|
น
นทบุรี ตั้งอยู่ในภาคกลางเป็นจังหวัดหนึ่งใน 5 จังหวัดปริมณฑล คือ นนทบุรี
สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร และปทุมธานี มีเนื้อที่ประมาณ 622.303
ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งพื้นที่ของจังหวัดออกเป็น
2 ส่วน ขนาดของจังหวัดเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดในภาคกลางแล้ว มีขนาดเกือบจะเล็กที่สุดยกเว้นจังหวัดสมุทรสงคราม
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา
ทิศใต้ ติดกับกรุงเทพมหานคร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เขตดุสิต เขตบางเขน
ไปจนถึงจังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครปฐม
จังหวัดนนทบุรี เป็นเมืองเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านตลาดขวัญ
ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ และเป็นสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อในสมัยนั้น ยกฐานะเป็นเมืองนนทบุรีเป็นเมืองนนทบุรีเมื่อ
พ.ศ.2092 รัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ในปี พ.ศ.2179 พระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯ
ให้ขุดคลองลัดตอนใต้วัดท้ายเมืองไปทะลุวัดเขมา เพราะเดิมนั้นแม่น้ำเจ้าพระยาไหล
วกเข้าแม่น้ำอ้อมมาทางบางใหญ่วกเข้าคลองบางกรวยข้างวัดชลอมาออกหน้าวัดเขมา
เมื่อขุดคลองลัดแล้ว แม่น้ำก็เปลี่ยนทางเดินไหลเข้าคลองลัดที่ขุดใหม่
กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระ ยาใหม่ดังปัจจุบันนี้เมื่อ พ.ศ. 2208 สมเด็จพระนารายณ์ทรงเห็นว่า
แม่น้ำเปลี่ยนทางเดินใหม่นั้น ทำให้ข้าศึกประชิดพระนครได้ง่าย จึงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างป้อมปราการตรงปากแม่น้ำอ้อม และโปรดฯ ให้ย้ายเมืองนนทบุรีมาอยู่ปากแม่น้ำอ้อมด้วย
ยังมีศาลหลักเมืองปรากฏอยู่ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์
โปรดฯ ให้ย้ายเมืองนนทบุรีไปตั้งที่ปากคลองบางซื่อบ้านตลาดขวัญ และในสมัยรัช-
กาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้ตั้งศาลากลางเมืองขึ้นที่ปากคลองบางซื่อ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา
จนถึงปี พ.ศ. 2471 รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดฯ ให้ย้ายศาลากลางมาตั้งที่ราชวิทยาลัย
บ้านบางขวาง ตำบลบาง-ตะนาวศรี ปัจจุบันเป็นที่ตั้งกองฝึกอบรมกระทรวงมหาดไทย
ตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎร์ สาย 1 อำเภอเมือง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมยุโรป
ลักษณะเป็นตึกพื้นไม้ทาสีไข่ไก่ ประตูหน้าต่างสีเขียว หลังคามุงกระเบื้องลูกฟูกเนื่องจากเดิมเป็นโรงเรียนประจำ
คือ โรงเรียนราชวิทยาลัย ลักษณะอาคารจึงมีหลายหลังติดต่อกัน หอประชุมอยู่ท้ายสุด
ตามอาคารประดับด้วยไม้ฉลุ สลักเสลาสวยงามมาก ตั้งแต่อยู่เห็นตระหง่านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
กรมศิลปากรจึงขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานแห่งหนึ่ง ตามประกาศลงวันที่ 4 มีนาคม
พ.ศ. 2524 การปรับปรุงซ่อมแซมเคยมีในปี พ.ศ. 2511 และได้ทำการซ่อมแซมใหญ่
ในปี พ.ศ.2515
จังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกทั้งปกคลุมไปด้วยสวนผลไม้และนาข้าว
พื้นที่ส่วนใหญ่จึงเป็นที่ราบลุ่ม มีคูคลองทั้งธรรมชาติ ขุดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก
ใช้เป็นที่สัญจรไปมาติดต่อกันระหว่างหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด พื้นที่ส่วนที่ห่างจากแม่น้ำและลำคลองก็จะเป็นสวนและไร่นา
ซึ่งมักจะมีน้ำท่วมเสมอ
 |
ทางรถยนต์
มีถนนสำคัญ 11 สาย คือ
- ถนนพิบูลสงครามระหว่างเชิงสะพานพระรามหก
- สี่แยกโรงภาพยนตร์ศรีพรสวรรค์
- ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ระหว่างศาลากลางจังหวัด
- สี่แยกโรงภาพยนตร์ศรีพรสวรรค์
- ถนนติวานนท์ ระหว่างสามแยกวัดลานนาบุญ
- ท่าน้ำปทุมธานี
- ถนนงามวงศ์วาน
ระหว่างสี่แยกแคลาย - สี่แยกเกษตร
- ถนนนนทบุรี 1 ระหว่างศาลากลาง
- ถนนติวานนท์
- ถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างสี่แยกปากเกร็ด
- สี่แยกหลักสี่
- ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ระหว่างพระรามหก
- อำเภอไทรน้อย
- ถนนบางบัวทอง-ตลิ่งชันระหว่างแยกบางบัวทอง
- ตลิ่งชัน
- ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรีระหว่างแยกบางบัวทอง- สุพรรณบุรี
- ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ระหว่างสามแยกเตาปูน - สามแยกวัดลานนาบุญ
- ถนนรัตนาธิเบศร์ ระหว่างสี่แยกแคลาย - ถนนบางบัว ทอง - ตลิ่งชัน
|
 |
รถประจำทาง มีรถปรับอากาศและธรรมดา - รถปรับอากาศ
(ขส.มก.) ปอ.5 (ปากเกร็ด-วงเวียนใหญ่)ปอ.6(ปากเกร็ด-พระประแดง) ปอ.9
(นนทบุรี-หมู่บ้านเศรษฐกิจ) ปอ.126 (นนทบุรี-สำโรง) - รถธรรมดา ขส.มก.
