คุณ meaw : ได้แรงบันดาลใจในการเขียน
มาจากอะไรคะ แล้วหาข้อมูล มาจากที่ใดบ้าง ถึงได้สามารถ ทำให้ทั้งคนดูคนอ่านได้รับ
อารมณ์สะเทือนใจได้อย่างมาก ดิฉันเองเดี๋ยวนี้เลยมองอะไร ในแง่นี้ได้ดีขึ้น
เข้าใจมากขึ้น ถึงสัจธรรม และทำให้มีความเกรงกลัว ต่อการกระทำความชั่วมากขึ้น
คุณฐา-นวดี : จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้
มาจาก เราต้องการนำเสนอ เรื่องราวที่อยู่ในใจของคนไทยอยู่แล้ว
คือเรื่อง บาปบุญคุณโทษ เวรกรรม การกลับชาติมาเกิด และการระลึกชาติได้
คุณสุพล วิเชียรฉาย จึงได้คิดเค้าโครงเรื่องเจ้ากรรมนายเวรนี้ขึ้น
หลังจากนั้น ทีมงานเขียนบท จึงเริ่มต้นค้นคว้าข้อมูลจำนวนมาก
ทั้งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการตอกเสาหลักเมือง การสะกดจิต การระลึก
นรกภูมิและประวัติศาสตร์ในส่วนต่างๆ ดังที่คุณคงได้ทราบแล้ว
เฉพาะหนังสือที่ใช้เป็น ข้อมูลซึ่งยังคงอยู่บนโต๊ะทำงานร่วมๆ
สามสิบเล่มค่ะ ไม่นับเอกสารที่ทีมงามซีร็อกมาให้จากที่อื่นๆ
อีก
คุณฮอลล์ : นำพล็อตมาจากเรื่องของจิตแพทย์อเมริกา
แบบที่มาแปลเป็นหนังสือเรื่อง เราจะข้ามเวลามาพบกัน ชาติภพใช่เพียงฝัน
ฯลฯ ใช่ไหมคะ ตอนต้นเรื่องสนุกดีมากเลยค่ะ แต่ตอนกลางมันดูมั่วๆ
อาจจะเป็นเพราะมีหลายชาติเกินไป หรือตัวละครที่ข้ามภพข้ามชาติได้
มีหลายคนเกินไปหรือเปล่าคะ ที่แน่ๆ เรื่องของคุณสนุกมาก เป็นละครโทรทัศน์เรื่องเดียวที่ดิฉันดู
แต่แม่และเพื่อนแม่ไม่ชอบดู บอกว่าตัดไปตัดมาเวียนหัว คนทั่วๆ
ไป คอละครที่เป็นชาวบ้าน ก็ไม่ดูค่ะ (ลองถามๆ มาดู) แต่ดิฉันชอบมาก
เพราะชอบเรื่องประเภทนี้อยู่แล้ว คิดว่าเป็นละครที่จะทำให้ คนไม่กล้าทำบาป
ดิฉันและเพื่อนๆ ในสไตล์เดียวกันพูดกันว่า คนเขียนบทเก่งมาก
น่าจะได้รางวัลเชียวหล่ะ และที่สำคัญ พอคลิกเข้ามาก็รู้ว่าสวยด้วย
ยังดูเด็กๆ อยู่เลย
คุณฐา-นวดี : มีคนถามคำถามนี้หลายคน
แต่ทีมงานเขียนบททั้งสามคน ยังไม่เคยอ่านหนังสือ เรื่องเราจะข้ามเวลามาพบกัน
หรือชาติภพใช่เพียงฝันเลยค่ะ แต่กำลังคิด จะหาซื้อมาอ่านดูเหมือนกันว่าคล้ายกันอย่างไร
ไม่เด็กแล้วค่ะ ปีนี้เตรียมจะฉลองอายุครบสามรอบพอดี
คุณ rung : เรื่องที่เขียนมีส่วนเป็นเรื่องจริงหรือป่าวคะ
เพราะเคยได้ยินคนแก่ (แถวๆ ชานเมื่อง) เล่าให้ฟังตอนเด็กๆ ว่าเวลาสร้างบ้านลงเสาเมือง
จะต้องมีคนลงไปเป็นผีเฝ้าเสาเมือง และการกลับชาติมาเกิดมีจริงมั้ย
(คิดว่า) เพราะส่วนตัวชอบอ่านเรื่องแปลกไสตล์นี้
คุณฐา-นวดี : จากหนังสือเรื่อง
ประวัติเจ้าพ่อหลักเมือง ของอาจารย์ฉันทิพย์ กระแสสินธุ์ เขียนไว้ว่า
