|
ช
ลบุรี
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางสายบางนา-ตราด เป็นระยะทางประมาณ 81 กิโลเมตร
นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ยังเป็นแหล่งเกษตรกรรม
อุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย มีการทำนา ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง
ทำสวนมะพร้าว ทำการประมงน้ำลึกและตื้น และอุตสาหกรรมโรงงาน ชลบุรีแบ่งการปกครองออกเป็น
10 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอหนองใหญ่ อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอพานทอง
อำเภอบ่อทอง อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ และอำเภอเกาะสีชัง
ทิศเหนือ จดจังหวัดฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ
ทิศใต้ จดจังหวัดระยอง
ทิศตะวันออก จดจังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันตก จดอ่าวไทย
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
อำเภอบ้านบึง 14 กิโลเมตร
อำเภอพานทอง
20 กิโลเมตร
อำเภอพนัสนิคม 22 กิโลเมตร
อำเภอศรีราชา
24 กิโลเมตร
อำเภอเกาะศรีชัง 39 กิโลเมตร
อำเภอบางละมุง 48 กิโลเมตร
อำเภอหนองใหญ่ 51 กิโลเมตร
อำเภอบ่อทอง 56 กิโลเมตร
อำเภอสัตหีบ 84 กิโลเมตร
 |
ทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้ 3 เส้นทาง คือ
1.ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด
(ทางหลวงหมายเลข 34) เข้าสู่จังหวัดชลบุรี
2. ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-มีนบุรี
(ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา- บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี
3. ใช้เส้นทางสายเก่าถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3 ) ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ
ไปจังหวัดชลบุรี |
 |
ทางรถโดยสารประจำทาง
-รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งเอกมัย โดยเที่ยวแรกออกเวลา 04.00
น. และทุกๆ 30 นาที เที่ยวสุดท้ายออกเวลา 20.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่
โทร. 391-2504 -รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีเอกมัย เที่ยวแรกออกเวลา
05.50 น. และทุกๆ 30 นาที จนถึงเที่ยวสุดท้ายเวลา 21.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม
โทร. 3918097, 3912504 สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวชายหาดบางแสนโดยรถโดยสารนั้นสามารถไปได้ทั้งรถธรรมดา
และรถปรับอากาศ สำหรับรถธรรมดาจะลงรถที่ปากทางเข้าชายหาดบางแสนหรือจะลงรถที่ตลาดหนองมนก็ได้
จากนั้นสามารถต่อรถสองแถวเข้าชายหาดอีกคนละ 3 บาท รถปรับอากาศติดต่อได้ที่
บริษัทศรีราชาทัวร์ ที่ขนส่งเอกมัย โดยจะมีรถออกเที่ยวแรก เวลา 05.30
น. และทุกๆ 30 นาที จนถึงเที่ยวสุดท้ายเวลา 21.00 น. รายละเอียดติดต่อ
โทร. 391-5188 (ศรีราชาทัวร์มีรถรับ-ส่ง ระหว่างตลาดหนองมน-บางแสน-หนองมน
ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มเติม) |
 |
ทางรถไฟ
จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวัน วันละ 1
เที่ยว รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 223-7010, 223-7020
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทัวร์ไปพัทยาเท่านั้นในลักษณะทัวร์เช้าไป-เย็นกลับ
เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 225-694 |
สถานที่น่าสนใจ
ในเขตอำเภอเมือง
วัดใหญ่อินทราราม เดิมชื่อวัดหลวง ตั้งอยู่บนถนนเจตน์จำนงค์ในตัวเมืองชลบุรี
เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย
มีภาพเขียนเก่าเรื่องทศชาติชาดก พระเวสสันดรชาดกรูปเทพชุมนุมองค์โตเหมือนในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่กรุงเทพฯ
ในพระอุโบสถวัดนี้เอง ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จประทับเมื่อครั้งออกจากพระนครศรีอยุธยาตอนใกล้จะเสียกรุงแก่พม่าในปี
พ.ศ. 2310 สิ่งที่น่าชมอีกแห่งหนึ่งในวัดก็คือ พลับพลาตรีมุข อันสร้างด้วยไม้เก่าแก่
มีพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์งดงามมาก ชาวเมืองชลบุรีเรียกกันว่า
หลวงพ่อเฉย ซึ่งนับว่าศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะเศษผ้าจีวรที่คลุมองค์หลวงพ่อนำไปผูกข้อมือเด็กที่เจ็บออดแอด
เลี้ยงยากจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอย่างน่าอัศจรรย์
วัดเขาพระพุทธบาทบางทราย ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทด้านซ้ายมือก่อนจะถึงตัวเมืองชลบุรีเล็กน้อย
เดิมมีวัดโบราณสมัยอยุธยาอยู่เชิงเขาแต่ผุพังไปหมดแล้ว ต่อมาพระยาพิชิตชลเขต
ผู้กำกับราชการเมืองชลบุรี ได้สร้างวัดพระพุทธบาทบางทรายขึ้นใหม่ในรัชการที่
5 วัดนี้มีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และตึกหลังเล็กภายในมีพระพุทธไสยาสน์ตั้งอยู่บนยอดเขาบริเวณวัดที่ตั้งอยู่เชิงเขามีสิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆ
เป็นทรงยุโรปสมัยรัชการที่ 5 หลายหลังมีประเพณีเดินขึ้นไปไหว้พระพุทธบาทบางทรายในวันสิ้นเดือน
4 จนถึงวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 รวม 3 วัน ทุกๆ ปี และยังมีงานประเพณีตักบาตรเทโวเทศกาลออกพรรษาด้วย
พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลศิรนาถ ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระ ตั้งอยู่บนถนนวชิรปราการ
ห่างศาลากลางจังหวัด ประมาณ 500 เมตร พระพุทธสิหิงค์องค์นี้เป็นองค์จำลองขององค์จริง
ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติทำด้วยเงินบริสุทธิ์งดงามด้วยพุทธลักษณะและมีขนาดเท่าองค์จริงทุกประการ
มีพิธีหล่อเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2503 ประดิษฐานที่หอพระเมื่อวันที่
22 ตุลาคม 2504 สมเด็จพระสังฆราชกิตติโสภณมหาเถระ วัดเบญจมบพิตร ถวายพระนามว่า
"พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลศิรินาถ พุทธบริษัทราษฎร์กุศล สามัคคีชลบุรีปูชนียบพิตร"
วัดธรรมนิมิตต์ ตั้งอยู่บนถนนสายชลบุรี-พนัสนิคม จากแยกชลบุรีไปประมาณ
1 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 มีเนื้อที่ประมาณ
110 ไร่ พระครูนิมิตต์ ธรรมานุรักษ์ เป็นเจ้าอาวาส วัดธรรมนิมิตต์จัดเป็นวัดปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานเป็นสำนักเรียนบาลี
อภิธรรม นักธรรมของพระภิกษุสงฆ์มีปูชนียสถานขนาดความสูง 34 เมตร ปรางค์ประทับเรือขนานนามว่า
"พระมงคลนิมิตร" ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงเขาบริเวณวัดร่มรื่นรายล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์
หากเดินเข้าไปยังยอดเขาสามารถมองเห็นได้รอบทั้งสี่ทิศ เป็นจุดชมววิวทิวทัศน์ของเมืองชลบุรีได้เป็นอย่างดี
อ่างศิลาหรืออ่างหิน เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ
5 กิโลเมตร เคยเป็นสถานตากอากาศชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำอุตสาหกรรมขนาดย่อม
ได้แก่การทำครกหิน และสัตว์หินแกะสลัก เช่น ช้าง ม้า เสือ เป็นต้น นอกจากนั้นอ่างศิลายังเป็นย่านอาหารทะเล
บริเวณชายหาดชาวบ้านจะแกะหอยนางรมสดขาย และมีสินค้าพื้นเมืองนานาชนิดไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว
เขาสามมุก เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลาและหาดบางแสน
ไปตามถนนตัดเลียบริมหาดจากอ่างศิลาขึ้นเขาสามมุก ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุก
ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน ภายในมีสวนตะบองเพชรสวยงาม และบริเวณเขาสามมุกนี้ยังเป็นที่อาศัยของลิงป่าเป็นจำนวนมาก
หาดบางแสน ชายหาดที่มีชื่อเสียงมาช้านานของจังหวัดชลบุรี
อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีเพียง 14 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตางหลักกิโลเมตรที่
104 เข้าไป 3 กิโลเมตร เป็นทางราดยางตลอด ในบริเวณหาดมีเครื่องดื่มและอาหารทะเลประเภทของกินเล่นหาบมาขาย
เช่น ปลาหมึก หอยแมลงภู่ ห่อหมก ฯลฯ มีเก้าอี้ผ้าใบ ลูกยางว่ายน้ำให้เช่า
มีห้องอาบน้ำจืดไว้บริการร้านอาหารหลายแห่งเรียงรายอยู่ริมหาด หาดบางแสนเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยที่ต้องการพาครอบครัวไปพักผ่อนเพียงวันเดียวหรือไปปิกนิกและเล่นน้ำทะเล
วัดแสนสุขสุทธิวราราม อยู่ถนนสาย 2 เยื้องสถาบันฝึกอบรมวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว
(สรท.) ภายในวัดมีรูปปั้นแสดงถึงนรก-สวรรค์
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากพิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม
โดยความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐบาลญี่ปุ่น มีเนื้อที่ 30 ไร่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งนี้มีจุดประสงค์ที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์กลาง
ของวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ภายในจัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล
สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม และห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล สนใจสามารถเข้าชมได้ในวันและเวลาดังนี้
วันธรรมดา 08.30 - 16.00 น.
วันหยุดราชการ 08.30 - 17.00 น.
(มีการสาธิตดำน้ำให้อาหารปลาเวลา 10.30 น.)
วันจันทร์ หยุด 1 วัน ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 20 บาท นักเรียน-นักศึกษาในเครื่องแบบ 5 บาท เด็ก 10 บาท
การเข้าชมเป็นหมู่คณะ สถาบันการศึกษา
หน่วยราชการ ชมรม สมาคมต่างๆ โปรดทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า โดยส่งมาที่
ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี
จังหวัดชลบุรี 20131 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่
โทร. (038) 391671-4
ตลาดหนองมน อยู่ห่างจากทางแยกเข้าหาดบางแสนประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ
เป็นตลาดขายของที่ระลึกของเมืองชลบุรี สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกของเมืองชลบุรี
หาซื้อได้จากตลาดหนองมน ได้แก่ อาหารแห้ง เช่น กุ้ง ปลาหมึกแห้ง หอยหลอด
ปลาริวกิว กะปิ น้ำปลา ฯลฯ ขนมและอาหารสำเร็จรูป เช่น ห่อหมก ข้าวหลาม
กล้วยและเผือกฉาบ ผลไม้กวนและแช่อิ่มและเครื่องสาน ไม้ไผ่และหวายที่มาจากอำเภอพนัสนิคม
ผีมือการสานประณีตละเอียด
สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอพนัสนิคม
หอพระพนัสบดี ตั้งอยู่กลางสระน้ำเทศบาล ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองพนัสนิคม
ภายในเป็นองค์พระพนัสบดีจำลอง ซึ่งสร้างเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2517 ส่วนองค์จริงกรมศิลปากรอายัดไว้เมื่อ
พ.ศ. 2474 พระพนัสบดีเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีอายุประมาณ 1,200-1,300
ปี แกะสลักจากหินดำเนื้อละเอียด มาจากอินเดีย ประทับยืนบนหลังสัตว์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ
รูปร่างคล้ายนก ดวงตากลมโปนโต แก้มเป็นกระพุ้ง จะงอยปากใหญ่งุ้มแข็งแรง
ปลายจะงอยปากจากบนลงล่างมีรูทะลุคล้ายกับจะแขวนกระดิ่งได้ มีเขาทั้งคู่บิดเป็นเกลียวงอเข้าหากันคล้ายเขาโค
ตั้งอยู่เหนือตา ที่โคนเขามีหูสองหูอย่างหูโค มีปีกสองข้างใหญ่สั้นที่กำลังกางออก
ขาทั้งสองข้างพับแนบทรวงอกยกเชิดขึ้นอย่างขาของครุฑที่กำลังเหินลม
พระพุทธมิ่งเมือง เป็นพระรูปปางมารวิชัย แกะสลักด้วยไม้ประดู่
ลักษณะเป็นศิลปะของชาวลาว สร้างในราว พ.ศ. 2371 เป็นการสร้างขึ้นของชาวลาวอพยพที่เข้ามาอาศัยอยู่ในแถบนี้
เดิมประดิษฐานอยู่ในวัดร้าง "วัดผ้าขาวใหญ่" ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นก่อนเป็นวัดแรกในเขตตำบลพนัสนิคม
ต่อมาเทศบาลเมืองพนัสนิคม ได้ปรับปรุงสถานที่และบริเวณวัดร้างนั้น พร้อมทั้งดำเนินการก่อสร้างวิหารเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน
ณ ที่ตั้งอุโบสถเดิม ปัจจุบันอยู่ใกล้กับศาลาประชาคม เทศบาลเมืองพนัสนิคม
หลวงพ่อติ้ววัดหัวถนน ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10
กิโลเมตร ตามเส้นทางพนัสนิคม สระสี่เหลี่ยมสู่ตำบลหัวถนน เป็นที่ตั้งของวัดหัวถนน
พอถึงช่วงสงกรานต์ วันที่ 19 เมษายน ของทุกปี จะมีการแห่องค์หลวงพ่อติ้ว
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปบูชาปางมารวิชัย แกะจากไม้แต้ว (ชาวลาวเรียกไม้ติ้ว)ไปรอบหมู่บ้าน
โดยเชื่อว่าจะช่วยดลบันดาลให้ประสบกับสิ่งที่หวังนานาประการ
สระสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลสระสี่เหลี่ยม
เดินทางจากพนัสนิคมไปตามเส้นทางสายพนัสนิคมสระสี่เหลี่ยม ผ่านวัดหัวถนนไปสู่บริเวณสระน้ำโบราณสระสี่เหลี่ยม
ซึ่งขุดลงไปในศิลาแลง ตามตำนานกล่าวว่า เป็นสระที่พระรถในเรื่องพระรถเมรีใช้เป็นที่ให้น้ำไก่
เมื่อคราวที่นำไก่ออกตีเพื่อเลี้ยงนางสิบสอง และได้เดินทางมาตีไก่ถึงบริเวณนี้
วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ที่ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา
ตำบลวัดโบสถ์ โดยเดินทางจาก สี่แยกพนัสนิคมไปตามถนนสุขประยูร ประมาณ
6 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าวัดอยู่ซ้ายมือ วัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่ภายในมีสระน้ำโบราณปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว
วัดหลวงพรหมวาส ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดหลวง ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา
ด้านขวาทางเส้นทางเดียวกับวัดโบสถ์ วัดนี้เคยเป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
ปัจจุบันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของอำเภอพนัสนิคม ภายในวัดมีบริเวณกว้างขวาง
และร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนมากหลายหมื่นตัวเกาะอยู่ตามต้นไม้
วัดใต้ต้นลาน ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไร่หลักทอง จากวัดหลวงพรหมวาสเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ
3 กิโลเมตร ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับภูมิต่างๆ สันนิษฐานว่า
เป็นภาพฝีมือช่างเขียนยุครัตนโกสินทร์ที่มีฝีมือเยี่ยมมาก รวมทั้งหอพระไตรปิฎกอันเก่าแก่
เมืองพระรถ ตั้งอยู่ตำบลหน้าพระธาตุ ห่างจากตัวอำเภอพนัสนิคม
ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทราประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเมืองโบราณมาแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยสุโขทัย
วัดชุมแสงศรีวนาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหมอนนาง อยู่ห่างจากตลาดพนัสนิคมผ่านตลาดทุ่งเหียง
