18/12/01

คุณ สมภาร คงคาน้อย
สวัสดีค่ะ..ดร.ปัญญา ดิฉันเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 4 เรียนเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ค่ะ..แล้วเทอมนี้เรียนเกี่ยวกับเน็ตเวอร์ค..แล้วอาจารย์ให้ทำรายงานเรื่อง Biometric authentication ดิฉันไม่ทราบว่าจะไปหาข้อมูลที่ไหนค่ะ ก็เลยอยากจะให้ ดร.แนะนำให้หน่อยค่ะ ว่า biometric มันคืออะไร แล้วทำงานอย่างไร ถ้าเป็นการดี ดร. ช่วยแนะนำหนังสือหรือวารสารที่จะหาได้ให้ด้วยนะค่ะ ถ้าไง ดร. ช่วยตอบให้ด้วยนะค่ะ ด่วยเลยนะค่ะ

ตอบคุณ สมภาร คงคาน้อย
คำว่า Biometric Authentication นี่ผมยังไม่รู้เลยว่ามันแปลว่าอะไร โจทย์แบบนี้ต้องกลับไปถามอาจารย์ผู้ออกข้อสอบแล้วละครับ อีกแหล่งหนึ่งที่อาจหาความรู้ได้ คือ NECTEC ลองเปิดเว็บของเขาด

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

14/12/01

คุณ Pat
อยากให้อาจารย์พูดถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในปี 2545 ว่าจะมีทิศทางไปในด้านไหน ไม่ว่าจะเป็น Hardware Software Internet Network และอื่นๆ ขอบคุณค่ะ

ตอบคุณ Pat
แนวโน้มฮาร์ทแวร์คือ Microprocessor-based Server มันจะมีโพรเซสเซอร์ 2 ถึง 10 ตัวในเครื่องเดียวกัน จานแม่เหล็กจะเป็น Raids เครื่องพวกนี้ราคาตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 20 ล้านบาท

แนวโน้มทางระบบปฏิบัติการจะเป็น Unix หรือ Unix-like และจะใช้ระบบฐานข้อมูลของ Oracle เป็นส่วนใหญ่

แนวโน้มทางแอปปลิเคชั่นจะเป็น Web-based หน้าจอจะเป็นวินโดวส์ การออกแบบจะเป็น 3-tier คือ การเข้าถึงข้อมูลจะเป็นโปรแกรมใน Server ซึ่งควบคุมโดยระบบฐานข้อมูล
การรับข้อมูลเข้าและตรวจสอบจะอาศัย Browser ที่พีซีที่ทำหน้าที่เป็นเทอร์มินัล
การรับส่งข้อมูลจะอยู่ในความดูแลของ Internet
การแยกความรับผิดชอบแบบนี้จะทำให้ระบบไม่ล่ม ภาษาที่ใช้จะเป็น JAVA, Visual-Basic, Delphi
แนวโน้มของเรื่องที่จะใช้ไอที คือ การเอาข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วองค์การมาใช้ประโยชน์ กับการทำธุระกรรมแบบอีเล็กทรอนิกส์ (e-business, e-learning, e-government,...)

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เราคงจะได้เห็นความล้มเหลวที่เกิดจากความไม่เข้าใจเรื่องของไอทีอีกมาก และครั้งนี้จะเป็นเงินสูง หลายกระทรวงมี เมกกะโปรเจ็คอยู่ในมือ มันผ่านสำนักงบประมาณไปแล้ว และต้องลงมือทำในปี 2545

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

11/12/01

คุณ ศรันย์ โสตธิสกุลชัย
ในช่วงนี้มีการพูดถึงระบบปฏิบัติการลีนุกซ์กันมากอยากให้อาจารย์ช่วยกรุณาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ลีนุกซ์ในมุมมองของท่านเอง ทั้งระดับผู้ใช้งานทั่วไป และระบบเอนเทอร์ไพรซ์ด้วยครับ