ประเพณียกหลักเมือง ยังมีกล่าวไว้ เป็นเรื่องราวพิสดาร อีกเป็นอันมาก
ที่เล่ากันมาจนเป็นนิยายปรำปรา สำหรับบ้านเมืองไปก็มี ที่ปรากฎเรื่องราวอยู่ในวรรณคดีก็มี
ล้วนแต่เล่าขานกันมา อย่างพิสดารจนเหลือเชื่อ แต่อย่างไรก็ตาม
แม้จะเหลือเชื่ออย่างไร เค้ามูลเดิมที่ประกอบพิธีการยกหลักเมือง
อันเป็นแก่นสำคัญของเรื่อง ย่อมมีอยู่บ้าง จึงสมควรจะมาเล่าสู่กันฟัง
ในที่แห่งนี้ด้วย เช่นเล่ากันมาว่า โบราณถือว่า พิธีสร้างพระนคร
หรือสร้างบ้านสร้างเมือง ต้องฝังอาถรรพ์ 4 ประตูเมือง ต้องฝังเสาหลักเมือง
การฝังเสาประตูเมืองเสาหลักเมือง และเสามหาปราสาท ต้องเอาคนมีชีวิตทั้งเป็นๆ
ลงฝังในหลุม เพื่อให้เป็นผู้เฝ้าทวาร มหาปราสาทบ้างเมือง ป้องกันอริราชศัตรู
มิให้มีโรคภัยไข้เจ็บ เกิดแก่เจ้าฟ้า พระมหากษัตริย์ผู้ครองบ้านครองเมือง
ตลอดจนมิให้เกิดแก่สมณ พราหมณ์ และไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ในการกระทำพิธีดังกล่าวนี้
ต้องเอาคนชื่อ อิน, จัน, มั่น, คง มาลงฝังในหลุม จึงศักดิ์สิทธิ์
และขณะที่นายนครวัฒกี เที่ยวร้องเรียกชื่อ อิน, จัน, มั่น, คง
ไปนั้น ใครเคราะห์ร้าย เกิดขานรับขึ้นมา ก็จะถูกเอาตัวไปฝังในหลุม
กลายเป็นผีเฝ้าหลักเมือง เฝ้าปราสาท เฝ้าประตูเมืองไป
เรื่องที่เล่ากันมาอย่างเลื่อนลอยเช่นนี้ เล่ากันมานมนาน ดึกดำบรรพ์เต็มที
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เลยเป็นเหตุให้ฝรั่ง ผู้เข้ามาสืบเรื่องราวเมืองไทย
ได้ยินคำบอกเล่า เห็นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ จึงนำเอาไปเขียนเล่าสู่กันฟัง
ปรากฏเรื่องอยู่ในหนังสือสยามโซซิเอตี เล่ม 7 ภาค 1 กรกฎาคม
ค.ศ.1910 หน้า 18-19 ว่า
พระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงตีค่าคนในปกครองของพระองค์ น้อยนิดเดียว
คือ ถ้ามีการสร้างพระราชวัง หรือป้อมหรือตำหนัก ก็จับหญิงมีครรภ์
ลงใส่หลุมทุกเสา ยิ่งได้หญิงที่ใกล้คลอดลูกก็ยิ่งดี เรื่องการซ่อมสร้างพระราชวังและป้อมนี้
ทำให้หญิงชาวอยุธยา เดือดร้อนเป็นอันมาก เพราะเหตุเรือนในสยามทั้งสิ้น
สร้างบนเสาไม้ สูงพ้นพื้นดิน มากบ้างน้อยบ้าง หญิงทั้งหลาย จึงได้รับความเดือดร้อยหลายคน
การที่พรรณนามานี้ดูเหมือนไม่จริง แต่การล้างชีวิตคนเช่นนี้ได้มีจริงๆ
ข้อความยังมีต่ออีกยาวมาก สามารถไปหาอ่านได้ในห้องสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รังสิตค่ะ
คุณ samana : อยากทราบว่าผู้เขียน
ได้เคยศึกษา เรื่องราวทางศาสนา มาก่อนหรือเปล่า ผมเป็นคนเขียนเรื่องราว
เกี่ยวกับศาสนาคนหนึ่ง เลยอยากรู้วิธีการเขียนและแนวความคิด
ในการนำเสนอครับ...???
