ราด เป็นจังหวัดชายแดนเล็ก ๆ สุดด้านชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย สันนิษฐานกันว่า ”ตราด” เพี้ยนมาจากคำว่า “กราด” ซึ่งเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ใช้ทำไม้กวาดและรอบเมืองตราดในสมัยก่อนนั้นก็มีต้น “กราด” ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยพระนเรศวรมหาราช “ตราด” มีชื่อในขณะนั้นว่า “บ้านบางพระ” ใน ร.ศ. 112 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศส ยอมยกดินแดนจังหวัดตราดและเกาะช้างทั้งหมดตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) ให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อให้ฝรั่งเศสถอนทหารออกจากจันทบุรี ต่อมาในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 ได้ยอมยกดินแดนเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตรให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเอาเมืองตราด เกาะต่างๆ ตั้งแต่แหลงสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด กับเมืองด่านซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำโขงคืนมา โดยฝ่ายไทยมีพระยามหาอำมาตยาธิบดี ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระยาศรีเทพตำแหน่งปลัดทูลฉลอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าผู้แทนรัฐบาลไทยฝ่ายฝรั่งเศสมีมองซิเออร์รูซโซเรซิดังเป็น หัวหน้าผู้แทนรัฐบาลฝรั่งเศส ได้กระทำพิธีส่งและรับมอบกัน ณ ศาลากลางจังหวัด และฝรั่งเศสยอมถอนทหารออกไป เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 ชาวจังหวัดตราดได้ถือเอาวันที่ 23 ของทุกปีเป็นวัน “ตราดรำลึก” วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 ช่วงระหว่างสงครามอินโดจีน เรือรบฝรั่งเศสล่วงล้ำน่านน้ำด้านจังหวัดตราด กองเรือรบราชนาวีไทยได้เข้าขัดขวางเกิดการยิงต่อสู้กัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม “ยุทธนาวีที่เกาะช้าง” โดยฝ่ายไทยสามารถขับไล่ข้าศึกให้ล่าถอยไปได้แต่ต้องสูญเสียเรือรบหลวงไป 3 ลำ คือ เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงธนบุรี รวมทั้งทหารอีกจำนวนหนึ่ง ในวันที่ 17 มกราคมของทุกปี กองทัพเรือจึงถือเป็นวันทำบุญประจำปีเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ทหารเรือไทยที่ได้สละชีวิตในการปฏบัติหน้าที่ เพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในครั้งนั้น

          
     ตราด อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 315 กิโลเมตร มีพื้นที่ 2,819 ตารางกิโลเมตร
                    ทิศเหนือ จดจังหวัดจันทบุรี และราชอาณาจักรกัมพูชา
                    ทิศใต้ จดอ่าวไทย
                    ทิศตะวันออก จดราชอาณาจักรกัมพูชา มีทิวเขาบรรทัดเป็น เส้นกั้นเขตแดนตั้งแต่ตอนกลางของจังหวัดลง มาตลอดด้านตะวันออก ระยะทางประมาณ 165 กิโลเมตร
                    ทิศตะวันตก จดจังหวัดจันทบุรีที่แม่น้ำเวฬุเป็นเส้นกั้นเขตแดน

               จากการที่หมู่เกาะช้างเป็นเกาะซึ่งมีทะเลล้อมรอบทำให้อุณหภูมิบริเวณเกาะช้างเหมาะแก่การพักผ่อน คือ ไม่ร้อนจัด หรือหนาวจนเกินไป สำหรับอิทธิพลจากมรสุมนั้น เกาะช้างได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จากอิทธิพลดังกล่าวทำให้เกิดข้อจำกัดในการเดินทางด้วยเรือบริเวณเกาะช้างคือ ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประมาณเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ชายฝั่งด้านตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมจะเป็นคลื่นลมแรง ไม่สามารถเดินทางด้วยเรือได้ หลังเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่มีคลื่นน้อยที่สุด ฉะนั้นการเดินทางไปเกาะช้าง หรือหมู่เกาะต่างๆ ค่อนข้างจะสะดวก พื้นที่บางส่วนของจังหวัดเป็นเกาะอยู่ในทะเลอ่าวไทยโดยส่วนมาก ทำให้ตราดมีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวทางทะเลอยู่มากโดยมีเกาะถึง 52 เกาะ

