ะเชิงเทราหรือแปดริ้ว เป็นจังหวัดในภาคกลาง มีประวัติปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและลำคลองทั่วไป โดยมี “หลวงพ่อโสธร” เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว ในอดีตฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวาอยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ต่อมาได้ขึ้นอยู่ในสังกัดกรมมหาดไทย และคงอยู่เช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดินใหม่ เมืองฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองๆ หนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด เรียกว่า “จังหวัดฉะเชิงเทรา” คำว่า “ฉะเชิงเทรา” เป็นภาษาเขมร แปลว่า คลองลึก ส่วนชื่อ “แปดริ้ว” นั้น ได้มาจากคำบอกเล่าต่อกันมาว่า ในเมืองนี้มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม เมื่อนำมาตากทำเป็นปลาแห้งจะต้องแล่เนื้อปลาถึง 8 ริ้ว ปัจจุบันฉะเชิงเทรามีพื้นที่ 5,351 ตารางกิโลเมตร   ทิศเหนือติดต่อกับจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก   ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรี   ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว   ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพฯ

การเดินทาง
ทางรถยนต์ รถยนต์ส่วนบุคคล สามารถไปได้หลายเส้นทาง ได้แก่ - สายกรุงเทพฯ-มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ทางหลวงหมายเลข 304 - สายกรุงเทพฯ-บางนา-บางบ่อ-บางปะกง ทางหลวงหมายเลข 34 เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 314 สายบางปะกง-ฉะเชิงเทรา - สายกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ-บางปะกง ทางหลวงหมายเลข 3 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 314 สายบางปะกง-ฉะเชิงเทรา
ทางรถประจำทาง รถโดยสารประจำทาง มีบริการรถโดยสารออกจาก 2 สถานี ได้แก่ - สถานีขนส่งสายเหนือ ถ.กำแพงเพชร 2 รถธรรมดา ออกทุก 20 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. รถปรับอากาศออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. รายละเอียดติดต่อ โทร. 936-3660, 936-3666 - สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) รถธรรมดาออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 05.40-19.00 น. รถปรับอากาศออกทุก 40 นาที ตั้งแต่เวลา 06.30-21.00 น. รายละเอียดติดต่อ โทร. 391-8097, 391-2504
ทางรถไฟ รถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพง กรุงเทพฯ ไปฉะเชิงเทราทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-15.25 น. วันละ 9 เที่ยว รายละเอียดติดต่อ โทร. 223-7010, 223-7020
สถานที่ท่องเที่ยว

          สถานที่ที่น่าสนใจในเขตอำเภอเมือง

           วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า “วัดหงส์” สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่าได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพระอุโบสถหลังเก่าของวัดมีสภาพทรุดโทรม และคับแคบ ทางคณะกรรมการวัดจึงมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า และสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้ ณ อาคารชั่วคราว เพื่อเปิดให้ประชาชนได้มานมัสการตามปกติ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ในบริเวณวัดโสธรฯ มีบริการร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง และบริเวณท่าน้ำของวัดมีบริการเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารระหว่างตลาดในตัวเมืองและวัดโสธรฯ ค่าโดยสารตลอดเส้นทางคนละ 30 บาท หรือจะเช่าเรือล่องลำน้ำบางปะกง อัตราค่าเช่าเรือตามแต่จะตกลงกันตามจำนวนผู้โดยสารและระยะทาง (ประมาณชั่วโมงละ 200 บาท)

          วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลท่าใหม่ ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ รูปปั้นขนาดใหญ่ของจตุโลกบาล และเทวรูปจีนอ้วยโห้ซึ่งแต่งกายชุดนักรบ นอกจากนี้มีวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์ วิหารเจ้าแม่กวนอิม วิหารว่องอ้วนตี่ วิหารตี่ซังอ๋อง และสระนทีสวรรค์ เป็นต้น

          วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง) ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ ใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่ เป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน ภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้า เดิมเป็นวัดจีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนไปแล้ว เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “เจ้าพ่อซำปอกง” ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น คือที่วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน มานมัสการอยู่เป็นประจำ

           ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่แนวเดียวกับป้อมเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากถนนเล็กน้อย ภายในศาลมีเสาหลักเมืองยอดหัวเห็ดและพระพุทธรูป เป็นศาลหลักเมืองที่มีลักษณะแปลกกว่าศาลหลักเมืองจังหวัดอื่นๆ คือมีลักษณะเป็นศิลปะจีน คล้ายกับศาลเจ้าจีน

           วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์) ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อมๆ กับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง ในปี พ.ศ. 2377 โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า วัดเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์” ซึ่งแปลว่าวัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง

           ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ในเขตเทศบาลเมือง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน และในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ (พ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวเมือง) ปัจจุบันบริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง ส่วนด้านหลังกำแพงเป็นที่ประดิษฐานศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งมีพระพุทธรูปและปืนใหญ่โบราณเก็บรักษาอยู่

           สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ฉะเชิงเทรา (เขตการศึกษา 12) ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด มีลักษณะเป็นสวนพื้นบ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ กลางสวนมีบึงขนาดใหญ่ มีต้นไม้ตลอดริมบึง

          ลำน้ำบางปะกง มีต้นกำเนิดจากทิวเขาสันกำแพงบนที่ราบสูงโคราช ไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรี (เรียกว่าแม่น้ำปราจีนบุรี) อำเภอบางน้ำเปรี้ยว (เรียกว่าแม่น้ำแปดริ้ว) อำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง รวมระยะทาง 230 กิโลเมตร รายการท่องเที่ยวทางเรือในแม่น้ำบางปะกงที่นิยมจัดกัน เริ่มจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไปขึ้นฝั่งที่วัดโพธิ์ อำเภอบางคล้า ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง มีเรือด่วนแวะรับผู้โดยสารตามเส้นทางนี้เป็นระยะ หรือจะเช่าเรือหางยาวขนาดจุ 8-10 คน จากท่าเรือหน้าตลาดในตัวเมืองหรือท่าเรือหน้าตลาดบางคล้า หรือท่าน้ำวัดโสธรฯ อัตราค่าเช่าเรือแล้วแต่จะตกลงกันตามจำนวนผู้โดยสารและระยะทางที่เดินทาง ระหว่างล่องเรือจะได้ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ ส่วนใหญ่เป็นสวนผักและสวนผลไม้ เช่น สวนมะม่วง สวนมะพร้าว มีตลาดเล็กๆ ริมแม่น้ำ เช่น ตลาดบ้านใหม่ และตลาดบ้านหมู่ ที่ยังมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไทย บ้านเรือนทั้งแบบสมัยใหม่และสมัยโบราณ รวมทั้งวัดต่างๆ


          สถานที่ที่น่าสนใจในเขตอำเภอบางคล้า

           วัดโพธิ์บางคล้า อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 23 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ 17 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3121 ไปอีก 6 กิโลเมตร เข้าตัวอำเภอบางคล้า ผ่านศาลเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร หรือสามารถเดินทางโดยทางเรือจากตลาดตัวเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งท่าเรือจะอยู่บริเวณด้านหลังของห้างตะวันออกพลาซ่ามาขึ้นที่ท่าน้ำของวัดก็ได้ วัดโพธิ์บางคล้าเป็นวัดที่น่าชมอย่างยิ่ง เนื่องจากต้นไม้ใหญ่ทุกต้นในบริเวณวัดเต็มไปด้วยค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับแสนตัว ค้างคาวแม่ไก่มีปีกสีดำ หน้าตาเหมือนสุนัขป่า คือ มีจมูกและใบหูเล็ก ตาใหญ่ ขนสีน้ำตาลแกมแดง ในเวลากลางวันจะเกาะห้อยหัวลงตามกิ่งไม้อยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ ยามพลบค่ำก็ออกไปหากิน เป็นที่น่าแปลก ว่าแม้ค้างคาวพวกนี้จะกินผลไม้เป็นอาหาร แต่ไม่เคยไปทำความเสียหายให้กับสวนผลไม้ของชาวบางคล้าเลย

          ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ในตัวอำเภอบางคล้า สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทางทัพผ่านในการกอบกู้เอกราชหลังเหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหน้านั้นเคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะของพระองค์เมื่อสู้รบกับพม่าที่บริเวณนั้น ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชนี้ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2531


          สถานที่ที่น่าสนใจในเขตอำเภอพนมสารคาม

           เขาหินซ้อน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ 53 อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 53 กิโลเมตร เป็นภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อยรูปทรงต่างๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บริเวณเขาหินซ้อนจัดเป็น “สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ” เป็นที่ตั้งของ ศาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ซึ่งประดิษฐานพระบวรราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศาลนี้เมื่อปี พ.ศ. 2522 ด้านหลังของศาลนี้เป็นที่ตั้งของวัดเขาหินซ้อน

           ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 กิโลเมตรที่ 51-52 ในเขตตำบลเขาหินซ้อนและตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 1,929 ไร่ เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ โดยความร่วมมือทั้งจากส่วนราชการและเอกชน มีการจำแนกพื้นที่ภายในศูนย์เพื่อทำการสาธิตลักษณะงานต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปลูกพืช การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร โดยจัดตั้งเป็น “สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก” เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชต่างๆ ทั้งสมุนไพรและต้นไม้หายาก ได้แก่ ต้นลาพรรษาและต้นชมพูภูคา ซึ่งขณะนี้พบได้ที่นี่แห่งเดียวในโลก ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศการบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่างๆ ทางศูนย์ฯ มีที่พักสำหรับเยาวชนที่มาทัศนศึกษาได้ประมาณ 120-150 คน ติดต่อล่วงหน้าหรือทำหนังสือถึงพัฒนาชุมชน จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือที่หน่วยงานรวมศูนย์พัฒนาเขาหินซ้อน โทร. (038) 599009 และสำหรับผู้ที่จะเข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องการเจ้าหน้าที่นำชม ต้องทำหนังสือติดต่อล่วงหน้าที่นี่เช่นเดียวกัน