สาย 69 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามบินน้ำ) สาย 104 (อนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ-ปากเกร็ด)
สาย 24 (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ประชานิเวศน์ 3) สาย 63 (อนุสาวรีย์ชัยสมร-
ภูมิ-นนทบุรี) สาย 66(สายใต้ใหม่-ประชานิเวศน์) สาย 30(สายใต้ใหม่-นนทบุรี)
สาย 70(สนาม-หลวง-ประชานิเวศน์ 3) สาย 203 (สนามหลวง-นนทบุรี) สาย
33 (สนามหลวง-ปทุมธานี) สาย 64 (สนามหลวง-ถนนสามเสน-นนทบุรี) สาย
90 (ย่านสินค้าพหลโยธิน-ท่าน้ำบางพูน) สาย 134 (ย่านสินค้าพหลโยธิน-อำเภอบางบัวทอง)
สาย 114 (แยกลำลูกกา-นนทบุรี) สาย 117 (ห้วยขวาง -วัดเขมา) สาย 127
(เชิงสะพานกรุงธน-อำเภอบางบัวทอง) สาย 128 (เชิงสะพานกรุงธน-อำเภอบางใหญ่)
สาย 32(วัดโพธิ์-ปากเกร็ด) สาย 5(ท่าน้ำบางโพ-ปากเกร็ด) สาย 52(สถานีรถไฟบางซื่อ
-ปากเกร็ด) สาย 65 (ท่าเตียน-วัดปากน้ำ) สาย 97 (โรงพยาบาลสงฆ์-นนทบุรี) |
| |
ทางน้ำ
มีเรือด่วนเจ้าพระยาบริการระหว่างเส้นทางจากท่าน้ำวัดราชสิงขร เขตยานนาวาถึงท่าน้ำวัดเตย
อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ทุกวัน ระหว่างเวลา 6.00-18.00 น.
เรือออกทุก ๆ 20 นาที ค่าโดยสารระหว่าง 4 บาท ถึง 16 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง
ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที ค่าโดยสาร 7 บาท สอบถามการใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาได้ที่บริษัทเรือด่วนเจ้าพระยาจำกัด
โทร. 222-5330, 225-3002-3 |
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์มนุษยชาติวิทยา เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติแห่งแรกของไทย
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2504 มีลักษณะเป็นตึก 2 ชั้น กว้าง 15 เมตร ยาว 31
เมตร ตั้งอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ภายในตัวอาคารแบ่งออกเป็น
2 ชั้น โดยชั้นบนจัดเป็นที่แสดงปูชนียวัตถุ อาทิ พระพุทธรูปในสมัยต่าง
ๆ และเครื่องลายครามเก่าแก่มากมาย ส่วนชั้นล่างเป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นมาเกี่ยวกับโลกชีวิตพืช
และสัตว์ มนุษย์ ศิลปะ และเครื่องอุปโภคจากอดีตถึงปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่สนใจ
สามารถเข้าชมได้ในวันอังคาร-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. (ปิดในวันอาทิตย์-วันจันทร์
และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ไม่เสียค่าเข้าชม
วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
ในเขตตำบลสวนใหญ่ ห่างจากตัวเมืองมาทางด้านใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร ด้านหน้าของวัดติดริมฝั่งแม่น้ำ
ส่วนด้านหลังติดต่อกับถนนพิบูลสงคราม พื้นที่ทั้งวัด มีประมาณ 26 ไร่เศษ
เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรวิหารเป็นวัดโบราณสันนิษฐานว่า สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือก่อนหน้านั้น
ปรากฏว่าเคยเป็นวัดหลวงมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นวัดที่อยู่ในสังกัดบัญชีกฐินหลวงของกรมพระราชวังบวรฯ
ถึงสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จพระศรีสุริเยน ทรามาตย์ พระบรมราชินี ทรงขอมาอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์
และทรงปฏิสังขรณ์ใหม่เรียกว่าวัดเขมา ยังไม่มีสร้อยต่อท้าย ต่อมา สมัยรัชกาลที่
4 ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งพระอาราม และพระราชทานสร้อยนามต่อท้ายว่า วัดเขมาภิรตาราม
ภายในวัดมีพระมหาเจดีย์ ตั้งอยู่ด้านหลังของโบสถ์ สูง 30 เมตร ภายในบรรจุพระบรม-สารีริกธาตุ
พระประธานเป็นพระพุทธรูปหล่อเก่าแก่ ศิลปสมัยอยุธยาอัญเชิญมาจากพระราชวังจันทร์เกษม
ภายในวัดมีพระตำหนักแดงและพระที่นั่งมณเฑียรตั้งอยู่ด้วย
วัดสังฆทาน สันนิษฐานว่าเดิมชื่อวัดศาริโข สร้างขึ้นในราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
มีหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธาน ต่อมาได้กลายเป็นวัดร้าง
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงและที่อื่น ๆ ยังคงมาเคารพสักการะบูชาองค์หลวงพ่อโตมิได้เสื่อมคลาย
เพราะถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ด้วยเหตุที่เป็นวัดร้างไม่มีพระภิกษุจำพรรษา
ชาวบ้านจึงต้องนิมนต์พระจากละแวกใกล้เคียงมาเพื่อถวายสังฆทานจนถูกเรียกขานกันติดปากว่า
วัดสังฆทาน ซึ่งมีลักษณะแบบสำนักป่ามีธรรมชาติรอบข้างร่มรื่นเหมาะแก่ผู้ประสงค์จะเจริญภาวนาที่มีเวลาจำกัด
ทางวัดได้จัดโครงการ อบรมธรรมปฏิบัติ ขึ้นเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ทั้งสิ้น ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่วัดสังฆทาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
11000 โทร.424-6157, 433-0839
การเดินทาง สามารถไปวัดสังฆทานได้ทั้งทางบกและทางน้ำ ดังนี้คือ
ทางน้ำ โดยเช่าเรือจากท่าน้ำนนท์ข้ามฟากไปท่าน้ำบางศรีเมือง
(เรือจะวิ่งตลอดทั้งวัน) ค่าโดยสาร คนละ 1 บาท แล้วนั่งรถสองแถวเข้าไปยังวัดสังฆทาน
ใช้เวลาประมาณ 15 นาที (รถสองแถวจะวิ่งบริการตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น.)