ไปตามเส้นทางหลวง หมายเลข 3284 ประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางลูกรังไปอีก
2 กิโลเมตร เดิมวัดนี้มีชื่อว่า "วัดใหม่ยางงาม" จุดเด่นของวัดนี้คือศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นที่ประชุมสงฆ์
และพิธีทางศาสนา ที่ก่อสร้างโดยใช้ดินเผามาประยุกต์เป็นรูปทรงทันสมัย
ชื่อ "อาคารมาบุญครอง" และโบสถ์ที่มีภาพเขียนปริศนาธรรมที่น่าสนใจมาก
ตลาดเครื่องจักสาน ตั้งอยู่บริเวณถนนเกาะแก้ว
หลังตลาดสดเทศบาลเมืองพนัสนิคม (ตลาดเก่า) ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเครื่องใช้จำเป็นในครัวเรือน
ซึ่งได้พัฒนารูปแบบให้เหมาะสมสำหรับเป็นเครื่องประดับบ้านได้ด้วย ปัจจุบันมีการตั้งศูนย์ส่งเสริมฝีมือการจักสานด้วยไม้ไผ่
ตามโครงการพระราชดำริขึ้นที่บ้านคุณปราณี บริบูรณ์ ข้างโรงเจ ถนนอินทอาษา
มีการเปิดอบรมและฝึกให้มีความชำนาญตามหลักการที่ถูกต้อง และมีเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามาช่วยทำให้ได้รูปแบบใหม่ๆและสวยงามควบคู่กันไป
ที่สำคัญมีการส่งไปจำหน่ายที่ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา เป็นประจำ นักท่องเที่ยวผู้สนใจเกี่ยวกับการจักสานหรือประสงค์จะขอเข้าชมสามารถติดต่อได้ที่
คุณปราณี บริบูรณ์ โทร. (038) 461313
แหล่งผลิตผลไม้ดินปั้น สถานที่ตั้งบ้านหนองกะพง
หมู่ที่ 1 และบ้านหนองพรหม หมู่ที่ 12 ตำบลนาเริก ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-เกาะโพธิ์
(ทางหลวงหมายเลข 3246) ประมาณ 10 กิโลเมตร ผลไม้ดินปั้นคือ การปั้นดินเหนียวให้ได้รูปร่างของผลไม้ต่างๆ
ขนาดย่อส่วนนำไปตากแดดจนแห้งแล้วนำไปทาสีให้เหมือนของจริง จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท
เหมาะสำหรับเป็นของขวัญหรือของประดับบ้าน
สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบ่อทอง
สำนักวิปัสสนาพระธาตุเขาเจ้า
ตั้งอยู่บนเขาเจ้า (ภูเขาที่เป็นเขตแดนระหว่างอำเภอบ่อทองกับอำเภอหนองใหญ่)
ตามเส้นทางสายเนินโมก-บ้านทับร้าง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 9 แยกขวามือตามถนนลูกรัง
3 กิโลเมตร ภายในบริเวณมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่หลายปาง เช่น พระร่วงเปิดโลก
พระร่วงโรจนฤทธิ์ พระร่วงทิ้งดิ่ง และพระป่าเลไลย์
บ่อกวางทอง อยู่ที่วัดบ่อกวางทอง
ตำบลกวางทอง ถือกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และนอกจากนี้ ยังมีพระพุทธไสยาสน์ธรรมไพศาล
องค์พระยาว 29 วา 9 ศอก 8 นิ้ว สูง 8.3 วา ถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่อง ตั้งอยู่หมู่
7 บ้านบ่อทอง อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ่อทอง (ตลาดอมพนม) ไปประมาณ 19 กิโลเมตร
ใช้ถนนสายคลองตาเพชร-เขาชะอางค์ ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก เป็นถ้ำใหญ่ที่จุคนได้เป็นพันคน
นอกจากนี้ยังมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ถ้ำเขาชะอางค์ห้ายอด ตั้งอยู่หมู่ที่
3 ตำบลบ่อทอง อยู่เลยเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้ถนนสายคลองตาเพชร-เขาชะอางค์
ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำใหญ่ มีหินงอกหินย้อยมากมาย ภายในถ้ำยังแบ่งออกเป็นถ้ำเล็กถ้ำน้อยหลายแห่ง
ถ้ำเขาชะอางค์โอน ตั้งอยู่หมู่ที่
1 ตำบลบ่อทอง แยกซ้ายมือบริเวณเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปประมาณ 12 กิโลเมตร
บริเวณถ้ำเป็นสำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรม
สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอศรีราชา
ศรีราชา เป็นอำเภอชายทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ
24 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 118 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร
ศรีราชาเคยเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาแต่เก่าก่อน เป็นที่ชุมชนหนาแน่นพอสมควร
นักท่องเที่ยวมักแวะมาหาซื้อของทะเล และผลไม้ที่ขึ้นชื่อของศรีราชาคือ
สับปะรด
เกาะลอยศรีราชา ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล
ตำบลศรีราชา ทางทิศเหนือของตลาดศรีราชา เกาะลอยเป็นเกาะเล็กๆ ใกล้ชายทะเลศรีราชา
โดยมีสะพานเชื่อมกับชายฝั่ง บนเกาะมีสวนสาธารณะ และสวนเต่าทะเล บรรยากาศร่มรื่น
ในเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ทิศใต้ของเกาะมีเนินเขาเล็กๆ มีวัดตั้งอยู่นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้บรรยากาศธรรมชาติ
และเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ นอกจากนี้ยังเป็นท่าเรือสำหรับข้ามไปเกาะสีชังอีกแห่งหนึ่งด้วย
สวนเสือศรีราชา ตั้งอยู่ที่ 341
หมู่ 3 ตำบลหนองขาม บนทางหลวงหมายเลข 36 กิโลเมตรที่ 9 เป็นสวนสัตว์ที่มีเสือพันธุ์เบงกอลมากกว่า
30 ตัว และมีสัตว์นานาชนิด เช่น ฟาร์มจระเข้ อูฐ ช้าง จิงโจ้ กวาง นกอีมู
และสัตว์หายากอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและห้องพักไว้บริการด้วย
ซึ่งเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. (038) 338101-5
สนามกอล์ฟบางพระ
ตั้งอยู่ไกล้อ่างเก็บน้ำบางพระ ห่างจากชลบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท
ตรงกิโลเมตรที่ 113 เข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางเข้าสนามกอล์ฟบางพระอยู่ตรงข้ามอ่างเก็บน้ำบางพระ
สนามกอล์ฟบางพระเป็นสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม มีทิวทัศน์สวยงาม มีร้านอาหาร
มีที่พักชื่อโรงแรมบางพระ รีสอร์ท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัทบางพระกอล์ฟ
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. (02) 285-0670-2, 285-0741-2
หรือ ที่บางพระ โทร. (038) 341149-50
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ
มีเนื้อที่ ประมาณ 5,000 ไร่ การเดินทางสามารถไปได้ 2 ทาง คือ จากถนนสุขุมวิท
แยกเข้าเส้นทางอ่างเก็บน้ำบางพระ ผ่านสนามกอล์ฟบางพระเข้าไปประมาณ 19
กิโลเมตร หรือจากทางหลวงหมายเลข 36 สายใหม่ (ชลบุรี-พัทยา-ระยอง) จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ
สวนสัตว์แห่งนี้ดำเนินการโดยองค์การสวนสัตว์ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ที่สวนสัตว์เปิดแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสัตว์ต่างๆ มากกว่า 200
ชนิด จำนวนกว่า 5,000 ตัว ซึ่งสัตว์จะถูกปล่อยให้มีความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ
ไม่ถูกกักขังไว้ในกรง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด
เช่น ลิง ค่าง ช้าง กวาง ม้าลาย แพะ นกยูง สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา
08.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์คันละ
20 บาท รถบัสคันละ 40 บาท นักเรียนในเครื่องแบบ 5 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. (038) 311561, 321525
น้ำตกชันตาเถร อยู่ห่างจากถนนสุขุมวิท
ประมาณ 15 กิโลเมตร ในเส้นทางที่เข้าไปยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียว แยกซ้ายตรงทางเข้าวัดเขาไม้แดง
มีป้ายบอกตรงทางแยกเข้าไปตามถนนราดยางอีก 7 กิโลเมตร ถนนในช่วงที่ใกล้จะถึงน้ำตกเป็นทางชัน