คุณฐา-นวดี : ศึกษาแนวความคิดทางพุทธศาสนามาบ้างค่ะ
คุณพี่เข้มแมน : ควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ
เรื่องราวพระพุทธศาสนา ให้มากกว่านี้นะครับ บางเรื่องผิดพลาดมาก
เช่น กรณีของ สัตตบงกช ทำอนันตริยกรรมนะ อ้อที่สำคัญ ช่วงเวลาของการรับกรรม
และอีกหลายๆ อย่างนะ ผมแนะนำ website ให้ศึกษาเพื่มเติมนะ www.chaichana.com/ruttanatri
คุณฐา-นวดี : ขอบคุณค่ะ
คุณคิม : ได้รู้จัก เรื่อง
เจ้ากรรมนายเวร จากการอ่านหนังสือ รู้สึกดีใจที่มีบทประพันธ์ที่น่าสนใจ
ให้ได้อ่าน แต่อยากขอฝากบอกผู้ประพันธ์ว่า เนื่อเรื่องบางตอน
ไม่น่าจะตรงกับหลักพุทธศาสนา เช่น ผู้ที่ฆ่าบิดามารดา ถือได้ว่ากระทำกรรมหนักที่สุด
จะต้องตกนรกนาน มากกว่าจะชดใช้กรรมหมด จึงไม่น่าที่จะสามารถมาเกิดใหม่
ได้เร็ว (ไม่ถึง 100ปี) ตามเนื้อเรื่อง ถ้าหากดิฉันเข้าใจผิด
กรุณาชี้แจงให้ทราบด้วย ขอบคุณมากคะ
คุณฐา-นวดี : ตามหลักพุทธศาสนาผู้ที่ฆ่าบิดามารดา
(อนันตริยกรรม) จะตกนรกอยู่นานชั่วกัลป์ จริงอย่างที่คุณว่าค่ะ
แต่เราอยากนำเสนอ ในมุมที่ว่า ถ้าคุณทำบาปยิ่งหนักหนาเท่าใด
คุณก็ต้องชดใช้ หนักหนาเท่านั้น เราจึงให้ตัวละครที่ชื่อ สัตตบงกช
ได้มีโอกาสกลับมาเกิด และชดใช้กรรมนั้นค่ะ
คุณอัศวิน : ผมอ่านในตำนานหลายเล่ม
เคยพบแค่ว่า "อิน จัน มั่น คง" ส่วน"อยู่" "ดี" นั้นไม่พบเห็น
อยากทราบว่า ได้ชื่อตัวละครนี้ มาจากที่แห่งใดครับ
คุณฐา-นวดี : ชื่ออยู่และดีนั้น
เป็นชื่อที่ทีมงานเขียนบทเติมเข้าไป เพื่อเหตุผลทางการตลาด ที่ต้องการให้มีนักแสดงที่มีชื่อเสียง
มาสวมบทบาทหลายๆ คนค่ะ
คุณ big : เอาเรื่องจริงมาเขียนใช่หรือเปล่าครับ
คุณฐา-นวดี : อย่างที่ได้เขียนเกริ่นไว้
ในต้อนต้นของละครน่ะค่ะว่า.. เหตุการณ์ในละครเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น
โดยหยิบยกประวัติศาสตร์บางส่วน มาใช้ประกอบเท่านั้น
คุณสิทธิพงษ์ ติยเวศย์ :
ชอบมากครับที่คุณจุติพร เธอใส่เสื้อสีขาวตลอด (นัยะความบริสุทธ์)
และชาตะบดินทร์ใส่เสื้อที่ทึบตลอด (นัยะ ปาบที่ต้องชดใช้) ชอบชื่อตัวละคร
ที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นตาย จุติพร ชาติบดินทร์ นางเกิด สมภพ
รำลึก สัตตบงกต (คิดถึง บัว 4 เหล่าในพุทธศาสนา) สนธิ แทนที่จริงเรื่องนี้
ก็คือเรื่องเลิฟสตอรี่ธรรมดา นี่เอง แต่ทำออกมาได้มีรสชาติ ระทึก