ทางบก วิ่งไปตามถนนรัตนาธิเบศร์
ข้ามสะพานพระนั่งเกล้าแล้วตรงไปเลี้ยวแยกซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดสังฆทานประมาณ
12 กิโลเมตร
วัดโชติการาม ตั้งอยู่ที่ตำบลบางไผ่ เดิมชื่อวัดสามจีน สร้างเมื่อประมาณ
พ.ศ. 2350 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนี้คือ พระอุโบสถ ฐานอ่อนโค้งทรงสำเภา
ด้านหน้ามีภาไล ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นลวดลายปูนปั้นประดับเครื่องถ้วยลายครามและเบญจรงค์
มีวิหารเป็นอาคารทรงโรงขนาด 3 ห้อง ฝาผนังทั้ง 4 ด้าน มีจิตรกรรมตั้งแต่พื้นจรดเพดาน
ลายหน้าบัน ประตูเป็นไม้จำหลักรูปเสี้ยวกางสวยงาม มาก ภาพหลังบานประตูเป็นภาพเขียนสีรูปแจกันดอกไม้บนพื้นแดง
เพดานเป็นลายดอกไม้ แทรกภาพสัตว์ปีก การเดินทางไปวัดโชติการาม ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปวัดสังฆทาน
โดยมีป้ายชี้บอกตลอดทาง
วัดปราสาท ตั้งอยู่ริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลบางกร่าง เป็นวัดที่มีลายสลักหน้า-บันและซุ้มประตูพระอุโบสถศิลปอยุธยา
ฝีมือการก่อสร้างประณีตบรรจง ภายในโบสถ์มีพระประธาน และพระสาวกอายุตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นถึงตอนปลาย
และมีธรรมมาสน์ที่สวยงามมากหลังหนึ่ง ซึ่งมีอายุพร้อมกับโบสถ์ตั้งอยู่บนศาลาการเปรียญ
นอกจากนั้นยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยมีฝีมือของสกุลช่างชั้นสูงนนทบุรี
ซึ่งนับว่าเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่ที่สุดในขณะนี้ของจังหวัด วัดปราสาทถือว่าเป็นวัดหนึ่งที่ดำเนินการอนุรักษ์โบสถ์
และศิลปกรรมได้อย่างถูกวิธี จึงทำให้เป็นแหล่งวิทยาการที่น่าสนใจยิ่งของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
วัดชมภูเวก ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าทราย ริมถนนสายสนามบินน้ำ-นนทบุรี
สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2300 โดยชาวมอญในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นผู้สร้าง
ภายในวัดมีอาคารเสนา- สนะต่าง ๆ พระอุโบสถสวยงาม สร้างเมื่อ พ.ศ.2520 ลักษณะทรงไทยใต้ถุนสูง
2 ชั้น มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์หลังคาลด 3 ชั้น หน้าบัน ซุ้มประตู หน้าต่างปิดทองปิดกระจก
ฝาผนังภายในอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติและทศชาติ สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถสมัยสุโขทัย
พระพุทธรูปยืน 2 องค์ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัด ยังมีพระเจดีย์รามัญ เรียกว่า
พระมุเตา สร้างโดยพระสงฆ์จากเมืองมอญ เมื่อ พ.ศ.2460 สันนิษฐานว่าภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอปากเกร็ด
วัดตำหนักใต้ ตั้งอยู่บนถนนสนามบินน้ำ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าทราย
เป็นวัดเก่าแก่สมัยโบราณ จากประวัติกล่าวไว้ว่า ก่อนที่จะสร้างวัดในพื้นที่นี้เคยสร้างเป็นพลับพลาที่ประทับชั่วคราวของพระเจ้าแผ่นดินในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี
และจากหลักฐานที่ยังคงเหลืออยู่สันนิษฐานว่าวิหารและหอระฆังสร้างขึ้นเมื่อ
พ.ศ.2367 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3
ฝาผนังภายในมีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ตามบานประตูและหน้าต่างลงรักปิดทองเขียนด้วยลายไทยอย่างงดงาม
นอกจากนั้นยังมีพระประธานปางมารวิชัยสมัยสุโขทัยและพระพุทธรูปต่างๆ ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถวิหารศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์
สวนทิพย์ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ลักษณะเป็นสวนพันธุ์ไม้ต่าง
ๆ ในวรรณคดี มีศาลาทรงไทยสำหรับนั่งพักผ่อน ภายในบริเวณสวนและริมท่าน้ำบรรยากาศร่มรื่นสวยงามแบบไทยๆ
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันออกที่ตำบลบางพูด ถนนสุขาประชาสรรค์
2 (ถนนวัดกู้) อำเภอปากเกร็ด สวนทิพย์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ
20 บาท และมีภัตตาคารอาหารไทยบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.
ยกเว้นวันจันทร์ กรณีใช้บริการอาหารเป็นหมู่คณะสามารถจัด การแสดงรำไทยให้ชมได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สวนทิพย์ 17/9 ถนนสุขาประชาสรรค์ 2 ตำบล บางพูด
อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี โทร. 583-7853, 583-7699, 583-7409 โทรสาร 583-7008
การเดินทางไปสวนทิพย์สามารถเดินทางได้ทั้งทางบกและทางน้ำ ดังนี้
ทางน้ำ โดยเช่าเรือจากท่าน้ำปากเกร็ดใช้เวลานั่งเรือประมาณ
10 นาที ค่าเช่าเรือประมาณ 30-50 บาท แล้วแต่ขนาดของเรือ
ทางบก จากท่าน้ำปากเกร็ดเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดกู้
อยู่เลยวัดบางพูดนอกไปเล็กน้อย
วัดกู้ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบางพูด ห่างจากอำเภอปากเกร็ดไปทางด้านทิศเหนือประมาณ
3 กิโลเมตร เป็นบริเวณที่เรือพระที่นั่งของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
พระมเหสีในรัชกาลที่ 5 ได้ประสบอุบัติเหตุเรือล่มสิ้นพระชนม์ วัดนี้สร้างในสมัยพระยาเจ่งอพยพครอบครัวมอญเข้ามาในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี
เป็นวัดที่สร้างด้วยศิลปะแบบมอญ มีพระตำหนักสร้างเป็นอนุสรณ์สถานที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์เพราะเรือล่ม
แล้วอัญเชิญพระ-ศพมาไว้ที่วัดนี้ชั่วคราว มีพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นพระนอนขนาดใหญ่
ความยาว 21 วา 2 ศอก มีศาลพระนางเรือล่ม (พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์)
ซึ่งจำลองแบบจากศาลาจตุรมุขของพระราชวังบางปะอิน มีพระบรมรูปเท่าพระองค์จริงประทับยืน
นอกจากนั้นยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบมอญ เป็นภาพเขียนสีน้ำมันอยู่ด้านในของพระอุโบสถหลังเก่า
ซึ่งเขียนเคียงคู่กับพระอุโบสถหลังใหม่ เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ และที่ด้านหลังของพระนอนองค์ใหญ่นี้
เป็นที่เก็บเรือพระที่นั่งของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ที่อับปาง ซึ่งชาวบ้านได้กู้เรือมาเก็บไว้ที่วัดกู้แห่งนี้
การเดินทางไปวัดกู้สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางบกและทางน้ำ ดังนี้
ทางบก จากท่าน้ำอำเภอปากเกร็ดเลี้ยวซ้ายซอยวัดกู้มาตามถนนสุขาประชาสรรค์
ผ่านวัดบางพูดนอก สวนทิพย์ ห้องอาหารศรีไทยเดิม รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
จะเห็นวัดกู้อยู่ด้านซ้ายมือ
ทางน้ำ เช่าเรือจากท่าน้ำอำเภอปากเกร็ดแล่นมาทางเหนือใช้เวลาประมาณ
10 นาที จะ เห็นท่าน้ำวัดกู้อยู่ทางขวามือ ค่าเช่าเรือประมาณ 50 บาท
สวนตาลน้อยเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันตกตรงข้ามกับวัดกู้
มีพันธุ์ไม้นานาชนิดปลูกไว้อย่างมีระเบียบสวยงามสถานที่เงียบสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อน
เปิดบริการทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สวนตาลน้อย
โทร.583-9278 -9 การเดินทางไปสวนตาลน้อย โดยเช่าเรือจากท่าน้ำปากเกร็ดใช้เวลานั่งเรือประมาณ
20 นาที ค่าเช่าเรือประมาณ 50-80 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ
วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตลาด ริมถนนสายนนทบุรี-ห้าแยกปากเกร็ด
เป็นวัดใหม่ที่มีศิลปะการสร้างอย่างงดงาม ภายในวัดมีความกว้างขวางร่มรื่น
ภายใต้หมู่ไม้นานาพันธุ์ที่ปลูกไว้ทั่วบริเวณ จึงเป็นสถานเผยแพร่และเหมาะแก่การศึกษาพระธรรมอย่างยิ่ง
นอกจากนั้นยังมีลานไผ่เอนกประสงค์ ซึ่งชาวพุทธโดยทั่วไปจะมารวมกันเป็นจำนวนมาก
เพื่อประกอบ พิธีกรรมทางศาสนา และฟังธรรมจากพระเทพวิสุทธิเมธี (ปัญญานันทภิกขุ)
เจ้าอาวาส ในทุกวันอาทิตย์และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เป็นสวนสาธารณะที่มีบึงน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณหนองปรือ
ตำบลบ้านใหม่ รายรอบด้วยหมู่แมกไม้ที่ร่มรื่นและเงียบสงบ มีสวนหย่อม นาฬิกาแดด
น้ำพุ กลางน้ำเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ มีเนื้อที่ประมาณ 102 ไร่
อยู่ในความดูแลของสุขาภิบาล อำเภอปากเกร็ด เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม
การเดินทางไปสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์จากท่าน้ำปากเกร็ด โดยใช้เส้นทางถนนติวานนท์แล้วเลี้ยวขวาตรงสี่แยกบ้านกอนเติงเข้ามาประมาณ
