คลองนี้แบ่งเมืองออกเป็น2ส่วน เชื่อมกันด้วยสะพานThe Bridge of Scalzi,The Bridge of Rialto,และ The Accademia มีคลองเล็กๆ45แห่งที่เชื่อมกับGrand Canalและสามารถล่องGondolasได้ มีสะพาน350แห่งเชื่อมZoneต่างๆเข้าด้วยกัน
เดินมาอีกสักครุ่ไม่นานนักก็จะพบสะพานที่รู้จักกันดีในชื่อสะพานถอนใจ The famous Bridge of Sighs หรือPonte dei SospiriในภาษาItaly ทอดข้ามthe Rio di Palazzo สะพานนี้เชื่อมระหว่างพระราชวังของDoges(ในภาพทางซ้าย)และคุก(ในภาพทางขว) บนสะพานจะเห็นการสร้างกำแพงทึบต่างจากสะพานอื่นๆ(เช่นที่เห็นไกลออกไปทางด้านหลังของภาำ) ทั้งนี้เพื่อป้องกันการหลบหนี ในภาพจะเห็นหน้าต่างซึ่งนักโทษจะยืนทอดหายใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไม่ได้เห็นอิสระภาพอีก
The Palace of The Doges สร้างครั้งแรกในศตวรรษที่9เมื่อรัฐบาลย้ายสำนักงานใหญ่จากMalamoccoมายังVenice คศ.1172จึงสร้างใหม่ลักษณะคล้ายป้อมมากกว่าวังเพราะต้องป้องกันต่อสู้ด้วย Dogeคือเจ้าผู้ครองนคร ไม่ใช่กษัตริย์ครับ
ตรงนี้เป็นทางเปิดเข้าไปสู่Piazzetta San Marco จะเห็นเสาได้อย่างชัดเจนในภาพ ด้านหลังตึกที่มีผ้าสีแดงคือห้องสมดุ(Libreria Marciana) และยอดสิ่งก่อสร้างสีเขียวสูงสุด(สูงที่สุดในVenice)คือ Bell Tower
ที่เห็นเข้าแถวกันเป็นฝรั่งที่รอเข้าชมภายในBasilica of San Marco ชมฟรีครับ ภายในมีำภาพmosaicสวยๆเช่นที่dome มีGenesisและที่ผนังมีthe building of the Tower of Babel
ลานPiazetta San Marco มีนกพิราปฝูงใหญ่ รอกินข้างโพดจากนักท่องเที่ยว ตึกตรงกลางไกลสุดในภาพคือ Ala napoleonica ตึกแถวขวามือคือProcuratie Vecchie ตึกด้านซ้ายมือคือProcuratie Nuove
เราเดินไปเลี้ยงนกสักพักด้วยความสนุกสนาน แล้วหันกลับมามองBasilicaอีกที จะเห็นประตูทางเข้าเป็น5ช่องทาง เหนือทางเข้าเป็นหลังคารูปกลมประดับด้วยmosaicเป็นภาพที่สวยงาม เช่นภาพChrist in Glory and the Last Judgement
รูปนี้เป็นClock Tower หรือ The Torre dell'Orologioสร้างโดยCodussi 1496-1499 นาฬิกายังเป็นของดั้งเดิม และมีรูปหล่อบรอนซ์เป็นแขกมัวร์2คนตีระฆังทุกๆชั่วโมง(ภาพนี้ถ่ายไม่เห็น อยู่บนยอดตึก) ถัดลงมาเป็นรูปสิงห์โตติดปีก(the Lion of San Marco) ตรงTerraceล่างลงมาเป็นรูปปั้นทองแดงของthe Madonna andChild