และอบอวลด้วยความเป็นไท ในความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณกรรม ถึงแม้ว่าเรื่องนี้
จะออกเป็นแนวรักแฟนตาซี ซึ่งจุดประสงค์ของผู้กำกับ คงต้องการให้แฟนตาซี
ลดทอนความรัดทดหดหู่ของเนื้อเรื่องลง เพื่อไม่ให้คนดูเคร่งเครียดมากเกินไป
เพราะเมื่อเทียบกับเรื่อง บ่วงแล้ว เรื่องบ่วงจะออกแนว น่าสยดสยอง
มากว่าเรื่องเจ้ากรรมฯ มาก ผมเองก็อยากจะทดลองเขียน เรื่องแนวนี่
ทำนองนี้ดูบ้างเหมือนกัน จึงอยากขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการเขียบบทละครในแนวนี้ดูบ้าง
จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ขอขอบคุณล่วงหน้า ในความกรุณาครับ
คุณฐา-นวดี : ก่อนเขียนต้องอ่านเรื่องแนวนี้ให้มากๆ
ก่อนค่ะ
คุณปฐมพล โพธิราช : ผมอยากให้คุณได้อ่านและศึกษาทฤษฎี
จากหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ "หลักการพระเจ้า" หากคุณสนใจเล่มนี้
มีคำตอบที่ดีครับ
คุณฐา-นวดี : สนใจเหนังสือชื่อ
หลักการพระเจ้า ที่คุณกล่าวถึงมากค่ะ ไม่ทราบว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนคะ
คุณคนช่างสงสัย : ได้อ่านเรื่องเจ้ากรรมนายเวรแล้ว
ชอบมาก ดีใจที่มีหนังสือแนวนี้ออกมาให้อ่าน เพราะไม่ได้อ่าน
เรื่องแนวนี้นานแล้ว หลังจากที่สมัยเด็กได้อ่าน กฎแห่งกรรม แต่มีข้อสงสัยบางประการค่ะ
อย่าคิดว่าจับผิดนะคะ เพราะใจจริงชอบเรื่องแนวนี้มาก แต่ด้วยความเป็นคนช่างสงสัย
คิดอะไรไม่ค่อยเหมือนใครเขา จนโดนเพื่อนๆ ว่าบ่อยๆ คิดว่า คนที่ลงดาบตัดเชือกเสาต้นสุดท้าย
ทำไมไม่ได้รับผลอะไรเลย ในขณะที่คนที่ไม่ได้ทำ (พระเอก) กลับต้องชดใช้
หรือว่า อาจจะได้รับแต่ไม่ได้กล่าวถึง แล้วกับการที่คนตั้งใจทำ
กับคนที่จำใจต้องทำ ผลบาปที่จะสนอง จะแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
เคยคิดเหมือนกันว่า แม่ครัวตามบ้าน ที่ต้องทุบหัวปลา ทำสดๆ เพราะเจ้านายไม่ชอบให้ซื้อปลาตาย
มาทำอาหาร จะได้รับผลกรรมอย่างไร แล้วเจ้านาย จะได้รับด้วยหรือไม่
ตัวดิฉันเอง พยายามไม่ก่อเวรกับใคร (ถ้าไม่เผลอ) เพราะคิดว่า
ชาตินี้ลำบากพอแล้ว แต่บางครั้งก็อดพลั้งเผลอไม่ได้ รบกวนเท่านี้นะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
คุณฐา-นวดี : ดีใจที่คุณชอบเรื่องนี้ค่ะ
ซึ่งต้องขอยกความดีให้กับ คุณสุพล วิเชียรฉาย ผู้เป็นเจ้าของเรื่องค่ะ
ว่าที่ ร.ต.อภิรัฐ รอดเกิด :