2 กิโลเมตร
เกาะเกร็ด เป็นเกาะขนาดใหญ่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา
เป็นชุมชนที่เจริญมาตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยา วัดต่างๆ ที่สร้างขึ้นบนเกาะเป็นโบราณสถานที่สวยงาม
สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายทั้งสิ้น มีฐานะเป็นตำบลแบ่งเขตการปกครองเป็นหมู่บ้านรวมทั้งสิ้น
7 หมู่บ้าน เกาะเกร็ดเกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดลำน้ำเจ้าพระยาตรงส่วนที่เป็นแหลมยื่นไปตามความโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยา
ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.2265 เรียกคลองนี้ว่า
คลองลัดเกร็ดน้อย ต่อมา กระแสน้ำได้เปลี่ยนทิศทาง ทำให้คลองขยายกว้างขึ้นเพราะถูกความแรงของกระแสน้ำเซาะตลิ่งพัง
จึงกลายเป็นแม่น้ำและเกาะเกร็ดมีสภาพเป็นเกาะเช่นปัจจุบัน
วัดปรมัยยิกาวาส ตั้งอยู่ตำบลเกาะเกร็ด เยื้องท่าเรือสุขาภิบาลปากเกร็ดไปทางใต้ประมาณ
1 กิโลเมตร และอยู่ตรงข้ามกับท่าเรือวัดสนามเหนือเป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรวิหาร
สร้างแบบรามัญ เดิมวัดนี้เป็นวัดเก่าชื่อวัดปากอ่าว ในสมัยรัชกาลที่ 5
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งวัดและโปรดให้สร้างพระเจดีย์รามัญ
บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระราชทานนามวัดปรมัยยิกาวาส เนื่องจากศิลปะการสร้างมีลักษณะแบบมอญ
พระเจดีย์ทุกองค์สร้างแบบมอญ และพระพุทธรูปพระประธานในโบสถ์สลักด้วยหินอ่อนแบบมอญด้วย
จึงเรียกกันว่า วัดมอญ ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง และบานประตูหน้าต่างโบสถ์ประดับลายปูนปั้นสวยงาม
วัดเสาธงทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเกร็ด เป็นวัดโบราณเดิมชื่อ
วัดสวนหมาก ศิลปะสมัยอยุธยาที่มีเจดีย์ย่อมุมสิบสองขนาดใหญ่อยู่หลังโบสถ์
เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเขตอำเภอปากเกร็ด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่
มีเจดีย์องค์เล็กเป็นเจดีย์บริวารโดยรอบอีก 2 ชั้น ด้านข้างโบสถ์มีเจดีย์องค์ใหญ่อีก
2 องค์ องค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังกลมอีกองค์หนึ่งมีรูปแปลกมีฐานเหลี่ยม
องค์ระฆังทำเป็นทรงกลมสูง ภายในโบสถ์มีลายเพดานสวยงามมาก เป็นลายทองเขียนลายกรวยเชิงอย่างงาม
พระประธานเป็นพระปางมารวิชัย ปูนปั้น ขนาดใหญ่องค์หนึ่งในจังหวัดนนทบุรี
คนมอญเรียกวัดนี้ว่า เพ๊ยะอาล๊าต
วัดฉิมพลี ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเกร็ด มีโบสถ์ขนาดเล็กงดงามมาก
และยังมีสภาพสมบูรณ์แบบเดิมเป็นส่วนใหญ่ หน้าบันจำหลักไม้เป็นรูปเทพทรงราชรถล้อมรอบด้วยลายดอกไม้
ซุ้มประตูยอดมณฑป ซุ้มหน้าต่างแบบหน้านาง ยังคงให้เห็นความงามอยู่ ฐานโบสถ์โค้งแบบเรือสำเภา
วัดไผ่ล้อม เป็นวัดที่สร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเกร็ด
มีโบสถ์ที่งดงามมาก ลายหน้าบันจำหลักไม้เป็นลายดอกไม้ มีคันทวยและบัวหัวเสาที่งดงามเช่นกัน
หน้าโบสถ์มีเจดีย์ ขนาดย่อมสององค์ รูปทรงแปลก ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมสิบสอง
แต่องค์ระฆังทำเป็นรูปบาตรคว่ำ มียอดทรงกลม ประดับลายปูนปั้นอย่างสวยงามมาก
คนมอญเรียกวัดนี้ว่า เพ๊ยะโต้
ศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ ตั้งอยู่ที่ด้านซ้ายของวัดปรมัยยิกาวาส
ห่างจากวัดประมาณ 100 เมตร เป็นสถานที่แสดงภาชนะเครื่องปั้นดินเผาแบบรามัญรูปทรงต่าง
ๆ ฝีมือประณีตสวยงามเช่น หม้อน้ำ นอกจากนี้ยังมีการแสดงวิธีการปั้นและจำหน่ายสินค้าเครื่องปั้นดินเผาด้วย
เปิดให้ชมทุกวัน
หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่บริเวณสองข้างทางเดินรอบเกาะเกร็ดทั้งด้านซ้าย
และด้านขวาของวัดปรมัยยิกาวาส เป็นหมู่บ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผาภาชนะของใช้ในชีวิตประจำวัน
เช่น กระถาง ครก โอ่งน้ำ ฯลฯ แหล่งใหญ่และเก่าแก่ของจังหวัดนนทบุรี สามารถจะชมขั้นตอนต่าง
ๆ ในการทำเครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงวิธีการนำเข้าเตาเผา
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบางกรวย
วัดโพธิ์บางโอ ตั้งอยู่ตำบลวัดชะลอ เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยรัชกาล
ที่ 3 โดยกรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นสกุล เสนีวงศ์) พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง
บนฝาผนังซึ่งอยู่ระหว่างหน้าต่าง 10 หน้าต่าง มีภาพเขียนสีที่น่าสนใจอย่างมาก
เพราะเป็นภาพเขียนเกี่ยวกับปริศนาธรรมฝีมืองานจิตรกรรมของสกุลช่างชั้นสูงนนทบุรี
นอกจากนี้ที่หน้าบันพระอุโบสถยังทำเป็นเครื่องไม้จำหลักลวดลายงดงาม และที่ประตูด้านนอกมีตุ๊กตาหินพวกเซียนและตัวละครตั้งอยู่จำนวนหนึ่ง
ตลาดน้ำบางคูเวียง ตั้งอยู่ปากคลองบางคูเวียง ตำบลบางคูเวียง
ตลาดเริ่มตั้งแต่ 06.00 -08.00 น. ชาวบ้านจะนำผลไม้ตามฤดูกาลบรรทุกเรือมาค้าขายกันที่นี่
นอกจากนี้ยังมีอาหารและสินค้าอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน และทุกเช้าพระภิกษุจากวัดบริเวณใกล้เคียงจะออกบิณฑบาตโดยใช้เรือลำเล็ก
ๆ เป็นพาหนะ นับเป็นภาพชีวิตแบบไทยที่นับวันจะหาดูได้ยาก การเดินทางไปยังตลาดน้ำบางคูเวียงสามารถเดินทางไปได้หลายทาง
ดังนี้
1. โดยเรือโดยสารจากท่าน้ำวัดชะลอ
อำเภอบางกรวย ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 5 บาท เรือจะออกทุก
ๆ 15 นาที ระหว่างเวลา 05.00-20.00 น.
2. โดยเรือโดยสารจากท่าน้ำนนทบุรี
(ท่าพิบูลสงคราม 2) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 5 บาท กรณีเช่าเรือเหมาลำใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง
ค่าเช่าประมาณ 300 บาท
3. โดยเช่าเรือจากท่าช้าง
กรุงเทพฯ ใช้เส้นทางคลองบางกอกน้อย-คลองอ้อมตลาดน้ำ บางคูเวียง ใช้เวลาประมาณ
1 ชั่วโมง ค่าเช่าเรือประมาณ 300 บาท
สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบางใหญ่
วัดอัมพวัน เดิมชื่อ วัดบางม่วง เป็นวัดสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณรัชกาลพระเจ้าปราสาททอง
ตั้งอยู่ริมคลองแม่น้ำอ้อม ตำบลบางม่วง สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ หอไตรกลาง-น้ำ
เป็นสถาปัตยกรรมไทยที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นเรือนไม้ตั้งอยู่ในสระน้ำขนาดเล็ก
ตัวหอเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างโล่งไม่มีพื้นและฝา ชั้นบนเป็นตัวหอขนาด 2 ห้อง
ช่วงล่างเป็นลูกฟักกระดานดุน ตอนบนเป็นซี่ลูกกรงไม้กลึงเสากรอบประตูเป็นเสาหัวเม็ด
ประตูหูข้าง เครื่องลำยองเป็นไม้จำหลัก หลังคาซ้อน 2 ชั้น มีปีกนก 1 ชั้น
มุงกระเบื้องดินเผาใต้เชิงชาย และหน้าบันประดับไม้สลักลายรดน้ำ ฝาผนังด้านนอกทาสีลูกฟักด้วยสีแดง
ขอบขาว ตัวไม้เครื่องบันอื่นๆ ทาสีขาว ตัดเหลี่ยมสีแดง เสาลงพื้นสีขาวเขียนลายแดง
หน้าบานประตูเข้าในหอไตรเป็นบานไม้ลงรักปิดทองลายพุ่มข้าวบิณฑ์ และประจำยามก้านแย่ง
อกเลาเป็นไม้จำหลักลายดอกพุดตานลูกฟัก เหนือประตูเป็นภาพนกข้างละตัว เหนือขึ้นไปเป็นภาพพระอาทิตย์
พระจันทร์ ในห้องสะกัดท้ายหอไตรเป็นที่เก็บพาน ตะลุ่ม และ ฐานพระพุทธรูปไม้จำหลักเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีมณฑปพระพุทธบาท ภายในมีพระพุทธบาทจำลองทำด้วยโลหะประดิษฐานอยู่บนฐานปูน
และศาลาท่าน้ำที่งดงามมาก การเดินทางเข้าถึงวัดอัมพวันสามารถเดินทางได้ทั้งทางน้ำและทางบก
ดังนี้
ทางน้ำ โดยนั่งเรือโดยสารเป็นเรือหางยาว
จากท่าเรือบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ค่าโดยสาร
คนละ 5 บาท
ทางรถ โดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกบางบัวทอง-ตลิ่งชัน
แยกซ้ายมือที่ตำบลบางม่วง
ตัวอย่างแนะนำรายการท่องเที่ยว
รายการที่ 1
06.00 น. - ออกเดินทางจากท่าน้ำจังหวัดนนทบุรี
(ท่าน้ำพิบูลสงคราม) ชมทิวทัศน์ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าอำเภอเมือง
เลี้ยวขวาเข้าคลองบางกรวย ชมทิวทัศน์ 2 ฝั่งคลองบางกรวยและคลองบางกอกน้อย
สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมคลอง ซึ่งเป็นคลองที่สะอาดน้ำเปี่ยมฝั่ง
และภาพพระภิกษุพายเรือ ออกบิณฑบาตตามบ้านต่าง ๆ ตลอดแนว 2 ฝั่งคลอง
06.45 น. - ถึงตลาดน้ำบางคูเวียง ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย แวะชมการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า
ซึ่งชาวบ้านจะนำผลไม้ตามฤดูกาลอาหารแห้งและสินค้าอื่นๆ บรรทุกเรือมาขายกันที่นี่
รับประทานอาหารเช้าที่ตลาดน้ำแห่งนี้ แล้วเดินทางต่อไปยังวัดอัมพวัน ตำบลบางม่วง