ตอบคุณศรันย์
ระบบปฏิบัติการนั้นอาจแยกได้เป็น 4 ประเภท คือ
1. กลุ่มที่พัฒนาโดยบริษัทที่ทำเป็นการค้า เช่น TOS, DOS/VSE, MVS, MCP,EXEC8, DOS, Window95, Window98, Window2000,......
2. กลุ่ม unix กลุ่มนี้เดิมพัฒนาโดยอาจารย์และนักวิชาการโดยใช้ข้อกำหนดที่พวกเขาตั้งขึ้นมาร่วมกัน เขาต้องการให้เป็นระบบเปิด คือมีใช้ในฮาร์ทแวร์ทุกรุ่น พัฒนาแล้วให้คนกอปปี้ไปใช้ได้ฟรี แต่ต่อมาก็กลายเป็นการค้า คือ อาจารย์บางคนออกมาตั้งบริษัท แล้วทำเป็นการค้าเขายังมีการรวมตัวกันตั้งข้อกำหนดร่วมกันอยู่ แต่พวกเขามักจะพัฒนาเกินข้อกำหนดในขณะนี้เกือบจะไม่มีเวอร์ชั่นใหนที่ให้ฟรีกันแล้ว
3. กลุ่ม NT หรือคือ WindowNT กลุ่มนี้เป็นการรวมตัวกันของบริษัทพวกเขามาตั้งกำหนดร่วมกัน แล้วต่างคนต่างพัฒนาให้เข้ากับเครื่องของตนหรือเครื่องที่เป็นแบบ compatible
4. กลุ่ม linux กลุ่มนี้มีแนวคิดคล้ายกับ unix ในตอนต้น คือต้องเป็นระบบเปิด แต่เน้นเป็น open-source และต้องการให้มันเล็ก กระทัดรัดครับ, ในตอนนี้เราจะเห็นได้ว่า กลุ่มแรกนั้นพัฒนาไปได้ดี มีคุณสมบัติดีๆเกิดขึ้นทุกปี เขาพัฒนาตามที่เขาไปสำรวจจากความคิดของลูกค้ามันใช้ร่วมกันไม่ได้ในระดับเมนเฟรมและมินิ แต่มันก็ใช้ได้กับเครื่องในระดับพีซีราคาในเครื่องเมนเฟรมและมินิจะแพงมาก เพราะไม่มีคู่แข่ง
แต่ในระดับพีซีนั้นถูกกว่ากลุ่ม unix ทั้งนี้เพราะมันขายได้เป็นจำนวนกอปปี้มากกว่า ข้อเสียมีอยู่อย่างเดียว คือ
เขาไม่ให้ source code และเขาอาจขึ้นราคาเมื่อใดก็ได้

    กลุ่ม unix นั้นเราจะพบว่าเป็นระบบที่อุ้ยอ้าย กินกำลังเครื่องมาก แต่มัน compatible ในระดับเมนเฟรมและมินิ แล้วก็มีเวอร์ชั่นที่วิ่งบนเซิฟเวอร์และพีซีได้
แต่ราคามันกลับสูงกว่าพวกแรกเสียอีก ทั้งนี้เพราะมันขายได้น้อยกว่าและเนื่องจากตอนนี้มันเกือบจะไม่มีของฟรีให้แล้ว
มันจึงอาจถูกตั้งราคาสูงๆเมื่อใหร่ก็ได้ การเปลี่ยน unix จากของบริษัทหนึ่งมาเป็นของอีกบริษัทหนึ่งนั้นจะมีปัญหาให้แก้มากมายจนไม่มีใครกล้าทำ ฮาร์ทแวร์บางยี่ห้อก็จะมี unix   ให้เลือกเพียงตัวเดียวด้วย มันจึงไม่ใช่ระบบเปิดอย่างที่เราเข้าใจกลุ่มที่ 3 นั้นกำลังมีปัญหา คือความร่วมมือระหว่างบริษัทเริ่มแย่ลง ถ้ากลุ่มนี้หันมาร่วมมือกันได้จริงๆ มันจะเป็นสินค้าที่ดีเท่าๆกับกลุ่มแรก
ราคาก็จะพอๆกับกลุ่มแรก และจะทำให้ผู้ใช้เป็นไทแก่ตน เพราะจะไปซื้อของบริษัทอื่นมาแทนกันได้

    แต่ผมคิดว่ามันไปไม่รอดมันแตกคอกันเพราะมันจะไปทำลายความได้เปรียบที่มีอยู่ครับ, linux จึงกลายเป็นทางเลือกสำหรับนักวิชาการของไทยพวกเขาฝันว่าจะได้หลุดพ้นจากการจองจำ หรือโซ่ตรวนของบริษัทการค้า
เขาคิดว่าถ้ามีปัญหาก็สามารถเอา source code มาพัฒนาต่อด้วยตนเองได้

    แต่ผมเห็นว่าไม่มีทางทำได้ดีหรือใกล้เคียงกับสองกลุ่มแรก ในไม่ช้าคนที่ช่วยกันก่อตั้ง linux ก็จะไปเปิดบริษัท แล้วก็เดินตามรอย unix ส่วนนักวิชาการของไทยก็นั่งทำไปและกินเงินเดือนไป อีกสิบชาติก็ตามฝรั่งไม่ทัน
แค่ทำให้ใช้ภาษาไทยได้ก็ใช้เวลาไปแล้ว 12-13 ปี ในตอนนี้จริงๆแล้ว linux ยังทำงานได้ในเพียงบางงานเท่านั้น
แม้แต่งานด้านอินเทอร์เน็ตที่ว่ามีการพัฒนาไปมากที่สุดนั้นก็ยังได้ไม่ถึงครึ่งของ Windows

    "มีข้อสังเกตุอีกอย่างหนึ่ง คือ นักวิชาการไทยมักจะคิดกันตามทฤษฎีว่าระบบปฏิบัติการกับแอปปลิเคชั่นนั้นมันแยกกัน
การเปลี่ยนระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ ไปเป็น linux นั้นจะไม่กระทบโปรแกรมแอปปลิเคชั่น เขาจึงพยายามเสนอให้รัฐออกเป็นนโยบายว่าให้ใช้ linux เป็นระบบปฏิบัติการของชาติแต่ในความเป็นจริงแล้ว ในทางปฏิบัติเราทำไม่ได้เลยในเครื่องระดับเมนเฟรมและมินิ ดูง่ายๆเช่น ระบบออนไลน์ฝากถอนเงินของธนาคารนั้น ถ้าเปลี่ยนจาก dos/vse หรือ mvs ไปเป็น linux ก็ล่มทั้งระบบ แม้แต่ในเครื่องระดับพีซีและมัลติโพรเซสเซอร์เซิฟเวอร์ที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นเดียวกันก็ยังยาก

   โดยสรุปแล้ว ผมไม่แนะนำให้ไปเสียเวลาเล่นกับ linux ผมเชื่อว่าฝรั่งไม่คิดจะกดขี่เราด้วยการขึ้นราคาระบบปฏิบัติการแน่ เพราะเขาขึ้นราคาฮาร์ทแวร์ได้ง่ายกว่า แค่นายจอร์จบูช
ออกมาประกาศห้ามส่งออกไมโครโพรเซสเซอร์เท่านั้น โลกทั้งโลกก็หยุดชงัก"

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

29/11/01

คุณ Rakthaikok
ผมมีเครื่อง 450MHZ RAM 256 MB HDD SEAGATE 30.0 GB 5400/100 AND 6.4 GB 5400/100 CD 20X AND CDRW AOPEN 12X 10X 32X DISYPLAY INT 16 MB MONITER 15 อยากทราบว่า ใช้ได้อีกกี่ปี

ตอบคุณ Rakthaikok
    เครื่องรุ่นดังกล่าวนี้คงออกมาได้ 2 ปีแล้ว แต่ก็มีกำลังเหลือเฟือสำหรับงานทั่วไป ถ้างานยังเหมือนเดิมหรืองานใหม่ไม่ได้ต้องการความเร็วที่สูงขึ้น ก็น่าจะใช้ได้อีกไม่ต่ำกว่า 8 ปี แต่คนส่วนใหญ่จะตามเทคโนโลยีแบบเดือนต่อเดือน มันจึงอาจมีอายุใช้งานอีก 2 ปีเท่านั้น มันอยู่ที่ใจเรามากกว่าครับ

11/12/01

คุณ ศรันย์ โสตธิสกุลชัย
ในช่วงนี้มีการพูดถึงระบบปฏิบัติการลีนุกซ์กันมากอยากให้อาจารย์ช่วยกรุณาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ลีนุกซ์ในมุมมองของท่านเอง ทั้งระดับผู้ใช้งานทั่วไป และระบบเอนเทอร์ไพรซ์ด้วยครับ

ตอบคุณศรันย์
ระบบปฏิบัติการนั้นอาจแยกได้เป็น 4 ประเภท คือ
1. กลุ่มที่พัฒนาโดยบริษัทที่ทำเป็นการค้า เช่น TOS, DOS/VSE, MVS, MCP,EXEC8, DOS, Window95, Window98, Window2000,......
2. กลุ่ม unix กลุ่มนี้เดิมพัฒนาโดยอาจารย์และนักวิชาการโดยใช้ข้อกำหนดที่พวกเขาตั้งขึ้นมาร่วมกัน เขาต้องการให้เป็นระบบเปิด คือมีใช้ในฮาร์ทแวร์ทุกรุ่น พัฒนาแล้วให้คนกอปปี้ไปใช้ได้ฟรี แต่ต่อมาก็กลายเป็นการค้า คือ อาจารย์บางคนออกมาตั้งบริษัท แล้วทำเป็นการค้าเขายังมีการรวมตัวกันตั้งข้อกำหนดร่วมกันอยู่ แต่พวกเขามักจะพัฒนาเกินข้อกำหนดในขณะนี้เกือบจะไม่มีเวอร์ชั่นใหนที่ให้ฟรีกันแล้ว
3. กลุ่ม NT หรือคือ WindowNT กลุ่มนี้เป็นการรวมตัวกันของบริษัทพวกเขามาตั้งกำหนดร่วมกัน แล้วต่างคนต่างพัฒนาให้เข้ากับเครื่องของตนหรือเครื่องที่เป็นแบบ compatible
4. กลุ่ม linux กลุ่มนี้มีแนวคิดคล้ายกับ unix ในตอนต้น คือต้องเป็นระบบเปิด แต่เน้นเป็น open-source และต้องการให้มันเล็ก กระทัดรัดครับ, ในตอนนี้เราจะเห็นได้ว่า กลุ่มแรกนั้นพัฒนาไปได้ดี มีคุณสมบัติดีๆเกิดขึ้นทุกปี เขาพัฒนาตามที่เขาไปสำรวจจากความคิดของลูกค้ามันใช้ร่วมกันไม่ได้ในระดับเมนเฟรมและมินิ แต่มันก็ใช้ได้กับเครื่องในระดับพีซีราคาในเครื่องเมนเฟรมและมินิจะแพงมาก เพราะไม่มีคู่แข่ง
แต่ในระดับพีซีนั้นถูกกว่ากลุ่ม unix ทั้งนี้เพราะมันขายได้เป็นจำนวนกอปปี้มากกว่า ข้อเสียมีอยู่อย่างเดียว คือ
เขาไม่ให้ source code และเขาอาจขึ้นราคาเมื่อใดก็ได้