               การเดินทางภายในจังหวัด (ขึ้นรถได้ที่หน้าตลาดสดเทศบาล)
               ตราด-แหลมงอบ ระยะทาง 19 กิโลเมตร รถออกตั้งแต่เวลา 05.00-20.30 น. ค่าโดยสารประมาณ 15 บาท
               ตราด-คลองใหญ่ ระยะทาง 75 กิโลเมตร รถออกตั้งแต่เวลา 05.00-20.30 น. ค่าโดยสารประมาณ 35 บาท
               ตราด-แหลมศอก ระยะทาง 28 กิโลเมตร รถออกตั้งแต่เวลา 05.00-19.50 น. ค่าโดยสารประมาณ 15 บาท
               ตราด-เขาสมิง-บ่อไร่ ระยะทาง 53 กิโลเมตร รถออกตั้งแต่เวลา 05.00-19.10 น. ค่าโดยสารประมาณ 30 บาท
               ตราด-เขาสมิง-แสนตุ้ง-ท่าจอด ระยะทาง 24 กิโลเมตร รถออกตั้งแต่เวลา 05.50-19.30 น. ค่าโดยสารประมาณ 15 บาท จากตัวเมืองไปยังสถานที่ต่างๆ สามารถเช่าเหมารถสองแถวราคาแล้วแต่จะตกลงกันตามความเหมาะสม

การเดินทาง
ทางรถยนต์ ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 2 สาย คือ
     1. สายบางนา-ตราด (เส้นทางหลวงหมายเลข 3) ผ่านชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทางประมาณ 385 กิโลเมตร
     2. สายบางนา-ชลบุรี-แกลง-จันทบุรี-ตราด (เส้นทางหลวงหมายเลข 344) ระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร
ทางรถประจำทาง ทางรถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท รถโดยสารปรับอากาศออกจากสถานีเอกมัย ตั้งแต่เวลา 07.00-23.30 น. รถออกทุกชั่วโมง อัตราค่าโดยสารเที่ยวเดียว 140 บาท ไป-กลับ 264 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 391-4164, 391-2504 นอกจากนี้ยังมีบริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ ได้แก่ สหมิตร-เชิดชัยทัวร์ โทร. 391-2237 ตราด โทร. (039) 511062, โชคอนุกูล โทร. 392-7680 ตราด โทร. (039) 511587, ศุภรัตน์ทัวร์ โทร. 391-2331 ตราด โทร. (039) 511481 รถโดยสารธรรมดาออกจากสถานีเวลา 03.00, 05.00, 12.30 และ 23.00 น. อัตราค่าโดยสาร 78 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 391-2504
สถานที่ท่องเที่ยว

    สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเมือง

          วัดบุปผาราม (วัดปลายคลอง) ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ถนนพัฒนาการปลายคลอง ตำบลวังกระแจะ ออกจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ตรงข้ามโรงพยาบาลตราด เลี้ยวแยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงวัดบุปผาราม วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2195 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สมัยอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจของวัด คือ พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปเก่าแก่ปางต่างๆ ตลอดจนโบราณสถาน อาทิ หอสวดมนต์ วิหาร หอระฆัง และกุฏิเล็กทรงไทย
          วัดโยธานิมิตร หรือวัดโบสถ์ ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล 4 ตรงสามแยกที่ใกล้กับศาลหลักเมือง วัดนี้เคยใช้เป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงมารวบรวมรี้พลที่วัดนี้ภายหลังที่กรุงศรีอยุธยาได้เสียแก่พม่า สิ่งที่น่าสนใจ คือ ภาพจิตรกรรมภายในอุโบสถหลังเก่า
          ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่บนถนนหลักเมืองใกล้วัดโยธานิมิตร มีความแปลกจากศาลหลักเมืองอื่นๆ คือ ตัวอาคารก่อสร้างในลักษณะเก๋งจีนสันนิษฐานว่า พระเจ้าตากสินมหาราชเป็นผู้สร้างไว้ เมื่อครั้งมารวบรวมรี้พลกอบกู้เอกราชที่ตราด มีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อฝรั่งเศสยึดเมืองตราดนั้น สังเกตเห็นชาวเมืองตราดพากันไปไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองอยู่เป็นประจำ เลยจะถอนเสาหลักเมืองทิ้ง โดยให้คนไปขุด แต่ถอนเสาหลักเมืองไม่ขึ้น ครั้นเอาช้างมาดึงเสาหลักเมืองก็ไม่ล้มเพียงแต่เอนไปเล็กน้อยซึ่งต่อมาชาวเมืองตราดได้บูรณะให้คงสภาพดี และศาลหลักเมืองนี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดตราดเป็นอย่างมาก
          เรสิดังต์กัมปอด ตั้งอยู่บนถนนหลักเมืองในเขตเทศบาลเมืองตราด เป็นจวนผู้ว่าราชการสมัยฝรั่งเศสยึดครองจังหวัดตราด เป็นอาคารสูง 3 ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม เคยใช้เป็นสถานที่ราชการ ปัจจุบันสภาพอาคารค่อนข้างทรุดโทรม
          แหลมศอก จากถนนสายตราด แหลมงอบ ไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีถนนเลี้ยวซ้ายไปบริเวณแหลมศอก ระยะทาง 24 กิโลเมตร แหลมศอกมีหาดทรายที่น่าสนใจ และมีหมู่บ้านชาวประมงที่น่าไปเยือน คือ หมู่บ้านแหลมหินและหมู่บ้านอ่าวช่อ นอกจากนี้บริเวณแหลมศอกยังเป็นที่ตั้งของศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งชาวตราดเคารพสักการะโดยทั่วไป
          หาดลานทราย แยกขวาตามเส้นทางไปคลองใหญ่ หลักกิโลเมตรที่ 31-32 ถนนตราด-คลองใหญ่ ตำบลแหลมกลัด เข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณหาดมีที่พักไว้บริเวณหาดมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน
          วัดสะพานหิน ตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 31-32 ถนนตราด-คลองใหญ่ (ทางหลวงหมายเลข 318) ตามเส้นทางไปคลองใหญ่ มีทางแยกทางซ้ายมือจากถนนเข้าสู่วัด วัดนี้ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี กลางสระน้ำมีโบสถ์เก่าแก่ และอยู่ห่างวัดประมาณ 1 กิโลเมตร มีสันหินเชื่อมสองฝั่งคลองใช้เป็นทางคมนาคม
          ศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน ตั้งอยู่ถนนตราด-คลองใหญ่ กิโลเมตรที่ 48 ในอดีตสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน ช่วยเหลือชาวเขมรอพยพ จนเมื่อชาวเขมรอพยพแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา ศูนย์นี้จึงปิดไปเมื่อ พ.ศ. 2529 ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทยเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา จึงได้จัดสร้างศาลาราชการุณย์ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยโครงการพัฒนาศูนย์สภากาชาดไทยที่บ้านเขาล้าน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ภายในศาลาราชการุณย์ จะประกอบไปด้วยรูปปั้นจำลองขนาดเท่าของจริงเขมรอพยพในรูปแบบต่างๆ และนิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ส่วนด้านหลังจะเป็นหาดทรายบรรยากาศเงียบสงบ และมีที่พักไว้รองรับสำหรับผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน โทร. (039) 521-621

