่แพงขึ้น แต่ตำราฝรั่งที่เขียนโดยแขกผมก็ไม่นิยม ผมเห็นว่าคุณภาพไม่สมราคา เรื่องหาทางลดราคานั้นคงจะยาก เพราะภาษีมันเป็น 0 เปอร์เซนต์อยู่แล้ว ทางออกในเรื่องนี้ก็คือ คนไทยต้องเขียนตำรากันเอง และมักจะต้องเป็นวิทยาทาน เพราะค่าเขียนได้แค่ 2-3 หมื่นบาทเท่านั้น ผมก็กำลังเขียนอยู่ 2-3 เล่ม

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

  

 

22/5/03

คุณ สุนทร โคสูงเนิน

อาจารย์ครับผมไม่ได้จบการศึกษาทางด้านไอทีมาเลยครับ แต่ผมกับได้มาทำงานด้านนี้ และที่ผมทำได้เพราะว่า เพื่อนที่เขาจบมาช่วยสอนผม ครูพักลักจำบ้างและก็อ่านตามตำราบ้าง อาจารย์ครับผมละอายแก่ใจมาก อยากจะขอความแนะนำอาจารย์ครับ

ตอบคุณ สุนทร โคสูงเนิน

อย่าไปอายใคร ผมเองก็อาศัยเรียนจากตำราและคู่มือในโปรแกรมต่างๆ ผมนั้นเรียนมาทาง control engineering แต่หันมาจับงานด้านไอทีโดยอ่านจากตำราทั้งนั้น ผมผ่านงานหลายแห่ง เช่น กอ.รมน บก.ทหารสูงสุด บริษัทยิบอินซอย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย แล้วไปลงเอยที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ผมดูแลฝ่ายคอมพิวเตอร์ ผมช่วยพัฒนาโปรแกรมมามากกว่า 200 ระบบ ผมเขียนโปรแกรมเพื่อใช้เองอีกเกือบ 1000 โปรแกรม ทั้งหมดนี้ใช้ความคิดที่เป็นของตนเอง มันมีหลักการที่ไม่ยากนัก ตำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เงินเดือนเดือนสุดท้ายประมาณ 220,000 บาท ข้อสำคัญคือ โปรแกรมเหล่านั้นต้องทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ ไม่ตายกลางอากาศ(hang) และทำประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้อย่างคุ้มค่า จงพยายามต่อไป มันไม่ยากสำหรับคนที่มีตรรกดีๆ

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

6/5/03

คุณ ประเสริฐ ติ๊บนามวัง

ช่วยแนะนำวิธีและขั้นตอนการเป็นนักคอมพิวเตอร์ที่มีรายได้พอประมาณ ไม่ถึงกับต้องเก่ง

ตอบคุณ ประเสริฐ ติ๊บนามวัง

จะเป็นนักคอมพิวเตอร์ต้องมีความสามารถดังนี้

1. เขียนโปรแกรมเป็น และควรเป็นภาษาที่เขาใช้กันอยู่ เช่นในตอนนี้ควรรู้ภาษา C, java, Visual Basic, Delphi

2. ต้องออกแบบระบบเป็น ในตอนนี้เขามักจะใช้เว็บเป็นศูนย์กลาง ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตัวส่งข้อมูลเข้า และรับรายงานออกไปใช้ในการดำเนินงาน แต่งานบนพีซีธรรมดาก็ยังมีให้เขียนกันอยู่

3. ต้องประมาณค่าใช้จ่ายเป็น คือต้องรู้ว่าระบบมีองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่ละส่วนมีราคาหรือค่าใช้จ่ายต่อเดือนเท่าใด

4. ต้องประมาณความเร็วในการทำงานของระบบได้ และรู้ว่าอะไรจะเป็นขีดจำกัดของระบบ ทั้งนี้เพื่อประมาณได้ว่าเมื่อใหร่จึงจะต้องปรับปรุงระบบ หรือขยายองค์ประกอบระบบ

5. ต้องประมาณผลประโยชน์ที่จะได้จากระบบ เช่นลดค่าใช้จ่ายได้เท่าใด สร้างธุรกิจได้เท่าใด