    กลุ่ม unix นั้นเราจะพบว่าเป็นระบบที่อุ้ยอ้าย กินกำลังเครื่องมาก แต่มัน compatible ในระดับเมนเฟรมและมินิ แล้วก็มีเวอร์ชั่นที่วิ่งบนเซิฟเวอร์และพีซีได้
แต่ราคามันกลับสูงกว่าพวกแรกเสียอีก ทั้งนี้เพราะมันขายได้น้อยกว่าและเนื่องจากตอนนี้มันเกือบจะไม่มีของฟรีให้แล้ว
มันจึงอาจถูกตั้งราคาสูงๆเมื่อใหร่ก็ได้ การเปลี่ยน unix จากของบริษัทหนึ่งมาเป็นของอีกบริษัทหนึ่งนั้นจะมีปัญหาให้แก้มากมายจนไม่มีใครกล้าทำ ฮาร์ทแวร์บางยี่ห้อก็จะมี unix   ให้เลือกเพียงตัวเดียวด้วย มันจึงไม่ใช่ระบบเปิดอย่างที่เราเข้าใจกลุ่มที่ 3 นั้นกำลังมีปัญหา คือความร่วมมือระหว่างบริษัทเริ่มแย่ลง ถ้ากลุ่มนี้หันมาร่วมมือกันได้จริงๆ มันจะเป็นสินค้าที่ดีเท่าๆกับกลุ่มแรก
ราคาก็จะพอๆกับกลุ่มแรก และจะทำให้ผู้ใช้เป็นไทแก่ตน เพราะจะไปซื้อของบริษัทอื่นมาแทนกันได้

    แต่ผมคิดว่ามันไปไม่รอดมันแตกคอกันเพราะมันจะไปทำลายความได้เปรียบที่มีอยู่ครับ, linux จึงกลายเป็นทางเลือกสำหรับนักวิชาการของไทยพวกเขาฝันว่าจะได้หลุดพ้นจากการจองจำ หรือโซ่ตรวนของบริษัทการค้า
เขาคิดว่าถ้ามีปัญหาก็สามารถเอา source code มาพัฒนาต่อด้วยตนเองได้

    แต่ผมเห็นว่าไม่มีทางทำได้ดีหรือใกล้เคียงกับสองกลุ่มแรก ในไม่ช้าคนที่ช่วยกันก่อตั้ง linux ก็จะไปเปิดบริษัท แล้วก็เดินตามรอย unix ส่วนนักวิชาการของไทยก็นั่งทำไปและกินเงินเดือนไป อีกสิบชาติก็ตามฝรั่งไม่ทัน
แค่ทำให้ใช้ภาษาไทยได้ก็ใช้เวลาไปแล้ว 12-13 ปี ในตอนนี้จริงๆแล้ว linux ยังทำงานได้ในเพียงบางงานเท่านั้น
แม้แต่งานด้านอินเทอร์เน็ตที่ว่ามีการพัฒนาไปมากที่สุดนั้นก็ยังได้ไม่ถึงครึ่งของ Windows

    "มีข้อสังเกตุอีกอย่างหนึ่ง คือ นักวิชาการไทยมักจะคิดกันตามทฤษฎีว่าระบบปฏิบัติการกับแอปปลิเคชั่นนั้นมันแยกกัน
การเปลี่ยนระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ ไปเป็น linux นั้นจะไม่กระทบโปรแกรมแอปปลิเคชั่น เขาจึงพยายามเสนอให้รัฐออกเป็นนโยบายว่าให้ใช้ linux เป็นระบบปฏิบัติการของชาติแต่ในความเป็นจริงแล้ว ในทางปฏิบัติเราทำไม่ได้เลยในเครื่องระดับเมนเฟรมและมินิ ดูง่ายๆเช่น ระบบออนไลน์ฝากถอนเงินของธนาคารนั้น ถ้าเปลี่ยนจาก dos/vse หรือ mvs ไปเป็น linux ก็ล่มทั้งระบบ แม้แต่ในเครื่องระดับพีซีและมัลติโพรเซสเซอร์เซิฟเวอร์ที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นเดียวกันก็ยังยาก

   โดยสรุปแล้ว ผมไม่แนะนำให้ไปเสียเวลาเล่นกับ linux ผมเชื่อว่าฝรั่งไม่คิดจะกดขี่เราด้วยการขึ้นราคาระบบปฏิบัติการแน่ เพราะเขาขึ้นราคาฮาร์ทแวร์ได้ง่ายกว่า แค่นายจอร์จบูช
ออกมาประกาศห้ามส่งออกไมโครโพรเซสเซอร์เท่านั้น โลกทั้งโลกก็หยุดชงัก"

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่ www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

29/11/01

คุณ Rakthaikok
ผมมีเครื่อง 450MHZ RAM 256 MB HDD SEAGATE 30.0 GB 5400/100 AND 6.4 GB 5400/100 CD 20X AND CDRW AOPEN 12X 10X 32X DISYPLAY INT 16 MB MONITER 15 อยากทราบว่า ใช้ได้อีกกี่ปี

ตอบคุณ Rakthaikok
    เครื่องรุ่นดังกล่าวนี้คงออกมาได้ 2 ปีแล้ว แต่ก็มีกำลังเหลือเฟือสำหรับงานทั่วไป ถ้างานยังเหมือนเดิมหรืองานใหม่ไม่ได้ต้องการความเร็วที่สูงขึ้น ก็น่าจะใช้ได้อีกไม่ต่ำกว่า 8 ปี แต่คนส่วนใหญ่จะตามเทคโนโลยีแบบเดือนต่อเดือน มันจึงอาจมีอายุใช้งานอีก 2 ปีเท่านั้น มันอยู่ที่ใจเรามากกว่าครับ