          สถานที่ที่น่าสนใจในเขตอำเภอบางปะกง

          เขาดิน อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไปตามลำน้ำบางปะกงประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าคลองอ้อมไปอีก 2 กิโลเมตร สองฝั่งคลองเป็นป่าจาก มีบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งอยู่เป็นระยะ ลักษณะของเขาดินเป็นเนินหินแกรนิตอย่างหินเขาสามมุข สูงประมาณ 15 เมตร ตั้งอยู่โดดเดี่ยวล้อมรอบด้วยทุ่งนาและป่าจากบนยอดเขาซึ่งมีต้นไม้ขนาดเล็กขึ้นอยู่นั้น เป็นที่ตั้งของ “วัดเขาดิน” หรือ “วัดปถวีปัพตาราม” ภายในวัดมีมณฑปร้างเหลือแต่อิฐสีแดงอยู่หลังหนึ่งเก่าแก่มาก เข้าใจว่าเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท


          สถานที่ที่น่าสนใจในเขตอำเภอสนามชัยเขต

           อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลลาดกระทิง ห่างจากที่ว่าการอำเภอไป 9 กิโลเมตร ตามเส้นทางพนมสารคาม-หนองคอก จากนั้นจะมีแยกเข้าไปทางขวามืออีก 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง


          สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตกิ่งอำเภอท่าตะเกียบ

            เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ 643,750 ไร่ ตั้งอยู่ในใจกลางขอพื้นที่ป่าผืนใหญ่ซึ่งเป็นรอยต่อ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และปราจีนบุรี อันเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชันไม่มากนัก โดยทั่วไปมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 30-150 เมตร มีพื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา คลองโตนดในจังหวัดจันทบุรี และแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง บริเวณป่ามีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกพันธุ์ต่างๆ นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤาไน ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าประมาณ 2 กิโลเมตร การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม จากอำเภอพนมสารคามใช้เส้นทางหมายเลข 3245 ถึงกิ่งอำเภอท่าตะเกียบ จากนั้นไปตามเส้นทางราดยางสู่บ้านหนองคอก ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางสู่อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้วอีกประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องขออนุญาตจากกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ โดยติดต่อไปที่ 579-4847

            งานนมัสการหลวงพ่อโสธร ปีหนึ่งมี 3 ครั้ง มีกำหนดทางจันทรคติดังนี้
               งานเทศกาลกลางเดือน 5 เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 15 ค่ำ ถึง แรม 1 ค่ำ รวม 3 วัน 3 คืน ถือว่าเป็นงานฉลองสมโภชในวันที่อาราธนาหลวงพ่อโสธรขึ้นจากน้ำมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้
               งานเทศกาลกลางเดือนสิบสอง เริ่มงานวันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำเนื่องมาจากในปี พ.ศ. 2433 เกิดโรคฝีดาษระบาดไปทั่ว ชาวบ้านจึงบนบานต่อหลวงพ่อโสธรขอให้หาย และได้จัดพิธีสมโภชจนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมา ปัจจุบันทางจังหวัดฉะเชิงเทราและทางวัดโสธรฯ ได้ร่วมกันจัด “งานนมัสการพระพุทธโสธรและงานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา” ขึ้นเป็นประจำทุกปี มีการเฉลิมฉลองและการจัดขบวนแห่หลวงพ่อโสธรจำลองทั้งทางบกและทางน้ำ เป็นงานประจำปีครั้งใหญ่ของจังหวัด
               งานเทศกาลตรุษจีน จัดโดยสมาคมชาวจีน พร้อมด้วยพ่อค้า ข้าราชการ และประชาชนในจังหวัด เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 5 ค่ำ (ปีใหม่ตามจันทรคติของจีน) รวม 5 วัน 5 คืน

   
      งานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา จะจัดขึ้นพร้อมๆ กับงานนมัสการพระพุทธโสธร ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยจัดขึ้น ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

          งานวันมะม่วง จะจัดขึ้นประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่มะม่วงให้ผลผลิตออกสู่ตลาด งานจัดขึ้นบริเวณวัดโสธรฯ และหน้าที่ว่าการอำเภอบางคล้า ในงานจะมีการแสดงการจำหน่ายและการประกวดมะม่วง และการออกร้านจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ ด้วย

            สถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โทร. 511115
            โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา โทร. 511033
            สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 511077
            สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา โทร. 511007
            สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 512520
            การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8 182/88 หมู่ 1 ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000 โทร. (037) 312282, 312284 โทรสาร (037) 312286 พื้นที่ความรับผิดชอบ : นครนายก สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา

  สนับสนุนข้อมูลโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย