|
ทั้งกุศลและอกุศลนั้นมันมีเวลาส่งผลตั้งแต่ชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป ตามชนิดของกรรมที่ทำ จะไปเร่งรัดไม่ได้ เราผู้มีใจกุศลก็ไม่สามารถรับรู้ว่ากุศลนั้นจะให้ผลเมื่อไร จะทำสิ่งใดก็ให้คิดถึงเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นที่ตั้งตามความป็นจริง พิจารณาสิ่งไหนเป็นสิ่งดีก็ทำ สิ่งไหนเป็นสิ่งไม่ดีก็อย่าทำ คิดพิจารณาให้รอบคอบ โดยไม่ต้องเอาส่วนของบุญที่เราเคยทำนั้นมาประกอบเพราะเรามองไม่เห็น รู้ไม่ได้ว่าจะมาเมื่อไร ให้ถือว่าผลบุญนั้นเป็นกำลังเสริมที่มองไม่เห็น ได้เวลาที่จะมาเขาก็มาเอง อย่าเอามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ เพราะคิดว่าทำบุญมาเยอะอย่างไรเสียบุญก็ต้องช่วย เลิกคิดแบบนั้นเสียที จะได้ไม่ต้องมานั่งชีช้ำเหมือน นางฟ้า ที่ผิดพลาดเพราะความหลงในผลบุญ
|