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอคลองใหญ่

          หาดทรายงาม แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข 318 ตรงกิโลเมตรที่ 37-38 เข้าไป 300 เมตร
          หาดทรายแก้ว แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข 318 ตรงกิโลเมตรที่ 41-42 เข้าไป 200 เมตร
          หาดไม้รูด (หาดสำราญ) แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข 318 ตรงกิโลเมตรที่ 57-58 เข้าไป 5 กิโลเมตร ทางลงหาดอยู่หน้าศาลาประชาคม มีบังกะโลให้เช่า
          หาดบานชื่น ตั้งอยู่ก่อนถึงอำเภอคลองใหญ่ ระหว่างกิโลเมตรที่ 59-60 มีทางแยกขวามือเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร เดิมชื่อ หาดมะโร ต่อมาเจ้าของได้บริจาคที่ดินบริเวณหน้าหาดจำนวน 14 ไร่ ให้กับทางจังหวัด เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อปี พ.ศ. 2527 ขณะที่นายทองดำ บานชื่น เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตราด หาดบานชื่นเป็นหาดที่มีทรายละเอียด ขาว คลื่นลมสงบ เล่นน้ำทะเลได้ มีบังกาโลให้เช่าบริเวณชายหาด
          ส่วนที่แคบที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่บ้านโขดทราย หมู่ที่ 2 ตำบลหาดเล็ก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 81-82 มีความกว้างเพียง 450 เมตร มีโครงการสร้างเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน
          บ้านหาดเล็ก ตั้งอยู่ที่บ้านหาดเล็ก ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ เป็นหมู่บ้านสุดชายแดนประเทศ อยู่ปลายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 318 ห่างจากอำเภอคลองใหญ่ 16 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 89 กิโลเมตร จากจุดนี้จะมองเห็นทัศนียภาพของประเทศกัมพูชา นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเช่าเรือไปยังเกาะกงของกัมพูชาได้ อัตราค่าเช่าเรือเหมาลำไป-กลับ ประมาณ 800 บาท หรือ 100 บาท/คน/เที่ยว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเขาสมิง

          วัดเมืองเก่าแสนตุ่ม และโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านอีเร็ม ตำบลประณีต อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาสมิงประมาณ 38 กิโลเมตร การเดินทางไปโบราณสถานแห่งนี้ เริ่มจากทางแยกแสนตุ้งไปตามถนนจินตกานนท์ (แสนตุ้ง-บ่อไร่) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 18.5 จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านตาพลาย อีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายบ้านนามะขาม บ้านอีเร็ม (ถนน รพช. หมายเลข 11001) ระยะทาง 9 กิโลเมตร จะถึงวัดเมืองเก่าแสนตุ่ม วัดนี้เป็นวัดที่มีความร่มรื่น ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนและการปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ทางวัดยังได้ให้ความร่วมมือกับกรมป่าไม้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ส่วนบริเวณวัดด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ ที่คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล มีความเชื่อว่าใต้พื้นบริเวณโบราณสถานมีสมบัติเป็นแสนตุ่ม อันเป็นที่มาของชื่อวัดแสนตุ่ม โบราณสถานเขาโต๊ะโมะ มีลักษณะเป็นเนินดิน มีต้นไม้ปกคลุม มีแท่งหินวางอยู่เรียงราย หินเหล่านี้มีสีน้ำตาลเข้ม เป็นรูปสี่เหลี่ยมตั้งแต่สี่เหลี่ยมถึงเก้าเหลี่ยม ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 150 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร ถึง 20 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 10 กิโลกรัมถึง 100 กิโลกรัม การวางเรียงซ้อนของหินคล้ายเทวสถานหินบางก้อนเมื่อเคาะจะมีเสียงดังกังวานเหมือนเคาะระฆัง

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบ่อไร่

          น้ำตกเขาสลัดได ตามถนนสายจินตกานนท์ (แสนตุ้ง-บ่อไร่) ประมาณกิโลเมตรที่ 25 มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกเขาสลัดได ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร บริเวณรอบๆ น้ำตก มีป่าเขาและธรรมชาติสวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
          ตลาดพลอย เป็นแหล่งผลิตพลอยแดงและโกเมนของภาคตะวันออก ก่อนส่งไปเจียระไนที่จังหวัดจันทบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 65 กิโลเมตร ตลาดพลอยที่น่าสนใจ ได้แก่ ตลาดพลอยหัวทุ่ง ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ่อไร่ 1 กิโลเมตร ตลาดพลอยที่บ้านหนองบอน ตลาดพลอยบ้านสระใหญ่ และบริเวณคลองยอ มีการซื้อขายพลอยระหว่าง 07.00-10.00 น. และ 13.00-15.00 น. ทุกวัน