สวัสดีครับ บทประพันธ์ที่ถ่ายทอด ทางโทรทัศน์ ให้สาระที่เป็นปัจจุบันดีมากครับ
แล้วยังเป็นเนื้อหา ของคนในสมัยปัจจุบันนี้ด้วยครับ คนเราในสมัยนี้
ห่างไกลศิลธรรมกันมาก โดยเฉพาะนักการเมืองในสมัยนี้ แต่ถ้าได้ดูละคร
เรื่องเจ้ากรรมนายเวรแล้ว คงจะได้คิดกันบ้างนะครับ แต่ถ้าไม่คิดก็เรื่องของเขา
พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ดอกบัวยังมี 4 เหล่า คนก็เหมือนกันมี
4 จำพวก ละครเรื่องนี้มีภาค 2 รึเปล่าครับ
คุณฐา-นวดี : ยังไม่มีความคิดที่จะทำภาคสองนะคะ
คุณชมพู่ : สวัสดีค่ะ
คุณฐานวดี อยากจะเขียนมาให้กำลังใจค่ะ หนูชอบละครเรื่องเจ้ากรรมนายเวรมาก
เพราะว่าเป็นเรื่องที่แปลกไป จากละครไทยเรื่องอื่นๆ ปกติหนูจะชอบอ่านเรื่อง
ที่มีความลึกลับซับซ้อนอยู่แล้ว พอได้ชมละครเรื่องนี้ ก็รู้สึกว่าละครเรื่องนี้น่าสนใจดี
อยากให้คุณฐานวดี แต่งนวนิยายทำนองนี้อีก ไม่จำเป็นว่า จะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับเวรกรรม
แต่อยากให้เป็นเรื่อง ที่มีความลึกลับซับซ้อนน่าสนใจ เพราะว่านักเขียนไทย
หาคนที่แต่งเรื่องทำนองนี้ได้ยากมากค่ะ แล้วหนูจะติดตามผลงานของคุณฐานวดีอีกนะคะ
คุณฐา-นวดี : นักเขียนไทยที่แต่งเรื่องลึกลับซับซ้อนมีอีกหลายคน
เช่น คุณทมยันตี คุณแก้วเก้า คุณจินตวีร์ วิวัธน์ เป็นต้นค่ะ
คุณภาณุพงษ์ คงจันทร์ :
คุณครับ กรุณาเล่าเรื่องการเขียนบท ให้ทราบด้วย ว่ามีวิธีการอย่างไร
และถ้ามีมือใหม่ สนใจควรจะเริ่มอย่างไร จึงจะไปยืนที่จุดนี้ได้
-ขอบคุณในวิทยาทาน-
คุณฐา-นวดี : วิธีการเขียนบทมีหลายวิธี
หลายตำรา ไม่มีสูตรที่ตายตัวแน่นอน สำหรับตัวเองก็ยังต้องเรียนรู้
และศึกษาในงานเขียนบทของนักเขียนบทที่เก่งๆ คนอื่นอยู่ค่ะ
ข้อแนะนำสำหรับมือใหม่ ที่สนใจจะเข้าสู่อาชีพนี้ คือ หนึ่ง.สำรวจตนเองก่อน
ว่าสนใจอาชีพนี้จริงจังแค่ไหน เพราะต้องใช้ความอดทนที่สูงมากอาชีพหนึ่ง
สอง.ต้องเป็นคนช่างสังเกต โดยเฉพาะพฤติกรรม ของคนประเภทต่างๆ
สาม.ต้องมีจินตนาการที่ไม่มีขอบเขตจำกัด สี่.ต้องใฝ่รู้ ชอบดู
ชอบอ่าน ชอบฟัง และ ห้า.ชอบที่ถ่ายทอด สิ่งที่ได้รู้ ได้ดู ได้อ่าน
ได้ฟังสู่คนอื่นด้วยวิธีการเขียน
เทคนิคมุมกล้องยังไม่สำคัญเท่ากับกระบวนการความคิดค่ะ
คุณภาษาดาว : คุณฐานวดี
รู้สึกว่าการเขียน แบบจากจินตนาการของตนเอง กับการเขียนจากบทโทรทัศน์
มีความยากง่ายต่างกันอย่างไรคะ ? มากน้อยแค่ไหนด้วยค่ะ?