น้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 5 ชั้น วัดระยะทางได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเดินขึ้นลงอยู่
2 ทาง คือ ทางเดินที่ลัดเลาะไปตามแนวน้ำตกหรือเดินตามโขดหินชั้นต่างๆ
ของน้ำตก ในระยะหลังฤดูฝนเล็กน้อยน้ำตกจะสวยงามมาก ในฤดูแล้งแม้น้ำจะน้อยก็ยังมีสภาพที่ไปเที่ยวได้
น้ำตกแห่งนี้อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่
และสถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาเขียว ทางสถานีฯ มีกิจกรรมเข้าค่ายสำหรับเยาวชนที่มีความสนใจจะเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสัตว์ป่า
ผู้สนใจโครงการค่ายเยาวชนเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติสามารถติดต่อได้โดยส่งจดหมายถึงหัวหน้าสถานี
ตู้ ป.ณ. 10 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20210
สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเกาะสีชัง
เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่กลางทะเล
อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร สิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวไปเยือนเกาะสีชัง
คือสภาพธรรมชาติที่มีความงดงามแตกต่างไปจากเกาะอื่นใด มีบรรยากาศที่สงบเงียบ
อากาศบริสุทธิ์เป็นที่เลื่องลือมานาน ถนนบนเกาะเป็นถนนสายยาวทอดจากท่าเทียบเรือลดเลี้ยวไปสุดเกาะ
มีความกว้างเพียงเมตรกว่าๆ พอสำหรับรถสามล้อเครื่องวิ่งได้ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
ได้แก่
-เก๋งจีน มีลักษณะเป็นศาลาโบราณ
มีรูปมังกรและนกยูง เคยเป็นที่ประทับชั่วคราวเมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่
5 เสด็จประพาส
-ถ้ำจักรพงษ์ ใกล้กับเก๋งจีน
ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูป มีปล่องสำหรับขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อมองวิวทิวทัศน์ของเกาะสีชังได้
-ช่องเขาขาด อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ
ชาวบ้านบนเกาะนิยมเรียกกันว่าหลังเกาะ ช่องเขาขาดนี้มีหาดทรายขาวสะอาด
-ถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่ อยู่บนเขาใกล้กับท่าเทววงศ์
ลักษณะเป็นรูปทรงจีนใหญ่มาก ภายในถ้ำมีเจ้าพ่อเห้งเจีย ศาลเจ้าแม่กวนอิม
วิหารสังกัจจายน์ เป็นต้น
-บริเวณพระราชฐานเก่า อยู่ติดทะเลบริเวณโดยรอบร่มรื่นมาก
สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระราชโอรสและพระราชธิดา
เมื่อคราวเสด็จไปพักฟื้นหลังประชวรในเขตพระราชอุทยานมีบ่อน้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง
บ่อเหล่านี้ยังมีสภาพดีอยู่ แต่ละบ่อได้รับพระราชทานชื่ออย่างไพเราะ
เช่น บ่ออัษฎางค์ บ่อพิศเพลิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวัดซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่
5 โปรดสร้างขึ้น 2 แห่ง คือ วัดอัษฎางค์นิมิตร มีโบสถ์และเจดีย์ในศิลปะแบบยุโรป
ตั้งอยู่บริเวณสูงสุดของยอดเขาและวัดจุฑาทิศน์ราชธรรมสุภา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านภาณุรังษีทางทิศเหนือของเกาะ
สถานที่เที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควรจะสะดวกมาก หากจะเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่างๆ
ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง
คิดเป็นรอบๆ ละประมาณ 200-250 บาท หรือแล้วแต่จะตกลงราคากัน การเดินทางไปเกาะสีชังมีเรือโดยสารจากฝั่งศรีราชาข้ามมาเกาะสีชังทุกวัน
ขึ้นที่ท่าเกาะลอย ศรีมหาราชและท่าเรือตรอกเจิมพล
อำเภอศรีราชา ค่าโดยสาร
20 บาท/คน เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. ออกทุกๆ 2 ชั่วโมง เที่ยวสุดท้ายเวลา
19.00 น.
|