6. ตอบคำถามของผู้ว่าจ้างได้ว่าระบบมีจุดเด่นตรงใหน ดีกว่าทำด้วยมืออย่างไร ครับ

การเป็นนักคอมพิวเตอร์นั้นไม่ยาก และเมื่อทำงานไปเกิน 10ปีก็จะขยับขึ้นไปเป็นผู้บริหาร หรือช่วยวางแผนให้แก่บริษัทได้

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

27/3/03

คุณ พัด

ขอเรียนถามท่านดร.ปัญญานะครับว่า มาตรฐานของ IEEE มีอะไรบ้างและรายละเอียดเป็นอย่างไร ถ้าข้อมูลเยอะก็ขอเป็น web หรือ mail มาก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ

ตอบคุณ พัด

IEEE นั้นเป็นสมาคมทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าของสหรัฐ เขามีมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง หลังสงครามได้ให้ความช่วยเหลือสถาบัน ISO ทางด้านการกำหนดมาตรฐานสินค้าและอุตสาหกรรมทางไฟฟ้าจนเกือบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งข อง ISO ผลงานที่สำคัญๆ ได้แก่มาตรฐานของอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าจะดูทั้งหมดคงจะไม่ใหว ทั้งนี้เพราะมันเป็นคู่มือที่หนาขนาด 3 นิ้ว หลายเล่ม รายละเอียดพวกนี้ขอดูได้ที่สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย(สมอ.) ซึ่งสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมที่ถนนพระราม6 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลรามา นอกจากที่นั่นแล้วก็อาจมีอยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยบางแห่ง ลองไปติดต่อขอเขาดู

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

7/3/03

คุณ สุวรรณา คูหาภาสกร

อยากสอบถามว่า เทคโนโลยีด้านสารสนเทศของประเทศอินเดียและจีน ปัจจุบันพัฒนาไปถึงจุดไหนแล้วคะ และในอนาคตอีกประมาณ 10 ปี จะไปถึงจุดไหนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ตอบคุณ สุวรรณา คูหาภาสกร

ไอทีของอินเดียนั้นคล้ายไทย เราวิวัฒนาจากการใช้ mainframe>mini>micro>server ตามลำดับ แต่อินเดียล้ำหน้าไทยไปก้าวหนึ่ง คือเขาผลิดซอฟท์แวร์ขายออกไปหลายประเทศ ซึ่งทำให้มีรายได้เข้าประเทศ ของไทยเรายังเป็นแค่ผู้ใช้ ไอทีของจีนนั้นวิวัฒนามาต่างจากเรา คือเขาเน้นการใช้ mini-computerมาก่อน เขาเริ่มจากการซื้อเทคโนโลยีจากรัสเซีย แล้วนำไปผลิดเองในประเทศ หลังจากที่จีนเปิดประเทศ เขาก็หันไปพัฒนา micro-computer เอง แล้วก็มาเน้นการใช้ internet ตอนนี้เขาล้ำหน้าไทยและอินเดียไปแล้ว จีนมีคนทำเว็บเก่งๆเป็นล้านคน และรับงานด้าน web-based application ไปทำกันจนร่ำรวย อย่างไรก็ตาม ไทยเรา ถ้าออกแรงกันหน่อย ก็คงตามเขาทัน ผมเชียร์ให้หันมายึดอาชีพนี้ ตัวผมหันมาทำด้านนี้ 40 ปี มีเงินเก็บกว่า 40 ล้านบาท(ไม่ใช่เงินกีบ)

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

คุณ โอ๊บ

อยากรู้เรื่อง " ระบบบัสต่างๆ" ของคอมพิวเตอร์ว่ามีอะไรบ้าง และมีเว็บไซต์ไหนบ้างที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบบัสอย่างละเอียดครับ ช่วยบอกครับ ขอบคุณครับ

ตอบคุณ โอ๊บ

bus คือสายไฟที่ขึงไว้บนฉนวนสองจุด และขึงไว้ขนานกันตามจำนวนที่เราต้องการ เช่นในไมโครคอมพิวเตอร์รุ่น 32 บิท ก็จะมี 32 เส้น นั่นเป็นการสร้างให้เราเห็นภาพได้ง่าย จากบัสนี้อุปกรณ์ต่างๆจะมาเชื่อมโยง โดยมีเส้นสัญญาณเท่ากัน หรือน้อยกว่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์นั้นต้องใช้สัญญาณอันใหนบ้าง ภาพที่เรามองในใจคือ ตัวที่มาเชื่อมโยงจะทำมุมฉากกับแนวของ bus อุปกรณ์ต่างๆ เช่น arithmatic unit, memory, i/o controller,..สามารถส่งสัญญาณขึ้นไปบน bus ได้ และทุกตัวจะคอยดูว่ามีสัญญาณอะไรมาอยู่บน bus บ้าง ถ้าสัญญาณนั้นบอกว่าปลายทางเป็นของตน อุปกรณ์นั้นก็จะรับไว้ แล้วนำไปดำเนินการต่อ ถ้าสัญญาณนั้นไม่ใช่ของตัวก็ให้นิ่งเฉยเสีย ตกลง bus ก็คือที่ๆอุปกรณ์ต่างๆมารับส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนกันนั่นเอง ครับ, หลักการก็มีเพียงเท่านี้ ในภาพของความเป็นจริงเราจะไม่มีจุดที่ขึงสายไฟ ตัว bus ก็คือ slot ที่เราเอาการ์ดต่างๆมาเสียบเข้านั่นแหละ บางคนก็อาจชี้ไปที่สายไฟที่เขาทำเป็นแผ่นแบนๆ ที่มาเสียบที่ slot อันใดอันหนึ่งก็ได้ แต่สายไฟเป็นแผงนั้นบางอันอาจไม่ใช่ตัว bus ก็ได้ มันคือตัวที่มาจากอุปกรณ์ที่เชื่องโยงเข้ามา รายละเอียดในเรื่องนี้ต้องไปดูในตำราซ่อมบำรุงฮาร์ทแวร์ จำนวนเส้นจริงๆจะมีมากกว่าที่พูดมา เพราะมันต้องมีสายสัญญาณเพื่อการควบคุมการทำงานของ bus อยู่ด้วย วิธีการควบคุมนั้นมีหลายแบบ ผมก็ไม่รู้รายละเอียดในเรื่องนี้ ต้องไปค้นตำราดูเอง

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)  

 

 

14/1/03

คุณ อัญชลี

สวัสดีค่ะ อาจารย์ จะเรียนถามอาจารย์ว่า เทคโนโลยีด้าน Location base มีอะไรบ้างค่ะ เทคโนโลยีที่สามารถระบุตำแหน่งสถานที่ได้ เช่น GIS , GPRS แล้วมีอะไรอีกค่ะ ขอดีข้อด้อยของแต่ละชนิดขอบคุณค่ะ

ตอบคุณ อัญชลี

เทคโนโลยีด้าน Location base นั้นคงมีแยะเหมือนกัน เจ้า GIS และ GPRS นั้นใช่แน่ เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งต่างๆ ส่วนเรื่องอื่นๆน่าจะได้แก่ การกำหนดเป้าของขีปนาวุธ การสำรวจทรัพยากรบนพื้นดินด้วยรังสีที่สะท้อนขึ้นไป(LANDSAT) การทำแผนที่ทางอากาศ การศึกษาดินฟ้าอากาศและเก็บสถิติด้านสภาพอากาศ.... ผมคิดว่าวิชาเหล่านี้ และฐานข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มาก คนที่เรียนทางไอทีถ้าสามารถได้ฝึกงานหรือทำงานด้านนี้จะรวยแน่ แค่เป็นคนตีความภาพถ่ายเพื่อหาแหล่งน้ำมันก็ได้เงินเดือนเดือนละหลายแสนบาท ในเรื่องข้อดีข้อเสียของระบบเหล่านี้ก็คงจะคล้ายๆกัน คือ ถ้าต้องการความละเอียดมากก็ต้องใช้เครื่องที่มีความเร็วสูง มีจานแม่เหล็กใหญ่ๆ ใช้เวลาโพรเซสนาน แล้วก็ใช่ว่าจะทำสำเร็จทุกครั้งไป มันเป็นเรื่อง high risk high return แต่บริษัทใหญ่ๆเขากล้าใช้ ในบ้านเรามีใช้ที่ การไฟฟ้านครหลวง การโทรศัพท์ การประปา กรมอุตุนิยม AIT ปตท... ลองไปคุยกับเขาดู

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)   

 

      คำถามที่ผ่านมา...

http://www.drpunya.com

Copyright ?2001 Pantip.com. All rights reserved.