อำเภอบางใหญ่ เพื่อชมศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนต้น ก่ออิฐสอดินยอด 7 ชั้น ประดับลายปูนปั้น
ย่อมุมไม้ 20 แล้วเดินทางต่อ
08.00 น. - ถึงสวนทุเรียนของนางไสว ทัศนียเวศน์ เลขที่ 55/2 หมู่
6 ตำบลบางรักน้อย อำเภอเมือง ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดขวัญเมืองชมสวนทุเรียนพันธุ์
ก้านยาว หมอนทอง กบ และรวง รวมทั้งมังคุด มะไฟ และซื้อกลับบ้าน
09.15 น. - กลับถึงท่าน้ำจังหวัดนนทบุรี
หมายเหตุ
ค่าเช่าเรือหางขาวขนาดจุ 10 คน ประมาณ 500 บาท
ตัวอย่างแนะนำรายการท่องเที่ยว
รายการที่ 2
08.00 น. - ออกเดินทางจากท่าเรือวัดสนามเหนือ
นั่งเรือข้ามฟากไปเกาะเกร็ดขึ้นเรือที่ท่าวัดปรมัยยิกาวาส ชมวัดปรมัยยิกาวาสซึ่งเป็นวัดมอญ
ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม เจดีย์ทรงรามัญ พิพิธภัณฑ์เก็บของใช้ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่
5
09.00 น. - เดินทางด้วยเท้าไปตามทางเท้ารอบเกาะ โดยหันหน้าไปทางหน้าวัดเพื่อเลี้ยวซ้ายประมาณ
100 เมตร แวะชมศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี (ศูนย์เครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน)
09.30 น. - เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา กระถาง ครก
ฯลฯ ชมขั้นตอนวิธีการปั้นตั้งแต่การเตรียมดิน ปั้น และนำเข้าเตาเผา และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กลับบ้าน
10.00 น. - เดินต่อไปวัดไผ่ล้อมซึ่งเป็นวัดมอญสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย
มีลายหน้าบันจำหลักไม้ เป็นลายดอกไม้สวยงาม และเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง
หมายเหตุ
มีที่จอดรถที่วัดสนามเหนือซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกับวัดปรมัยยิกาวาส
โดยเลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างห้างเจซี
ตัวอย่างแนะนำรายการท่องเที่ยว
รายการที่ 3
08.00 น. - ออกเดินทางจากสะพานพระราม
6 ไปวัดเขมาภิรตาราม ซึ่งเป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชมพระประธาน
โบสถ์ศิลปสมัยอยุธยา พระมหาเจดีย์ซึ่งบรรจุพระธาตุแท้ พระตำหนักแดงสร้างด้วยไม้
สถาปัตยกรรมไทยสวยงาม
09.00 น. - ถึงวัดโชติการามซึ่งเป็นวัดในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ชมพระอุโบสถฐานอ่อนโค้งทรงสำเภา
ลายหน้าบันจำหลักไม้รูปเสี้ยวกาง
09.30 น. - ถึงวัดปราสาทซึ่งสร้างในสมัยอยุธยา ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาติ
ฝีมือสกุลช่างชั้นสูงของนนทบุรี และโบสถ์ทรงหลังคาอ่อนโค้งแบบเรือสำเภา
10.30 น. - ถึงแหล่งเพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับพุทธรักษา กล้วยบัวปักษาสวรรค์
ชมและเลือกซื้อพันธุ์ไม้ที่สวนพุทธสุทธิพันธ์ เลขที่ 102/5 หมู่ 7 ตำบลมหาสวัสดิ์
11.00 น. - เดินทางต่อไปยังถนนสายดอกไม้ (ถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี)
แหล่งเพาะและจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับแหล่งใหญ่ของนนทบุรี ชมและเลือกซื้อพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับกลับบ้าน
ตัวอย่างแนะนำรายการท่องเที่ยว
รายการที่ 4
08.00 น. - ออกเดินทางจากอำเภอปากเกร็ดไปวัดตำหนักใต้
อำเภอท่าทราย ถนนสนามบินเป็นวัดเก่าแก่ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ
พระประธานปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย
08.30 น. - ถึงวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ชมบริเวณวัดอันเงียบสงบร่มรื่นไปด้วยหมู่แมกไม้และสนทนาธรรมกับพระเทพวิสุทธิเมธี
(ปัญญานันทภิกขุ) เฉพาะวันอาทิตย์และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
10.00 น. - ถึงสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีบึงน้ำขนาดใหญ่บริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่สวนหย่อม
น้ำพุกลางน้ำ และนาฬิกาแดดอันสวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ โดยสามารถนำอาหารไปรับประทานแบบปิคนิคได้
งานสงกรานต์ของชาวมอญ อำเภอปากเกร็ด
ที่เกาะเกร็ด จัดหลังจากวันที่ 13 เมษายน ไป 1 สัปดาห์ มีขบวนแห่และการละเล่นต่าง
ๆ แบบมอญ
งานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองนนท์
กำหนดจัดงานช่วงกลางเดือนเมษายน - ต้นมิถุนายนของทุกปี ที่บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลากลางเก่า
อำเภอเมือง มีการจำหน่ายผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับของนนทบุรี เช่น ทุเรียน
มังคุด กระท้อน มะไฟ มะม่วง ฯลฯ
ประเพณีการทำบุญตักบาตรพระร้อยแปด
เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านานแล้วในอำเภอบางกรวย โดยจัดขึ้นตามลำน้ำในคลองบางกอกน้อย
ซึ่งได้จัดขึ้นหลายวัดด้วยกันคือ วัดไทยเจริญ วัดบางไกรนอก วัดอุทยาน
และวัดบางไกรใน ในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 12 ประจำทุกปี
ประเพณีรำมอญ เป็นนาฎศิลป์ที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของมอญ
และยังคงเหลืออยู่สืบต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ลูกหลานมอญรุ่นหลัง ๆ นี้ยังคงได้รับการถ่ายทอดศิลปะนี้ไว้ด้วยดีตลอดมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปากเกร็ด พระประแดง และที่ปทุมธานี ยังมีผู้ที่รำมอญได้จำนวนมาก
ซึ่งรวมทั้งวงปี่พาทย์มอญที่บรรเลงประกอบการรำก็ยังคงมีอยู่หลายวงเช่นกัน
เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดนนทบุรี
เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นสวนผลไม้ชนิดต่าง ๆ แหล่งเพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ
ดังนั้นผลผลิตด้านการเกษตรพื้นเมืองที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายของจังหวัดนี้
จึงได้แก่ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง กบพันธุ์ต่าง ๆ มังคุด มะไฟ
มะพร้าวน้ำหอม กล้วยหอม ขนุน ส้มโอ มะม่วง มะปราง ฯลฯ สำหรับไม้ดอกไม้ประดับที่เพาะไว้จำหน่ายทั้งต้นและดอกได้แก่
เฟื่องฟ้า กล้วยไม้ หน้าวัว กุหลาบ ปักษาสวรรค์ พุทธรักษา ดอกบัว เฟิร์น
กล้วยบัว กระดังงา จำปี ดาหลา ฯลฯ นอกจากผลผลิตทางด้านเกษตรที่มีชื่อเสียงดังกล่าวแล้ว
จังหวัดนนทบุรียังเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาแหล่งใหญ่ที่ผลิตทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน
และเพื่อการประดับตกแต่งบ้านและสวน รวมทั้งของที่ระลึกเช่น หม้อน้ำศิลปแบบมอญ
ถ้วย ชาม กะทะ โอ่ง กระถาง และครก ฯลฯ แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาของจังหวัดนนทบุรีอยู่ที่ตำบลเกาะเกร็ด
อำเภอปากเกร็ด ตลอดแนวทางเดิน 2 ข้างทางบนเกาะเกร็ดนับตั้งแต่วัดปรมัยยิกาวาส
ไปทางด้านเหนือและด้านใต้จะมีบ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผาดังกล่าวอยู่หลายหมู่บ้าน
สวนเพาะพันธุ์พุทธรักษา ปักษาสวรรค์ กล้วยบัว และกระดังงา สวนพุทธสุทธิพันธุ์
102/5 หมู่ 7 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวย ของนายสุทธิพันธ์ บุญใจใหญ่
สวนไม้ตัดดอกดาหลา 49/9 หมู่ 1 ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย โทร.
433-3703 ของนายยวด ต่ายเทศ
สวนดอกหน้าวัว เฟิร์น 35/1 หมู่ 4 ซอยวัดรวก ตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย
โทร. 435-8898 ของนายสมพงษ์ ทับพุ่ม
สวนทุเรียน 55/2 หมู่ 6 ตำบลบางรักน้อย คลองอ้อม ตรงข้ามวัดขวัญเมือง
อำเภอเมือง ของนางไสว ทัศนียเวศ
แหล่งเพาะพันธุ์เฟื่องฟ้าและไม้ดอกไม้ประดับอื่น
ๆ
บริเวณ 2 ข้างทางริมถนนสายตลิ่งชัน -สุพรรณบุรี
หรือที่เรียกกันว่า ถนนสายดอกไม้ ที่ผ่านท้องที่อำเภอบางกรวย และอำเภอบางใหญ่
นอกจากบริเวณริมถนนสายดอกไม้นี้แล้วในพื้นที่เขตอำเภอบางกรวย และอำเภอบางใหญ่ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ขายไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดแหล่งใหญ่ของจังหวัดนนทบุรี
สำนักงานจังหวัด โทร. 580-0705-6
ศูนย์แนะนำข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี และ ประชาสัมพันธ์จังหวัด
โทร. 580-0721 -2
เกษตรจังหวัด โทร. 589-2134, 585-2637, 585-8275
ขนส่งจังหวัด โทร. 589-1560, 521-2056, 589-5656
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานภาคกลางเขต 6 108/22 หมู่ 4 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา
จ.พระนครศรีอยุธยา 13000 โทร. (035) 246-076-7 โทรสาร (035) 246-078
(พื้นที่รับผิดชอบ : พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ปทุมธานี
นนทบุรี)
|