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอแหลมงอบ

          แหลมงอบ อยู่ห่างจากจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 3148 ประมาณ 17 กิโลเมตร มีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 500 เมตร สามารถเช่าเรือไปเที่ยวเกาะต่างๆ ได้เช่น เกาะช้าง เกาะกระดาด เกาะกูด เกาะแรด ฯลฯ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถหาซื้อของที่ระลึกจำพวก กะปิ น้ำปลา กุ้งแห้ง และงอบแบบต่างๆ ได้จากร้านค้าทั่วไปในเขตอำเภอแหลมงอบ
          บ้านน้ำเชี่ยว อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามทางสายตราด-แหลมงอบ ประมาณ 8 กิโลเมตร มีชื่อเสียงในการทำงอบ ซึ่งเรียกว่า “งอบน้ำเชี่ยว” อันเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของจังหวัดตราด ที่สืบทอดมาแต่โบราณนอกจากงอบแล้ว บ้านน้ำเชี่ยวยังมีผลิตผลจากการประมง เช่น กะปิ น้ำปลา กุ้งแห้ง ฯลฯ ไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวด้วย
          อ่าวตาลคู่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3156 เลยทางแยกเข้าเกาะปุยประมาณ 5 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร ชายหาดอ่าวตาลคู่เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อน เพราะมีความสวยงามและอากาศดี ชาวจังหวัดตราดนิยมไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด มีร้านจำหน่ายอาหาร
          เกาะปุย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งแวดล้อมด้วยธรรมชาติงดงาม บรรยากาศร่มรื่นเป็นอิสระ อยู่ใกล้ฝั่ง การเดินทางสะดวกปลอดภัยทุกฤดูกาลที่เกาะปุยประกอบด้วยเนินเขา มีสวนมะพร้าว สมุนไพรนานาชนิดและบ่อดินสอพองที่ได้รับการกล่าวถึงเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสตราด หาดที่เกาะปุยมีลักษณะเลนปนทราย จึงไม่เหมาะสำหรับว่ายน้ำ แต่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสงบและต้องการพักผ่อนเงียบๆ การเดินทางไปเกาะปุยควรไปเช่าเรือจากแหลมงอบ หากมีรถเองควรไปขึ้นเรือที่แหลมอวน โดยใช้เส้นทางตราด-แหลมงอบ 15 กิโลเมตร จะมีปั๊มน้ำมัน ปตท. อยู่ทางขวามือแล้วมีทางแยกเข้าทางลูกรังประมาณ 5 กิโลเมตร มีป้ายบอกชื่อแหลมอวนอยู่ทางซ้ายเข้าไป 500 เมตร สามารถหาเรือข้ามฟากไปยังเกาะปุยและมีบริเวณรับฝากรถ ค่าเช่าเรือไป-กลับ แหลมอวน-เกาะปุย เหมาลำประมาณ 200-300 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น
          อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง จัดสร้างขึ้นบริเวณชายทะเลแหลมงอบ มีอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผันพระพักตร์ไปยังบริเวณยุทะนาวีเกาะช้าง องค์ประกอบของบริเวณมีการจัดบริเวณ และอาคารพิพิธภัณฑ์คล้ายเรือรบอนุสาวรีย์เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดตราด และเมืองใกล้เคียง จะมีงานฉลองระหว่างวันที่ 17-21 มกราคม ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงการทำยุทธนาวีของกองทัพเรือไทย

สถานที่น่าสนใจ ในเขตกิ่งอำเภอเกาะช้าง

          อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่สี่ มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 650 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 47 เกาะเรียงรายตั้งแต่เขตอำเภอแหลมงอบ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ เกาะที่สำคัญที่สุด คือ เกาะช้าง นอกจากนี้ยังมีเกาะอื่นๆ ที่ยังคงสภาพความสวยงามตามธรรมชาติได้แก่ เกาะคลุ้ม เกาะเหลายาใน เกาะง่าม เกาะไม้ชี้ใหญ่ เกาะหวาย เกาะรัง ฯลฯ ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2525

 NEXT