07/11/01
คุณ พิรุณ วัฒนกุล

อยากทราบว่า CPU ของอินเทล รุ่นปัจจุบันนี้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบ CISC หรือ RISC ครับ

ตอบคุณ พิรุณ วัฒนกุล
CPU ของ Intel ทุกรุ่นเป็นประเภท CISC ทั้งนั้นครับ จริงๆแล้วมันก็บอกยากว่าซีพียูตัวใหนเป็นประเภท RISC ทั้งนี้เพราะตามคำจำกัดความแล้ว RISCนั้นหมายถึงการออกแบบให้มีชุดคำสั่งในระดับฮาร์ทแวร์น้อยๆ แล้วไปอาศัยการสร้าง macro ที่เรียกใช้คำสั่งระดับฮาร์ทแวร์หลายๆคำสั่งเพื่อทำงานที่ยากขึ้น

แต่ปรากฎว่า แม้แต่เครื่อง RISC 6000 ของไอบีเอ็ม ก็มีชุดคำสั่งในระดับฮาร์ทแวร์มากกว่า 300 คำสั่ง ซึ่งเป็นชุดใหญ่เท่าๆกับของอินเทลรุ่น 386-486 ดังนั้นในปัจจุบันนี้เราอาศัยการฟังจากผู้ผลิต คือผู้ผลิตบอกว่าเป็น RISC
เราก็เชื่อไปตามนั้น ในขณะนี้เครื่องที่ผู้ผลิตบอกว่าเป็น RISC จะได้แก่ RISC 6000 ของไอบีเอ็ม และเครื่องบางรุ่นของ Sun และ HP เท่านั้น

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

02/11/01

คุณ Kron
    จำได้ว่า ดร. เคยออกหนังสือเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมสั่งเครื่องพิมพ์ ซึ่งใช้ภาษาชาวบ้านทำให้ดูและเข้าใจง่ายมาก แต่ปัจจุบัน หาผู้เขียนหนังสือประเภทนี้ออกมาไม่มีแล้ว แถมเวลาซื้อเครื่องพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นอินเจต หรือ เลเชอร์ ก็ไม่มีคำสั่งมาให้ จะหาจึงใคร่อยากได้คำแนะนำจาก ดร.ว่า ควรจะเริ่มหา หรือศึกษาได้จากแหล่งใดบ้าง โดยเฉพาะเป็นภาษาไทยได้ก็จะยิ่งดี ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

ตอบคุณ Kron
    ผมเข้าใจว่าบทความดังกล่าวนั้นเขียนเมื่อ 20 ปีมาแล้ว มันเป็นการดัดแปลงเครื่องพิมพ์ประเภท line printer ในเครื่องเมนเฟรมให้พิมพ์ภาษาไทย และการทำ spooling โดยตัวเราเอง ความรู้เหล่านั้นตอนนี้ล้าสมัยไปแล้ว เครื่องพิมพ์ในยุคปัจจุบันมันเป็น inkjet และ laser ไปหมดแล้ว และวิธีการใช้ก็แตกต่างกัน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาให้เราจนหมดแล้ว เช่น
1. ในปัจจุบัน เครื่องพิมพ์จะมีเมมโมรี่อยู่ในตัวเป็นจำนวนมาก มันเก็บได้หลายหน้ากระดาษ เมื่อโปรแกรมของเราส่งข้อมูลที่จะพิมพ์ออกไปให้มันก็รับเอาไว้ได้หมดเกือบทุกครั้ง รับไปแล้วค่อยทะยอยพิมพ์ออกมาให้
2. ในปัจจุบัน สิ่งที่โปรแกรมส่งออกไปพิมพ์นั้นมันไม่ใช่ character string แล้ว มันส่งเป็น bitmap การแสดงเป็นอักษรไทยจะทำโดยรูทีนในตัว operating system ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายชุด มันจัดการเอาสระอิสระอีและวรรณยุกต์ต่างๆไปวางให้เราโดยอัตโนมัติ เราจึงไม่ต้องเสียเวลาคิด
3. ในปัจจุบัน เครื่องพิมพ์จะมีไมโครโพรเซสเซอร์อยู่ในตัว เราจึงสามารถเอามันเชื่อมเข้าในวง lan แล้วทำหน้าที่เป็น print-server หรือคือ ทุกคนที่อยู่ในวง lan อันนั้นสามารถมองเห็นมันเป็นเครื่องพิมพ์ของตนได้เลย เมื่อโปรแกรมของเราสั่งพิมพ์หน้าใดออกไป ข้อมูลทั้งหน้าก็จะถูกถ่ายโอนไปเข้าเครื่องพิมพ์ แล้วเครื่องพิมพ์ก็จะทะยอยพิมพ์ให้เราได้ครับ,

    โดยสรุปแล้วท่านไม่ต้องเสียเวลาทำเอง ข้อมูลความรู้ในเรื่องการใช้เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้พอหาได้ในคู่มือการใช้
operating system อย่างเช่น คู่มือใช้ window95, windows2000,outlookexpress,... แต่ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดคือปุม Help
ในโปรแกรมต่างๆ มันจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับ printer อยู่ แต่อ่านแล้วเข้าใจยากหน่อย แหล่งข้อมูลอีกอันหนึ่งที่ควรให้ความสนใจ คือ ลูกหลานของท่าน เด็กพวกนี้ใช้ได้คล่องแคล่ว เขาเรียนมาจากเพื่อนและครูที่โรงเรียน
ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

12/10/01

คุณ pond
โปรแกรม(software)ที่เป็นของต่างประเทศเรามีทางที่จะทำให้มันแสดงผลเป็นภาษาไทยได้หรือเปล่าครับ

ตอบคุณ pond
โปรแกรมจากต่างประเทศนั้นในตอนนี้เขามักจะแยกรูทีนการแสดงผลหรือข้อความเอาไว้ ซึ่งทำให้แก้ใขเพื่อแสดงข้อมูลภาษาไทยได้โดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม โปรแกรมพวกนี้มีลิขสิทธิ์ ถ้าคุณไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของเขา แล้วไปทำเข้าก็อาจติดคุกได้

คุณ สมศักดิ์
ผมอยากทราบว่าจะหาที่อบรมเรื่องภาคปฏิบัติสำหรับผู้ดูแลระบบ (โดยเฉพาะเรื่องการสำรองข้อมูล, การกู้คืนข้อมูล, และ
การรักษาความปลอดภัยของระบบ + มาตรการจัดการกับไวรัส)

ตอบคุณ สมศักดิ์
    เรื่องการทำแบคอัพและการระวังป้องกันระบบนี้ผมไม่เคยเห็นมีใครเปิดสอน มันเป็นเรื่องที่เราสามารถนั่งคิดและวางขั้นตอนเองได้ มันขึ้นกับการดีไซน์ระบบด้วย เช่น ในระบบบัญชีแบบออนไลน์นั้นเราต้องแบคอัพทั้งระบบทุกสิ้นปี ทุกสิ้นเดือนทุกสิ้นสัปดาห์ แล้วก็แบคอัพแฟ้มข้อมูลหลัก กับแฟ้มข้อมูลรายการทุกสิ้นวัน ระบบที่ดีนั้นเขาจะมีโปรแกรมที่สามารถเอาแฟ้มข้อมูลหลักของวันก่อนมาวิ่งกับแฟ้ม
ข้อมูลรายการที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่วิ่งแบบ ออฟไลน์ แล้วก็จะทำให้กลับมาสู่สภาพก่อนเกิดปัญหา ระบบแบบนี้ก็จะมีแฟ้มแบคอัพเป็นจำนวน n+12+5+7 ชุด n คือจำนวนปี 12 คือทุกสิ้นเดือน 5 คือทุกสิ้นสัปดาห์ และ 7 คือทุกสิ้นวัน แต่ในปัจจุบันนี้เราใช้ระบบฐานข้อมูลกันแยะ ซึ่งตัวระบบฐานข้อมูลจะทำแบคอัพเอง เราก็เลยลืมดูเรื่องพวกนี้ ระบบฐานข้อมูลนั้นมันแบคอัพไว้ในจานแม่เหล็ก ถ้าระบบจานแม่เหล็กพังก็พังทั้งระบบ เรื่องพวกนี้สมาคมผู้ตรวจสอบภานใน(auditor)เขามีจัดสัมนากันปีละ 1-2 ครั้ง

    ถ้าสนใจจริงๆก็ลองถามคนทางด้านนั้นดู เรื่องของไวรัสนั้นต้องคุมที่คน คือฝ่ายไอทีต้องประกาศไปว่า ใครจะเอาข้อมูลหรือโปรแกรมจากภายนอกองค์กรเข้ามาไส่เครื่อง จะต้องแจ้งคนทางฝ่ายไอที แล้วฝ่ายไอทีจะต้องไปตรวจจับไวรัสเสียก่อนทุกครั้ง ถ้าเครื่องใหนติดไวรัสมาเราจะรวบรวมเป็นรายเดือน แล้วเอามาติดป้ายประจานทำอย่างนี้เสมอๆแล้วจะลดปัญหาลง

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)

09/10/01

คุณ สิริพงศ์ จินดา
ผมมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องit เกี่ยวกับสารสนเทศผมอยากเรียนทางด้านนี้ผมอยากถามท่านว่า it เค้าเรียนเกี่ยวกับอะไรครับ คือสาระจริงๆของการเรียนทางด้านit คืออะไรครับ ขอบคุณมากครับ คำตอบของท่านคือการตัดสินใจที่จะเดินทางสายนี้ครับ

ตอบคุณ สิริพงศ์
ไอทีเป็นวิชาว่าด้วยการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าช่วยงาน มันมีตั้งแต่การนำมาช่วยพิมพ์บันทึกข้อความ นำมาช่วยบันทึกรายการทางบัญชี นำมาช่วยในบริการฝากถอนเงิน นำมาช่วยการจัดหาวัตถุดิบเพื่อป้อนโรงงาน นำมาช่วยในการคำนวณ นำมาช่วยในการออกแบบบ้าน นำมาช่วยในการออกแบบสินค้า นำมาช่วยในการเขียนภาพ นำมาช่วยในการทำเว็บไซท์ นำมาเก็บข้อมูลและประมวลหาความจริงต่างเพื่อใช้ในการตัดสินใจฯลฯ

