CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGang
เลือกดูกระทู้ใน Cafe         



H H EALTHY
ชื่อหนังสือ H H EALTHY
โดย   วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
สำนักพิมพ์ openbooks
พิมพ์รวมเล่ม ครั้งแรก : กันยายน 2548, 159 หน้า
ราคา 135 บาท
ISBN 974-93144-9-2

H  H EALTHY

หนังสือชุด HIP อันประกอบด้วย Healthy , Independent และ Persons ของ คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ทั้งสามเล่มนี้ เป็นงานรวมบทสัมภาษณ์ชุดที่สอง

ภายใต้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ตั้งแต่ระดับโลกส่งผลกระทบลงมาจนถึงระดับประเทศและระดับปัจเจก ในฐานะสมาชิกหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านช่องทางการสื่อสารที่ทันสมัย มนุษย์ควรจะดำรงตนอยู่อย่างไรดูจะเป็นคำถามใหญ่สำหรับคนร่วมสมัยในปัจจุับัน

ภายใต้นโยบายสูบฉีดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบไม่ลืมหูลืมตา ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการบริโภคแบบไม่บันยะบันยัง ประชาชนในประเทศตกเป็นฝ่ายตั้งรับทั้งจากนโยบายรัฐ และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มุ่งทำกำไรสูงสุดเป็นที่ตั้งโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาจึงไม่เพียงแต่คุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชนจะเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วสวนทางกับการพัฒนาแล้ว ความตกต่ำทางด้านศีลธรรมสังคมก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้อีกต่อไป

ผู้คนในเมืองใหญ่ทุกวันนี้ทำงานหนักมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นว่า เขาเหล่านี้มีความสุขน้อยลง โรคภัยไข้เจ็บถามหาทั้งความเครียด หวัดเรื้อรังอันเป็นผลพวงจากมลพิษและภูมิแพ้ สืบเนื่องมาจากการบริโภคผิดวิธี ใช้ชีวิตผิดวิธี ไม่ต่างจากความเจ็บไข้าของสังคมที่กำลังเบียดเบียนผู้คนไปทั่วทุกหัวระแหง ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนแยกห่างจากกันอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นความกดดันทั้งในเมืองใหญ่และในชนบท ซึ่งเกมการแย่งชิงทรัพยากรจากชุมชนที่มีอำนาจต่อรองน้อยเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนส่วนน้อยแต่มีอำนาจต่อรองผ่านทั้งกลไกรัฐและทุนกำลังดำเนินไปอย่างรุนแรง

นโยบายเศรษฐกิจที่ฉาบฉวยแสวงคะแนนนิยมโดยไม่ได้คำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผนวกกับสถานการณ์โลก และการเก็งกำไรราคาน้ำมันขนานใหญ่กำลังเริ่มสำแดงผลให้สังคมไทยได้ประจักษ์ หลังจากบทเรียนครั้งใหญ่จากฟองสบู่แต่เพิ่งผ่านไปไ้ด้ไม่นาน หรือเราจะต้องถูกตบหน้าหลายๆครั้ง เพื่อตอกย้ำว่า คนไทยลืมง่ายและไม่เคยสรุปบทเรียน

สำนักพิมพ์หวังว่าหนังสือชุดนี้จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาอดีตเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ และหวังว่าประสบการณ์ที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งผ่านการพูดคุยสาธารณะเช่นนี้ จะทำให้ผู้คนในสังคมเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง เป็นอิสระจากการครอบงำ รวมทั้งจิตใจเอื้ออารีและไม่ได้หยุดทุกอย่างไว้ที่ตัวเอง หากแต่สามารถมองภาพเชื่อมโยงไปสู่สังคมวงกว้าง อันจะก่อให้เกิดการประสานร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นตามลำดับ