คุณฐา-นวดี : พอๆ
กันค่ะ เพราะเขียนจากจินตนาการตนเอง ข้อเสียคือ ไม่มีแนวทางให้เกาะ
แต่ข้อดีคือ ไม่มีขอบเขตจำกัดความอิสระทางความคิด ส่วนเขียนจากบท
ข้อดีคือ มีแนวทางให้เกาะ แต่จำกัดความอิสระทางความคิดค่ะ
คุณ lert : ผมรู้สึกดีใจและอยากขอบคุณ
คุณ ฐา-นวดี มากครับที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะคิดว่า เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากๆ
ถึงแม้บางคนจะไม่เข้าใจ แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลยครับ ทุกวันนี้ไม่ค่อยจะมีคนเข้าใจ
พระพุทธศาสนาอย่างจริงๆ เท่าใหร่นัก (แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ)
เพราะผมเคยฟัง เรื่องการแก้ปัญหาเด็กเรื่อง IQ. กับ EQ. คือให้ส่งเสริมเด็กให้มี
EQ ด้วย ผมฟังแล้วก็คิดว่าจริงๆ แล้ว EQ. ก็คือ ส่วนหนึ่งของธรรม
ที่พระท่านสอนตั้งแต่โบราณ อย่างเช่น ศีลห้า กรรมบถสิบ ก็คือต้องเป็นคนดีน่ะเอง
จริงๆ แล้วน่าให้เด็กกลับไปเรียน โรงเรียนวัดเหมือนเดิมนะครับ
จะได้ไม่ต้องไปเรียนเสริม EQ. ตามศูนย์ให้เสียเงิน ถ้าข้อความที่ผมเขียน
ไม่เป็นที่ถูกใจของคุณ ฐา-นวดี ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ
คุณฐา-นวดี : ขอบคุณค่ะ
คุณให้มุมความคิดดีทีเดียว
คุณหนู : เรื่องเจ้ากรรมนายเวร
เป็นเรื่องที่ดิฉันชอบมากค่ะ ติดตามตั้งแต่ตอนแรกเลย ไม่พลาดแม้แต่ตอนเดียว
ดิฉันเชื่อในเรื่องเวรกรรมมาตั้งนานแล้ว... อยากให้มีเรื่องเจ้ากรรมนายเวรภาค
2 อีกนะคะ.. ถ้ามีโอกาสอยากคุยด้วยค่ะ..
คุณฐา-นวดี : ยินดีค่ะ
คุณอาซิ่ม ณ ไร้สังกัด :
คงจะไม่เกี่ยวกับเรื่อง เจ้ากรรมนายเวร หรอกนะคะ คือว่า อยากทราบชื่อที่มาของ
ฐา-นวดี น่ะค่ะ เพราะตัวเองชื่อ ฐานาวดี คุณพ่อตั้งให้ แต่ท่านเสียไป
ตอนอายุได้เพียง 2 ขวบ ไม่ทราบว่า ความหมายของชื่อนี้น่ะค่ะ
พอจะให้ความกระจ่างได้หรือป่าวคะ
คุณฐา-นวดี : ที่มาของชื่อ
ฐา-นวดี คือตอนที่เกิด คุณแม่และญาติพี่น้องหลายคน ได้ทรัพย์จากที่ต่างๆ
กัน จึงพูดกันว่า เป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมกับฐานะ รวมกับคำว่า
วดี ที่แปลว่าผู้หญิง จึงแปลได้ว่า เป็นผู้หญิงที่มีฐานะดีค่ะ
คุณaporn : ชอบงานของคุณมาก
มีแนวคิดแปลกดี ถ้าหากมีคนได้ดูเยอะๆ คงทำให้สังคมเราดีขึ้นมั้ง
คุณปวุฒิ : ขอเป็นกำลังใจสำหรับผู้แต่งบทละครเรื่องนี้ครับ
เป็นละครแนวแปลกจากที่เคยดูมา ขอให้คุณฐา-นวดี เขียนบทละครดีๆ
ต่อไปนะครับ
คุณเอกสิทธิ์ : เรื่องหน้าขอดีกว่านี้
เรื่องนี้มันดูเหตุผลน้อยไปหน่อย น่าจะชื่อเรื่อง "จองเวรจองกรรม"
มากกว่า ถ้าเป็นความจริงว่า ผมมีกรรมเยอะขนาดนั้น ผมคงบวชไปแล้วละ
แถมเห็นเพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตาด้วย
คุณปอม..ปอม : ขอบคุณที่มีบทประพันธ์ดีๆ
ให้หลายๆ คนได้สำนึกว่า "กฎแห่งกรรม" ยังมีอยู่นะ การจะทำอะไรในชาตินี้
ควรคิดดี ทำดี เพื่อส่งผลที่ดีในภพต่อๆ ไป.... ยิ่งได้ดูละคร
ที่นักแสดงแต่ละคนแสดงออกมา อย่างยอดเยี่ยมแล้ว.. ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ว่า
ชาติที่แล้วเราไปทำอะไรใครไว้หรือเปล่า ....ขอบคุณอีกครั้ง ที่ช่วยปลุกจิตสำนึก
ให้คนหันกลับมาทำความดี ในยุคที่สังคมกำลังเสื่อมโทรม
คุณ Beau Panyopas : ขอชมว่าเขียนบทประพันธ์เก่งนะคะ
แต่งแปลกดี ไม่เหมือนละครทั่วไป หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่ใช่ละครตลาดนั่นเอง
แต่คนก็ดูเยอะมากๆ รักพี่หมิว และดีใจที่พี่หมิวได้แสดงบทดี
ๆ แบบนี้ เริ่ดค่ะ
คุณดนัย ม.ธ. : หวัดดีครับ
ผมดีใจมากครับ ที่มีละครที่มีคุณค่า สำหรับสังคม ที่พร้อมจะเน่าได้ทุกเมื่อ
ละครของคุณทำให้เพื่อนๆ ผมหลายคนต้องขยาดกับ ความคิดในเรื่องกรรม
ที่คุณได้นำเสนอ ให้พวกเราได้ดูกันนะครับ ขอขอบคุณครับ
คุณหนุ่ย : ขอบคุณที่ทำให้หลายคนที่ดูกลัวที่จะทำความไม่ดี
คุณพ่อและลูก : คุณพ่อ
(ซี๊ด) บอกว่า เจ้าของเรื่อง คุณสุพล วิเชียรฉาย เป็นเพื่อนรุ่นน้องของคุณพ่อ
ซึ่งคุณพ่อ อยากให้เรื่อง สมเหตุสมผลมากกว่านี้ ซึ่งจะเป็นผลดีแก่ตัวคุณสุพล
(งัด) และคุณฐา-นวดีเองค่ะ
เด็กแกว : เด็กดูแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรอาจจะเป็นเพราะ
การวกไปวนมา ของอดีตและปัจจุบัน แต่ให้คติดีมากนะครับ
burint : เป็นคนไม่ชอบดูละครนะ
แต่เรื้องนี้น่าติดมากเลย ชวนให้น่าติดตาม ที่สำคัญไม่เหม็นมาก
(น้ำเน่า)