การประยุกต์ต่างๆที่กล่าวมาข้างบนนี้เขาแยกเป็น 2 ระดับ คือเรื่องต่างๆทั้งหมดที่กล่าวมาข้างบน ยกเว้นเรื่องสุดท้าย มันเป็นการประยุกต์ในระดับแรก มันเป็นการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อลดแรงงาน ส่วนการประยุกต์ในข้อสุดท้ายนั้นเป็นระดับที่ 2 มันเป็นการนำมาประมวลข้อมูลเพื่อใช้ตัดสินใจ ฝรั่งเขาเห็นว่าระดับที่ 2 นี้ให้ผลประโยชน์สูงกว่า

สิ่งที่เขาสอนกันจะได้แก่
1.ความรู้เรื่องเครื่องและการใช้เครื่อง
2.ความรู้เรื่องโปรแกรมและการเขียนโปรแกรม
3.ความรู้เรื่องการจัดเก็บข้อมูลเอาไว้ในเครื่องและการเรียกออกมาใช้
4.ความรู้ด้านการออกแบบระบบงาน
5.ความรู้ด้านการควบคุมการพัฒนาระบบงาน
6.ความรู้ด้านการสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์
7.ความรู้เรื่องอินเทอร์เน็ต
8.ความรู้ด้านการใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูป
9.ความรู้เรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อการบริหาร

ครับ, จริงๆแล้วยังมีหัวข้อวิชาที่ต้องเรียนอีกแยะ มันขึ้นอยู่กับงานที่เราต้องการจะทำงานขั้นต้นคือการเป็นผู้คุมเครื่องหรือดูแลเครื่อง อย่างนี้เรียนแต่ข้อแรกก็พอ งานในระดับถัดมาคือเป็นโปรแกรมเมอร์ ซึ่งมีหน้าที่เขียนโปรแกรมให้ทำงานตามที่คนอื่นเขาต้องการ อย่างนั้นก็ต้องเรียนข้อสองเพิ่มเข้ามา แต่ถ้าอยากเป็นผู้ออกแบบระบบ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า analyst ก็ต้องเรียนข้อสามและสี่ด้วย ...ฯลฯ
สำหรับคนทั่วๆไปที่ทำอาชีพอื่นนั้นก็ควรเรียนข้อเจ็ดและแปด เพราะไม่รู้เรื่องสองข้อนี้คงจะหางานได้ยาก

เนื้อหาสาระสำคัญของไอทีก็คือ ให้รู้จักจัดเก็บและใช้ข้อมูล ทุกคนในโลกอนาคตจะอยู่โดยไม่มีคอมพิวเตอร์เข้าช่วยคงจะยาก

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)


04/10/01

คุณ สุววิรินทร์ ปิงน้ำโท้ง
    อยากถามดร.ว่าถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านติดไวรัส warm โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต แล้วจะมีวิธีแก้ยังไงคะ และก็ไม่ทราบว่ามันติดมาไดยังไงพอมาดูอีกทีไวรัสมาแล้ว อาจารย์พอจะแนะนำได้ไหมคะ

ตอบคุณ สุววิรินทร์
    ผมเข้าใจว่าจะเป็น worm ตัวที่ชื่อว่า NIMDA ซึ่งตอนนี้ทาง NECTEC บอกว่าแก้ได้แล้ว ผมคัดลอกข้อความมาให้ส่วนหนึ่งดังนี้
คำแนะนำก่อนการกำจัดไวรัส ให้ตัดการเชื่อมต่อของเครื่องที่ติดไวรัสออกจากเครือข่าย รัน Anti-Virus โดยให้ update anti-virus software จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตซึ่งส่วนใหญ่ได้ปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสแล้ว (ขณะนี้ทั้ง norton และ mcafee สามารถตรวจพบและฆ่าไวรัส Nimda ได้แล้ว แต่ท่านต้องแก้ไขไฟล์ system.ini และ registry ด้วยตัวเอง โปรดดูรายละเอียดในส่วนคำแนะนำหลังการกำจัดไวรัส)

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับ IIS Administrator ให้ตรวจสอบว่า เครื่องของท่านถูก compromised มาก่อนหรือไม่ โดย ค้นหาไฟล์ที่ชื่อ root.exe (ถ้ามีแสดงว่าโดน compromised โดย Code Red II หรือ sadmind/IIS worm) ค้นหาไฟล์ admin.dll หรือไฟล์ที่มีนามสกุล eml ใน web content directory (ถ้ามีแสดงว่าโดน compromised โดย Nimda เรียบร้อยแล้ว)

รายละเอียดในเรื่องนี้ให้เปิดดูที่ http://thaicert.nectec.or.th/advisory/alert/nimda.php

ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)


26/09/2001

คุณ ธรรศ กลิ่นษร
ต้องการเรียนถามบวิธีการสงวนลิขสิทธิ์ Web Site ต้องดำเนินการอะไรบ้างครับ

ตอบคุณ ธรรศ กลิ่นษร
    เรื่องนี้น่าสนใจ มันยังไม่เคยขึ้นศาลไทย และเท่าที่อ่านวารสารต่างประเทศมาก็ยังไม่เคยเห็นผลการตัดสินของศาล เมืองนอก ดังนั้นเราคงต้องมาลองหาทางกันดูหนทางแรกคือ เราควรมองดูว่า "เว็บไซท์" นี้เป็น "โปรแกรม" หรือเปล่า
ถ้ามันเป็นโปรแกรม มันก็น่าจะได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์

    เรื่องนี้ผมคิดว่ามันควรจะถือว่าเป็นโปรแกรมทั้งนี้เพราะการสร้างเว็บเพจนั้นต้องเขียนตามกฏเกณท์ของภาษา HTML
และเว็บไซท์ก็คือ เว็บเพจหลายๆเพจมาอยู่รวมกัน มันจึงเหมือนกับเป็นระบบงานอันหนึ่ง ใครจะนำไปใช้ต้องได้รับอนุญาต แต่การที่จะตีความว่าเป็นโปรแกรมหรือไม่นี้ก็ต้องฟังคนทั่วไปและแนวโน้มว่าศาลไทย จะคิดอย่างไร เรื่องนี้ผมคิดว่าจะพิสูจน์กับศาลได้ยาก คนทั่วไปเขามักจะคิดกันว่า เว็บไซท์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลในเว็บไซท์นั้นเป็นของฟรี

    นอกจากนี้แล้ว ระบบเวิลด์ไวด์เว็บนี้มันมีการเชื่อมโยงถึงกันโดยไฮเปอร์ลิ้งค์ได้ มันจึงดูเหมือนว่าใครๆก็สามารถเชื่อมโยง หรือมาเรียกใช้เว็บไซท์ของเราได้ด้วย การเชื่อมโยงนี้ทำให้เว็บไซท์ทั้งโลกกลายเป็นระบบเดียวกัน เราจึงไม่ใช่เจ้าของแต่เพียงผู้เดียว หนทางที่สองคือ เราควรมองดูว่า "ข้อมูลข่าวสารและรูปภาพในเว็บไซท์" นี้เป็น "ทรัพย์สินทางปัญญา ประเภทลิขสิทธิ์ หรือ เครื่องหมายการค้า" หรือเปล่า ถ้ามันเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ประเภทลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า มันก็ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ หรือเครื่องหมายการค้า เรื่องนี้ผมคิดว่าจะพิสูจน์กับศาลไทยได้ง่ายกว่า แต่ทางออกมันยากหน่อย เพราะเราต้องเอาเว็บไซท์ของเราไปจดทะเบียน มันต้องเสียเงิน   แล้วก็จะมีคำถามว่าสิ่งที่อัพเดทไปในภายหลังนั้นจะได้รับการคุ้มครองหรือไม

    ในสายตาของนักกฏหมายแล้วจะไม่ได้รับการคุ้มครองแน่นอน ครับ, มองดูแล้วในขณะนี้เราจะพึ่งกฏหมายได้ยาก แต่ผมมีข้อแนะนำ คือ จริงๆแล้วเว็บไซท์นั้นมีการเรียกใช้โปรแกรมได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของไฮเปอร์ลิ้งค์ คือถ้ามันชี้ไปหาโปรแกรม มันก็จะเรียกโปรแกรมออกมาทำงาน โปรแกรมอย่างนี้เขียนได้สองแบบ คือให้มันอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ กับแบบให้มันมาวิ่งบนเครื่องของผู้ใช้ เราต้องเลือกแบบแรก โปรแกรมนี้ทำงานง่ายๆ
คือให้อ่านข้อมูลจากไฟล์ในเซิร์ฟเวอร์ ถ้าอ่านไม่ได้ก็ให้เทอมิเนต หรือคือหยุดทำงานแต่ถ้าอ่านได้ก็จะทำงานต่อโดยลิ้งค์ถึงเว็บเพจที่ต้องการ ด้วยวิธีนี้ คนที่จะลอกเอาเว็บไซท์ไปใช้งานจะทำไม่ได้ ทั้งนี้เพราะโปรแกรมและไฟล์ในเซิร์ฟเวอร์นั้นเขากอปปี้ไม่ได้
นี่เป็นทางทฤษฎีนะครับ ผมยังไม่เคยลองทำจริงๆ ที่ยังไม่อยากลองก็เพราะมันจะเพิ่มภาระให้กับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งต้องไปขออนุญาตจากไอเอสพีที่เป็นเจ้าของเซิร์ฟเวอร์ โปรแกรมประเภทนี้ต้องใช้ภาษา C หรือ PHP ครับ ภาษา JAVA ใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กฏหมายลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์กำลังได้รับการปรับปรุง พวกเราก็ควรเรียกร้องให้มีการคุ้มครองเว็บไซท์เอาไว้อย่างชัดเจนไปเลย
ปัญญา
(อยากรู้เรื่องการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมให้คลิกไปที่
www.drpunya.com เซกชั่น e-books)


หน้า p1 p2 p3 p4 p5 p6 p7 p8 p9
http://www.drpunya.com

Copyright ?2001 Pantip.com. All rights reserved.